"Multiple” แปลว่า

คำว่า “Multiple” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การมีหลายสิ่งหลายอย่าง หรือการเป็นทวีคูณของจำนวนใดจำนวนหนึ่ง เมื่อนำมาใช้ในภาษาไทย เรามักจะใช้คำว่า “หลาย” หรือ “จำนวนมาก” เพื่อสื่อความหมายเดียวกัน

ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Multiple” ในบริบทที่แตกต่างกันไป เช่น เมื่อพูดถึงการคูณ เราอาจจะพูดว่า “2 เป็น Multiple ของ 1” ซึ่งหมายความว่า 1 คูณกับ 2 แล้วได้ 2 หรือในแง่ของจำนวน เราอาจจะบอกว่า “มีผู้เข้าร่วมงาน Multiple คน” หมายถึง มีผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก หรือหลายคนนั่นเอง

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Multiple” หมายถึง สิ่งที่มีจำนวนมาก มากกว่าหนึ่ง หรือเป็นผลคูณของจำนวนใดจำนวนหนึ่ง การใช้งานในภาษาไทยจะขึ้นอยู่กับบริบท โดยทั่วไปจะแปลว่า “หลาย” “จำนวนมาก” หรือ “หลายเท่า”

ตัวอย่าง

  • Multiple Choice: ข้อสอบแบบเลือกตอบหลายข้อ
  • Multiple Sclerosis (MS): โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังที่ส่งผลต่อสมองและไขสันหลัง
  • Multiple Languages: การรองรับหลายภาษา
  • Multiple Issues: ปัญหาหลายประการ

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Multiple” มักถูกใช้ในบริบททางวิชาการ การแพทย์ เทคโนโลยี หรือเมื่อต้องการสื่อถึงจำนวนที่มากกว่าหนึ่งอย่างชัดเจน เช่น ในข้อสอบแบบ Multiple Choice เราต้องเลือกคำตอบที่ถูกต้องจากตัวเลือกหลายๆ ข้อ

Multiple หมายถึงอะไร?

Multiple หมายถึง การมีหลายสิ่งหลายอย่าง หรือการเป็นทวีคูณของจำนวนใดจำนวนหนึ่ง

คำว่า Multiple ใช้ในภาษาไทยอย่างไร?

ในภาษาไทย เรามักใช้คำว่า “หลาย” “จำนวนมาก” หรือ “หลายเท่า” เพื่อสื่อความหมายของ Multiple ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้

Similar Posts

  • "Sweep” แปลว่า

    คำว่า “Sweep” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ การกวาด การปัด หรือการทำความสะอาดให้หมดจด โดยทั่วไปมักใช้กับการกวาดพื้นด้วยไม้กวาด แต่ก็สามารถนำไปใช้ในบริบทอื่นๆ ที่หมายถึงการทำให้บางสิ่งหายไปอย่างรวดเร็ว หรือการได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาดได้เช่นกัน ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Sweep” ในหลายสถานการณ์ เช่น การกวาดบ้านที่ต้องใช้ไม้กวาดกวาดฝุ่นหรือเศษขยะออกไป หรือในวงการกีฬาที่ทีมหนึ่งอาจ “Sweep” การแข่งขันทั้งหมด หมายถึง ชนะรวดทุกนัดโดยไม่แพ้เลย นอกจากนี้ยังอาจใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ เช่น การกวาดล้างความไม่ถูกต้อง หรือการกวาดต้อนผู้คนให้มาอยู่ภายใต้การควบคุม ความหมายและการใช้งาน “Sweep” โดยพื้นฐานหมายถึงการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและกว้าง โดยมีจุดประสงค์เพื่อทำความสะอาด กำจัด หรือครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด ในภาษาไทย เราสามารถแปลได้หลายแบบขึ้นอยู่กับบริบท เช่น: การกวาด: ใช้กับการกวาดพื้น กวาดใบไม้ การกวาดล้าง: ใช้กับการกำจัดสิ่งที่ไม่ต้องการออกไปให้หมด การชนะอย่างเด็ดขาด: ใช้ในบริบทของการแข่งขันที่ชนะรวด การเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว: ใช้เมื่อมีบางสิ่งเคลื่อนที่ไปทั่วพื้นที่อย่างรวดเร็ว ตัวอย่างการใช้งาน “Please sweep the floor.” (กรุณากวาดพื้นด้วย) – การใช้งานทั่วไปในการทำความสะอาด “The team swept…

  • "Whose” แปลว่า

    “Whose” เป็นคำสรรพนามในภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ หรือบ่งบอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นของใคร โดยทั่วไปจะใช้ถามเกี่ยวกับเจ้าของสิ่งของหรือบุคคล หรือใช้เพื่อเชื่อมประโยคเพื่อบอกความเป็นเจ้าของ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Whose” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อเราเห็นสิ่งของที่ไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ เราอาจจะถามว่า “Whose bag is this?” (นี่คือกระเป๋าของใคร?) หรือเมื่อเราต้องการกล่าวถึงบุคคลที่เราทราบว่าเขามีความเกี่ยวข้องกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น “This is the girl whose brother is my classmate.” (นี่คือเด็กผู้หญิงที่พี่ชาย/น้องชายของเธอเป็นเพื่อนร่วมชั้นของฉัน) ความหมายและการใช้งาน “Whose” แปลตรงตัวว่า “ของใคร” ใช้เพื่อถามถึงเจ้าของ หรือใช้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของในประโยคบอกเล่า โดยจะวางไว้หน้าคำนามที่ต้องการกล่าวถึงความเป็นเจ้าของ ตัวอย่างการใช้งาน คำถาม: Whose phone is ringing? (โทรศัพท์ของใครกำลังดังอยู่?) คำตอบ: It’s John’s phone. (มันคือโทรศัพท์ของจอห์น) ประโยคบอกเล่า: I met the artist whose paintings…

  • "จื่อ” แปลว่า

    คำว่า “จื่อ” เป็นคำภาษาจีนที่ใช้เรียกชื่อ หรือนามสกุลของบุคคล โดยทั่วไปแล้วจะหมายถึง “ชื่อ” หรือ “แซ่” ของคนจีน ในภาษาไทย เรามักจะคุ้นเคยกับการใช้คำว่า “จื่อ” ในบริบทของชื่อคนจีน เช่น เมื่อพูดถึงบุคคลที่มีชื่อเสียงชาวจีน หรือเมื่อพูดถึงครอบครัวชาวจีน การเรียก “จื่อ” จึงเป็นเหมือนการกล่าวถึงตัวตนหรือต้นตระกูลของบุคคลนั้นๆ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “จื่อ” (姓) ในภาษาจีนมีความหมายหลักคือ “นามสกุล” หรือ “แซ่” ซึ่งเป็นสิ่งที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ และมักจะใช้ในการระบุถึงวงศ์ตระกูล ในบางครั้งอาจหมายรวมถึง “ชื่อจริง” ด้วย แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว “จื่อ” จะเน้นไปที่นามสกุลมากกว่า ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อพูดถึงบุคคลสำคัญ เช่น “หลี่ไป๋” (李白) นามสกุลของท่านคือ “หลี่” (李) ซึ่งก็คือ “จื่อ” ของท่านนั่นเอง หรือเมื่อพูดถึงครอบครัวที่มีนามสกุลเหมือนกัน ก็อาจจะเรียกว่าเป็น “จื่อเดียวกัน” ในภาษาไทยเราอาจจะใช้คำว่า “แซ่” แทน “จื่อ” ได้ในบริบทนี้ บริบทที่พบบ่อย…

  • "Chain” แปลว่า

    คำว่า “Chain” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “โซ่” หรือ “สิ่งที่เชื่อมต่อกันเป็นทอดๆ” ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นโซ่ที่ใช้คล้องกุญแจ โซ่ที่ใช้ในเครื่องจักร หรือแม้แต่ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ เช่น โซ่แห่งมิตรภาพ ก็ล้วนแต่สื่อถึงการเชื่อมโยงกันเป็นเส้นยาวๆ หรือเป็นลำดับต่อเนื่องค่ะ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า “Chain” ในบริบทต่างๆ เช่น เวลาพูดถึงร้านค้าแฟรนไชส์ เรามักจะเรียกว่า “Chain Store” ซึ่งหมายถึงร้านค้าที่มีแบรนด์เดียวกันและมีสาขาหลายแห่งกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ หรือเวลาพูดถึงเทคโนโลยี เราอาจเคยได้ยินคำว่า “Blockchain” ที่เป็นเทคโนโลยีพื้นฐานของสกุลเงินดิจิทัลอย่าง Bitcoin ซึ่งคำว่า “Chain” ในที่นี้ก็หมายถึงการเชื่อมโยงข้อมูลเข้าด้วยกันเป็นบล็อกๆ อย่างต่อเนื่องและปลอดภัยค่ะ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Chain” หมายถึงวัตถุที่เป็นข้อๆ ต่อกันเป็นเส้นยาวๆ หรือชุดของสิ่งที่เชื่อมโยงกันตามลำดับ ในภาษาไทยเราใช้คำว่า “โซ่” หรือ “สายโซ่” เป็นคำแปลหลักๆ ค่ะ แต่ก็สามารถใช้ในความหมายเชิงนามธรรมได้ด้วย เช่น การเชื่อมโยงเหตุการณ์ หรือการต่อเนื่องของสิ่งต่างๆ ตัวอย่างการใช้งาน Chain Store: ร้านค้าที่มีแบรนด์เดียวกันและมีหลายสาขา เช่น…

  • "เบียว” แปลว่า

    คำว่า “เบียว” เป็นคำแสลงที่ใช้เรียกอาการหรือพฤติกรรมของคนที่หมกมุ่นหรือหลงใหลในสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไป จนบางครั้งอาจดูแปลกแยกจากคนทั่วไป หรือแสดงออกถึงความชื่นชอบในสิ่งที่อาจไม่เป็นที่นิยมหรือเข้าใจได้ง่ายนักในสังคมวงกว้าง ในชีวิตประจำวัน คำว่า “เบียว” มักถูกนำมาใช้ในบริบทที่หลากหลาย เช่น ใช้กล่าวถึงคนที่คลั่งไคล้ตัวละครอนิเมะ มังงะ เกม หรือวัฒนธรรมป๊อปบางอย่างอย่างจริงจัง จนอาจแสดงออกถึงความผูกพันกับตัวละครหรือโลกสมมติเหล่านั้นราวกับเป็นเรื่องจริง หรือใช้เรียกคนที่ทุ่มเทเวลาและทรัพยากรให้กับงานอดิเรกที่ตนเองรักเป็นพิเศษ จนอาจมองข้ามสิ่งอื่นในชีวิตไปบ้าง เป็นการอธิบายลักษณะนิสัยที่แสดงออกถึงความหลงใหลอย่างลึกซึ้งในเรื่องที่ตนเองสนใจเป็นพิเศษ ความหมายและการใช้งาน โดยพื้นฐานแล้ว “เบียว” หมายถึง อาการที่คนคนหนึ่งมีความสนใจหรือหมกมุ่นในสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างมาก จนอาจแสดงพฤติกรรมที่ดูเกินจริง หรือแตกต่างจากคนทั่วไปที่ไม่ได้สนใจในสิ่งเดียวกันนั้น คำนี้มักใช้ในเชิงไม่เป็นทางการ และอาจมีความหมายแฝงที่แตกต่างกันไปตามบริบท ทั้งในเชิงสนุกสนาน หรือเชิงตำหนิเล็กน้อย ตัวอย่างการใช้งาน “เขาดูเบียวมากเลยนะ ทุ่มเงินซื้อฟิกเกอร์ตัวละครที่เขาชอบไปหลายหมื่นบาท” “ช่วงนี้เธอคงจะเบียวกับซีรีส์เรื่องใหม่มาก ดูจากที่โพสต์ในโซเชียลมีเดียตลอดเวลา” “อย่าไปว่าเขาเลย แค่เขาชอบอ่านการ์ตูนก็ไม่ได้แปลว่าเขาเบียวขนาดนั้น” บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “เบียว” มักพบได้บ่อยในกลุ่มคนที่ชื่นชอบวัฒนธรรมย่อย (Subculture) ต่างๆ เช่น กลุ่มแฟนคลับอนิเมะ มังงะ เกม หรือดนตรีบางแนว เป็นการอธิบายลักษณะของคนที่แสดงออกถึงความรักและความหลงใหลในสิ่งที่ตนเองสนใจอย่างชัดเจน บางครั้งอาจใช้เพื่อสื่อถึงคนที่ “อิน” กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเป็นพิเศษ จนอาจมีอาการที่ดูเหมือนหลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่ง “เบียว” มาจากไหน? คำว่า…

  • "Debt” แปลว่า

    คำว่า “Debt” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง หนี้สิน หรือ ภาระผูกพันที่ต้องชำระคืน ไม่ว่าจะเป็นเงิน ทรัพย์สิน หรือบริการ ที่เราติดค้างอยู่กับบุคคลอื่น หรือนิติบุคคลอื่น และมีกำหนดเวลาในการชำระคืน หรือต้องชำระคืนตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Debt” บ่อยครั้งในบริบทต่างๆ เช่น การกู้ยืมเงินจากธนาคารเพื่อซื้อบ้านหรือรถยนต์ ซึ่งเงินจำนวนนั้นก็คือ “Debt” ที่เราต้องผ่อนชำระคืน หรือเวลาที่เราใช้บัตรเครดิตซื้อของ ก็ถือเป็น “Debt” ที่เราต้องจ่ายคืนให้กับบริษัทบัตรเครดิตในภายหลัง นอกจากนี้ ธุรกิจต่างๆ ก็มักจะมี “Debt” ในรูปแบบของการกู้ยืมเงินเพื่อมาลงทุน หรือขยายกิจการ ความหมายและการใช้งาน “Debt” หมายถึง หนี้สิน หรือภาระที่ต้องชำระคืน เป็นสิ่งที่ติดค้างอยู่กับผู้อื่นและต้องมีการชดใช้ตามข้อตกลง อาจเป็นหนี้สินส่วนบุคคล หนี้สินทางธุรกิจ หรือหนี้สินของรัฐบาล ตัวอย่างการใช้งาน “I have a lot of student debt.” (ฉันมีหนี้สินจากการศึกษาจำนวนมาก) “The company is trying…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *