"Burst” แปลว่า

คำว่า “Burst” เป็นคำภาษาอังกฤษที่เมื่อแปลเป็นภาษาไทยจะมีความหมายหลักๆ ว่า “ระเบิด” หรือ “แตกออก” อย่างกะทันหัน มักใช้กับการที่บางสิ่งบางอย่างที่ถูกอัดแน่นหรือมีความดันสูงอยู่ภายใน เกิดการปริแตกหรือกระจายออกไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง

ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Burst” ในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อพูดถึงลูกโป่งที่ “burst” (แตก) เสียงดัง, หรือเมื่อพูดถึงการทำงานของคอมพิวเตอร์ที่ “burst” (ประมวลผลอย่างรวดเร็วผิดปกติ) ในช่วงเวลาสั้นๆ หรือแม้แต่การที่อารมณ์ของคนเรา “burst” (ปะทุ) ออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ บางครั้งก็ใช้ในความหมายของการ “แตกตื่น” หรือ “แห่กันไป” เช่น ฝูงชนที่ “burst” เข้าไปในงานอีเวนต์

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Burst” สามารถใช้ได้หลากหลายตามบริบท:

  • การแตกออกอย่างกะทันหัน: เช่น ลูกโป่งแตก (balloon burst), ท่อประปาแตก (pipe burst), สิวแตก (pimple burst)
  • การปะทุหรือแสดงออกอย่างรุนแรง: เช่น อารมณ์ปะทุ (burst into tears – ร้องไห้สะอึกสะอื้นทันที), เสียงหัวเราะดังลั่น (burst into laughter – หัวเราะออกมาอย่างกะทันหัน)
  • การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว: เช่น ยอดขายที่พุ่งสูง (sales burst), การจราจรติดขัดอย่างหนัก (traffic burst)
  • การเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว: เช่น วิ่งพรวดพราด (burst into the room – วิ่งพรวดเข้าไปในห้อง)

ตัวอย่างการใช้งาน

  • The balloon burst with a loud bang. (ลูกโป่ง แตก เสียงดังโครม)
  • She burst into tears when she heard the sad news. (เธอ ร้องไห้สะอึกสะอื้น ทันทีเมื่อได้ยินข่าวร้าย)
  • The internet speed can sometimes burst to very high levels. (ความเร็วอินเทอร์เน็ตบางครั้งสามารถ พุ่งสูง ขึ้นอย่างมาก)
  • The crowd burst through the gates. (ฝูงชน แห่กัน ทะลุประตูเข้าไป)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Burst” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการสื่อถึงความรวดเร็ว ฉับพลัน และมักมีความรุนแรงหรือความไม่คาดฝันเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ (เช่น การแตก) หรือการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์หรือพฤติกรรม (เช่น การปะทุของอารมณ์)

🔷 FAQ SECTION

“Burst” ในบริบทของคอมพิวเตอร์หมายถึงอะไร?

ในบริบทของคอมพิวเตอร์ “burst” อาจหมายถึงการที่อุปกรณ์หรือระบบทำงานด้วยความเร็วสูงสุดในช่วงเวลาสั้นๆ เช่น การโอนถ่ายข้อมูลแบบ “burst mode” หรือการประมวลผลแบบ “burst” ที่ใช้พลังงานสูงเพื่อทำงานให้เสร็จอย่างรวดเร็ว

มีคำอื่นที่ใช้แทน “Burst” ได้ไหม?

ในภาษาไทย การแปลจะขึ้นอยู่กับบริบทครับ อาจใช้คำว่า “แตก”, “ระเบิด”, “ปะทุ”, “พุ่ง”, “ทะลัก” หรือ “พรวดพราด” เพื่อสื่อความหมายที่ใกล้เคียงกัน

Similar Posts

  • "Analyze” แปลว่า

    คำว่า “Analyze” เป็นภาษาอังกฤษ แปลว่า “วิเคราะห์” ในภาษาไทย หมายถึง การแยกส่วนประกอบของสิ่งใดสิ่งหนึ่งออกเป็นส่วนย่อยๆ เพื่อให้เข้าใจถึงลักษณะ โครงสร้าง ความสัมพันธ์ หรือสาเหตุและผลลัพธ์ของสิ่งนั้นๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “วิเคราะห์” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเราต้องการทำความเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น เราก็จะทำการวิเคราะห์สาเหตุของปัญหานั้นๆ หรือเมื่อเราต้องการตัดสินใจเรื่องสำคัญ เราก็จะวิเคราะห์ข้อมูล ข้อดีข้อเสียต่างๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจ หรือแม้แต่การดูข่าว การอ่านบทความ เราก็มักจะมีการวิเคราะห์เนื้อหาที่ได้รับมา เพื่อให้เราเข้าใจเรื่องราวได้ดียิ่งขึ้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Analyze” โดยทั่วไปหมายถึง การตรวจสอบหรือศึกษาอย่างละเอียดเพื่อทำความเข้าใจองค์ประกอบต่างๆ ความสัมพันธ์ หรือรูปแบบที่ซ่อนอยู่ มักใช้กับการวิเคราะห์ข้อมูล สถิติ สถานการณ์ หรือแม้กระทั่งความคิดและความรู้สึก ตัวอย่างการใช้งาน นักวิจัยกำลัง analyze ข้อมูลจากการทดลองเพื่อหาข้อสรุป ผู้จัดการต้อง analyze แนวโน้มตลาดก่อนวางแผนการตลาด ผมพยายาม analyze เหตุผลที่เขาถึงทำแบบนั้น บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Analyze” มักถูกใช้ในบริบทของการศึกษา การวิจัย การทำธุรกิจ…

  • "cropped” แปลว่า

    “Cropped” ในภาษาไทยแปลว่า “ถูกตัด” หรือ “ถูกทำให้สั้นลง” เป็นคำที่ใช้อธิบายถึงการที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งถูกทำให้สั้นลงจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รูปภาพ หรือส่วนอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “cropped” ในบริบทของแฟชั่น เช่น “เสื้อครอป” (cropped top) ซึ่งหมายถึงเสื้อที่มีความยาวสั้นเหนือสะดือ หรือในกรณีของรูปภาพ อาจหมายถึงการตัดขอบภาพออกเพื่อให้ได้องค์ประกอบที่ต้องการมากขึ้น เช่น “รูปนี้ถูก cropped มาแล้ว” ก็คือรูปนี้ถูกตัดแต่งให้มีขนาดเล็กลงหรือเน้นส่วนใดส่วนหนึ่ง ความหมายและการใช้งาน “Cropped” มาจากคำกริยา “crop” ที่แปลว่า ตัด หรือ ทำให้สั้นลง เมื่อใช้เป็นคำคุณศัพท์ (adjective) ในรูปของกริยาช่อง 3 (past participle) จะหมายถึง “ที่ถูกตัด” หรือ “ที่ถูกทำให้สั้นลง” ตัวอย่าง เสื้อครอป (Cropped Top): เสื้อที่มีความยาวสั้น โชว์ช่วงเอว กางเกงครอป (Cropped Pants): กางเกงที่มีความยาวสั้นกว่าปกติ อาจจะเหนือข้อเท้า รูปภาพที่ถูกครอป…

  • "Seasoning” แปลว่า

    คำว่า “Seasoning” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง เครื่องปรุงรส หรือการปรุงรส ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหาร ทำให้มีรสชาติกลมกล่อม น่ารับประทานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรสเค็ม หวาน เปรี้ยว หรือเผ็ด เครื่องปรุงรสเหล่านี้อาจอยู่ในรูปของของเหลว ผง หรือก้อนก็ได้ ในชีวิตประจำวัน เราใช้ “Seasoning” กันอยู่เสมอเวลาทำอาหาร ไม่ว่าจะผัด ทอด ต้ม หรือย่าง การเติมเครื่องปรุงรสลงไปเล็กน้อยก็สามารถเปลี่ยนรสชาติของวัตถุดิบธรรมดาๆ ให้กลายเป็นเมนูอร่อยได้ เช่น การเติมน้ำปลาหรือซีอิ๊วลงในผัดผัก การเติมน้ำตาลเพื่อเพิ่มความหวานในน้ำจิ้ม หรือการใช้พริกไทยป่นเพื่อเพิ่มความหอมและเผ็ดร้อนให้กับสเต็ก ความหมายและการใช้งาน “Seasoning” หมายถึง วัตถุที่ใช้ปรุงรสอาหาร เพื่อเพิ่มหรือปรับปรุงรสชาติให้ดีขึ้น อาจหมายถึงเครื่องปรุงรสที่ใช้เป็นประจำ เช่น เกลือ น้ำตาล ซีอิ๊ว น้ำปลา หรืออาจรวมถึงเครื่องเทศต่างๆ ที่ให้กลิ่นหอมและรสชาติเฉพาะตัว เช่น พริกไทย อบเชย หรือกระเทียม การ “season” (เป็นกริยา) คือการเติมเครื่องปรุงเหล่านี้ลงในอาหาร ตัวอย่างการใช้งาน Salt and pepper…

  • "Auth” แปลว่า

    Auth” ย่อมาจากคำว่า Authentication ซึ่งหมายถึง กระบวนการตรวจสอบและยืนยันตัวตนของผู้ใช้งาน หรืออุปกรณ์ เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นบุคคลหรือสิ่งนั้นจริง ๆ ก่อนที่จะอนุญาตให้เข้าถึงระบบ ข้อมูล หรือบริการต่าง ๆ ครับ ในชีวิตประจำวัน เราเจอ “Auth” หรือการยืนยันตัวตนอยู่ตลอดเวลาเลยครับ เวลาที่เราจะเข้า Facebook, LINE, Gmail หรือแม้แต่จะกดเข้าแอปธนาคารเพื่อเช็คยอดเงิน ทุกอย่างล้วนต้องผ่านกระบวนการ “Auth” ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการใส่รหัสผ่าน, การสแกนลายนิ้วมือ, การสแกนใบหน้า หรือแม้แต่การใส่รหัส OTP ที่ส่งมาทาง SMS ล้วนเป็นวิธีการ “Auth” ที่ทำให้เรามั่นใจว่าเราคือเจ้าของบัญชีนั้นจริง ๆ ครับ ความหมายและการใช้งาน โดยพื้นฐานแล้ว “Auth” คือการพิสูจน์ว่า “คุณคือคุณ” ครับ มันเป็นด่านแรกที่สำคัญมากในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและระบบต่าง ๆ ในโลกดิจิทัล หากไม่มี “Auth” ที่ดี ใคร ๆ ก็สามารถเข้ามาสวมรอยเป็นคนอื่น และเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของเราได้ ตัวอย่างการใช้งาน การเข้าสู่ระบบเว็บไซต์:…

  • "Stay” แปลว่า

    คำว่า “Stay” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “อยู่” หรือ “พักอยู่” ในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง เป็นการบอกให้รู้ว่าบุคคลนั้นๆ ไม่ได้กำลังจะจากไปไหน ยังคงอยู่ที่เดิม หรือจะคงสภาพเดิมไว้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Stay” บ่อยครั้งในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อเพื่อนชวนไปเที่ยวต่อ แต่เราอยากกลับบ้าน เราอาจจะบอกว่า “I will stay here” แปลว่า “ฉันจะอยู่ที่นี่นะ” หรือเวลาสั่งอาหารที่ร้านแล้วอยากนั่งทานที่ร้าน ก็จะบอกว่า “Dine in” ซึ่งก็มีความหมายโดยนัยว่า “Stay” ที่ร้าน หรือเวลาเราไปพักโรงแรม เราก็ “stay” ที่โรงแรมหลายคืน หรือเวลาเราบอกให้ใครสักคนใจเย็นๆ หรืออย่าเพิ่งโกรธ เราก็อาจจะพูดว่า “Stay calm” ซึ่งหมายถึง “ใจเย็นๆ ไว้” หรือ “อย่าเพิ่งหัวเสีย” ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Stay” สามารถใช้ได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบท: การอยู่ ณ สถานที่ใดสถานที่หนึ่ง:…

  • "Coolest” แปลว่า

    คำว่า “Coolest” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่ออธิบายถึงสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุด สุดเจ๋งที่สุด หรือน่าประทับใจที่สุดในกลุ่ม หรือในสถานการณ์นั้นๆ เป็นการแสดงระดับขั้นสูงสุด (superlative) ของคำว่า “cool” ซึ่งหมายถึง เย็น สบาย หรือเจ๋ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคนใช้คำว่า “Coolest” เพื่อบ่งบอกถึงความชื่นชม หรือการยกย่องในสิ่งที่โดดเด่นเป็นพิเศษ เช่น เมื่อพูดถึงแฟชั่น เพลง ภาพยนตร์ เทคโนโลยี หรือแม้แต่บุคลิกภาพของใครบางคน การใช้คำนี้เป็นการแสดงออกว่าสิ่งนั้นๆ เหนือกว่าสิ่งอื่นใดในแง่ของความน่าสนใจ ความทันสมัย หรือความเจ๋ง ความหมายและการใช้งาน เมื่อเราพูดว่า “Coolest” หมายถึง “เจ๋งที่สุด” “ยอดเยี่ยมที่สุด” หรือ “สุดยอด” เป็นการเปรียบเทียบขั้นสูงสุดของความเจ๋ง มักใช้เพื่อเน้นย้ำถึงสิ่งที่พิเศษ โดดเด่น หรือเหนือกว่าสิ่งอื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกัน ตัวอย่างการใช้งาน ถ้าเพื่อนถามว่า “รองเท้าคู่ไหนเจ๋งที่สุดในร้าน?” แล้วคุณตอบว่า “คู่นี้แหละ the coolest!” ก็หมายถึงว่ารองเท้าคู่นั้นคือคู่ที่เจ๋งที่สุดในสายตาของคุณ หรือเมื่อพูดถึงภาพยนตร์ คุณอาจจะบอกว่า “หนังเรื่องนี้คือ the…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *