"Gross” แปลว่า

คำว่า “Gross” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ที่ใช้กันทั่วไปสองแบบ คือ “ขั้นต้น” หรือ “รวมทั้งหมด” และ “น่าขยะแขยง” หรือ “น่ารังเกียจ” ซึ่งการจะเข้าใจความหมายไหนต้องดูจากบริบทของประโยคหรือสถานการณ์ที่ใช้ค่ะ

ในการใช้งานจริง “Gross” มักจะปรากฏในบริบททางการเงิน หรือการคำนวณต่างๆ ที่หมายถึงจำนวนเงินก่อนที่จะหักค่าใช้จ่ายหรือภาษีออกไป เช่น เงินเดือน Gross หรือรายได้ Gross ซึ่งก็คือเงินเดือนหรือรายได้รวมทั้งหมดที่ยังไม่ได้ถูกหักอะไรออกไปเลย ส่วนอีกความหมายหนึ่งที่ใช้บ่อยคือการบอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งดูแล้วไม่น่ามอง ไม่สะอาด หรือน่าขยะแขยงมากๆ จนทำให้รู้สึกไม่สบายใจ

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Gross” สามารถแปลได้สองความหมายหลักๆ คือ:

  • ขั้นต้น / รวมทั้งหมด (ก่อนหักค่าใช้จ่าย): ใช้ในบริบททางการเงิน หรือการคำนวณต่างๆ เพื่อแสดงจำนวนเงินทั้งหมดที่ยังไม่ได้ถูกหักภาษี ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ออกไป
  • น่าขยะแขยง / น่ารังเกียจ: ใช้เพื่ออธิบายลักษณะของสิ่งที่ไม่น่าดู ไม่สะอาด หรือทำให้รู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก

ตัวอย่าง

  • Gross Salary (เงินเดือนขั้นต้น): หมายถึง เงินเดือนรวมทั้งหมดก่อนหักภาษี ประกันสังคม หรือรายการอื่นๆ
  • Gross Profit (กำไรขั้นต้น): หมายถึง รายได้จากการขายหักต้นทุนขายออกไปแล้ว แต่ยังไม่ได้หักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นๆ
  • That’s gross! (น่าขยะแขยงมาก!): ใช้เมื่อเห็น หรือได้ยินอะไรที่ไม่น่ามอง ไม่สะอาด หรือน่ารังเกียจ

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Gross” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเงิน เช่น การคำนวณรายได้ หรือเงินเดือน และอีกบริบทหนึ่งที่ใช้กันทั่วไปคือการแสดงความรู้สึกไม่ชอบหรือไม่พอใจต่อสิ่งที่ดูไม่สะอาด หรือน่ารังเกียจ

🔷 FAQ SECTION

“Gross” กับ “Net” ต่างกันอย่างไร?

Gross คือจำนวนเงินรวมทั้งหมดก่อนหักค่าใช้จ่ายใดๆ ส่วน Net คือจำนวนเงินที่เหลือหลังจากหักค่าใช้จ่ายต่างๆ ออกไปแล้ว เช่น Gross Salary คือเงินเดือนรวมก่อนหักภาษี แต่ Net Salary คือเงินเดือนสุทธิที่จะได้รับจริงหลังหักภาษีแล้ว

ใช้คำว่า “Gross” ในประโยคบอกเล่าได้อย่างไร?

คุณสามารถใช้ “Gross” เพื่ออธิบายจำนวนเงินรวม หรือเพื่อบอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งน่าขยะแขยง เช่น “My gross income this year was higher than last year.” (รายได้รวมของฉันปีนี้สูงกว่าปีที่แล้ว) หรือ “The sight of the spilled milk was gross.” (ภาพของนมที่หกเลอะเทอะมันน่าขยะแขยงมาก)

Similar Posts

  • "Afford” แปลว่า

    คำว่า “Afford” เป็นภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ ว่า “สามารถจ่ายได้” หรือ “สามารถซื้อหาได้” ในบริบทของการเงิน หรือหมายถึง “สามารถจัดหาให้ได้” หรือ “สามารถให้โอกาสบางอย่างได้” ในบริบทที่กว้างขึ้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Afford” เมื่อพูดถึงการซื้อของ หรือการใช้จ่ายต่างๆ เช่น ถ้าเราบอกว่า “I can’t afford this car” หมายความว่า เราไม่มีเงินพอที่จะซื้อรถคันนี้ได้ หรือถ้ามีใครเสนอให้ไปเที่ยวต่างประเทศ แต่เราตอบว่า “I can’t afford to go” ก็แปลว่าเราไม่สามารถจ่ายค่าใช้จ่ายในการเดินทางครั้งนี้ได้ นอกจากนี้ ยังใช้ในความหมายของการมีเวลาหรือความสามารถที่จะทำบางสิ่งบางอย่างได้ด้วย เช่น “I can’t afford to take a vacation right now” แปลว่า ตอนนี้ไม่มีเวลาหรือกำลังทรัพย์พอที่จะไปพักร้อนได้ ความหมายและการใช้งาน “Afford” ใช้เพื่อบ่งบอกว่าบุคคลหรือองค์กรมีความสามารถทางการเงินเพียงพอที่จะซื้อสินค้า บริการ หรือการกระทำบางอย่างได้…

  • "Metoo” แปลว่า

    “Metoo” (มีทู) เป็นคำที่ใช้แสดงออกถึงการที่ผู้ที่พูดหรือเขียนประโยคนั้น มีความรู้สึก ประสบการณ์ หรือความคิดเห็นแบบเดียวกับที่ผู้อื่นได้กล่าวหรือแสดงออกไปก่อนหน้า เป็นการแสดงการเห็นด้วย หรือการบอกว่า “ฉันก็เป็นเหมือนกัน” หรือ “ฉันก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน” ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นหรือได้ยินคนใช้คำว่า “Metoo” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เมื่อเพื่อนเล่าประสบการณ์ที่น่าเบื่อให้ฟัง เราอาจจะตอบกลับไปว่า “Metoo” เพื่อบอกว่าเราก็เคยเจออะไรแบบนั้นเหมือนกัน หรือเมื่อมีคนพูดถึงความชอบในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น “ชอบกินชาไข่มุกมากเลย” แล้วมีอีกคนตอบว่า “Metoo” ก็หมายความว่าเขาเองก็ชอบกินชาไข่มุกเหมือนกัน เป็นการสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงและเป็นพวกเดียวกัน ความหมายและการใช้งาน “Metoo” มาจากภาษาอังกฤษ โดย “Me” แปลว่า “ฉัน” หรือ “ผม” และ “Too” แปลว่า “ด้วย” หรือ “เช่นกัน” เมื่อรวมกันจึงมีความหมายว่า “ฉันก็ด้วย” หรือ “ฉันก็เหมือนกัน” ใช้เพื่อแสดงว่าตนเองมีความรู้สึก ประสบการณ์ หรือความคิดเห็นที่ตรงกับบุคคลอื่นที่พูดถึงก่อนหน้า เป็นการยืนยันและแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ตัวอย่างการใช้งาน “วันนี้อากาศร้อนมากเลย” – “Metoo!”…

  • "Presence” แปลว่า

    คำว่า “Presence” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “การมีอยู่” หรือ “การปรากฏตัว” โดยสามารถใช้ได้ในหลายบริบท ขึ้นอยู่กับสถานการณ์นั้นๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Presence” ในแง่ของการปรากฏตัวของบุคคลในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง เช่น ถ้าเราพูดว่า “His presence was felt in the room” ก็หมายถึงว่าการมีอยู่ของเขาส่งผลให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไป หรืออีกความหมายหนึ่งคือการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เช่น การเข้าเรียน หรือการเข้าประชุม การที่เรา “มี Presence” ในที่ทำงานหมายถึงเราได้เข้ามาทำงานตามเวลาที่กำหนด หรือการที่เรา “มี Presence” ในโลกออนไลน์ก็คือการที่เราออนไลน์อยู่และสามารถโต้ตอบกับผู้อื่นได้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Presence” สามารถสื่อความหมายได้หลากหลาย เช่น: การมีอยู่ (Existence): การดำรงอยู่ของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง การปรากฏตัว (Appearance): การแสดงตนให้ผู้อื่นเห็น การเข้าร่วม (Attendance): การเข้ามาร่วมในกิจกรรมหรือสถานที่ อิทธิพลหรือผลกระทบ (Influence/Impact): ความรู้สึกที่รับรู้ได้จากการมีอยู่ของบางสิ่งบางอย่าง บริบทที่ใช้บ่อย เรามักพบคำว่า “Presence”…

  • "Guy” แปลว่า

    คำว่า “Guy” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ผู้ชาย” หรือ “เด็กหนุ่ม” ครับ เป็นคำที่ใช้เรียกเพศชายทั่วไป ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นอะไรมากนัก แต่ให้ความรู้สึกเป็นกันเองและไม่เป็นทางการมากนัก ในชีวิตประจำวัน คนไทยอาจจะได้ยินหรือเห็นคำว่า “Guy” บ่อยๆ จากภาพยนตร์ เพลง หรือการสนทนาของชาวต่างชาติ มักจะใช้ในบริบทที่พูดถึงผู้ชายคนใดคนหนึ่ง หรือกลุ่มผู้ชาย เช่น “That guy over there is my friend” (ผู้ชายคนนั้นที่อยู่ตรงนั้นคือเพื่อนของฉัน) หรือเวลาที่พูดถึงใครสักคนแบบไม่ระบุชื่อชัดเจน ก็อาจจะใช้คำว่า “guy” แทนไปเลย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Guy” โดยพื้นฐานแล้วหมายถึง “ผู้ชาย” หรือ “คน” ที่เป็นเพศชาย สามารถใช้เรียกได้ตั้งแต่เด็กหนุ่มไปจนถึงผู้ใหญ่ แต่จะมีความรู้สึกที่ค่อนข้างเป็นกันเอง ไม่เป็นทางการเท่าคำว่า “man” หรือ “gentleman” บางครั้งก็อาจจะใช้ในความหมายกลางๆ ว่า “คน” โดยไม่เจาะจงเพศได้เหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่จะหมายถึงผู้ชาย ตัวอย่างการใช้งาน 1. “Who…

  • "Style” แปลว่า

    คำว่า “Style” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ ว่า “สไตล์” ซึ่งหมายถึง รูปแบบ ลักษณะ หรือวิธีการที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของบุคคล สิ่งของ หรือแนวคิดนั้นๆ โดยอาจเกี่ยวข้องกับแฟชั่น การออกแบบ ศิลปะ การดำเนินชีวิต หรือแม้กระทั่งวิธีการพูดและการคิด ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Style” ถูกนำมาใช้ในบริบทที่หลากหลาย เช่น เวลาที่เราพูดถึงการแต่งตัวของใครสักคน เราอาจจะบอกว่า “เขาคนนี้มีสไตล์มาก” หมายถึง เขามีวิธีการแต่งตัวที่ดูดี มีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใคร หรือเมื่อพูดถึงการตกแต่งบ้าน ก็อาจจะบอกว่า “บ้านหลังนี้ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น” ซึ่งหมายถึง การตกแต่งบ้านตามแบบฉบับของสไตล์โมเดิร์น นอกจากนี้ “Style” ยังสามารถหมายถึง ทัศนคติหรือแนวทางการใช้ชีวิต เช่น “เธอใช้ชีวิตแบบมีสไตล์” ซึ่งอาจหมายถึง การใช้ชีวิตอย่างมีความสุข มีความชัดเจนในตัวเอง และไม่ตามกระแสมากจนเกินไป ความหมายและการใช้งาน “Style” หมายถึง รูปแบบ ลักษณะเฉพาะ หรือวิธีการที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้กับหลายสิ่งหลายอย่าง เช่น แฟชั่น (Style of dress),…

  • "Sales” แปลว่า

    คำว่า “Sales” ในภาษาไทยมีความหมายตรงตัวว่า “การขาย” หรือ “ยอดขาย” เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในแวดวงธุรกิจและการค้า หมายถึงกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายสินค้าหรือบริการให้กับลูกค้าเพื่อให้เกิดการซื้อขายขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถหมายถึงจำนวนเงินหรือปริมาณของสินค้าที่ขายได้ในช่วงเวลาหนึ่งๆ ด้วย ในชีวิตประจำวัน เรามักได้ยินคำว่า “Sales” ในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อไปเดินห้างสรรพสินค้า เราอาจเห็นป้าย “SALE!” ซึ่งหมายถึงช่วงเวลาที่มีการลดราคาสินค้า หรือเมื่อพูดถึงผลประกอบการของบริษัท ก็มักจะกล่าวถึง “ยอด Sales” ที่ทำได้ในแต่ละเดือนหรือแต่ละปี เพื่อบ่งบอกถึงความสำเร็จทางธุรกิจ นอกจากนี้ ในสายงานที่เกี่ยวข้องกับการขาย ก็จะมีการใช้คำว่า “Sales” เพื่อเรียกตำแหน่งงาน เช่น “พนักงานฝ่าย Sales” หรือ “ผู้จัดการฝ่าย Sales” ซึ่งหมายถึงผู้ที่รับผิดชอบในการขายสินค้าหรือบริการนั่นเอง ความหมายและการใช้งาน “Sales” หมายถึง การกระทำหรือกระบวนการในการขายสินค้าหรือบริการ และยังหมายถึงผลลัพธ์ที่ได้จากการขายนั้นๆ เช่น ยอดขายที่เกิดขึ้น ซึ่งวัดได้เป็นจำนวนเงินหรือจำนวนชิ้น ตัวอย่างการใช้งาน “ช่วงนี้ห้างกำลังจัดโปรโมชั่น Sales ครั้งใหญ่ ลดราคาสินค้าทุกชิ้นเลย” “บริษัทของเราทำยอด Sales ได้เกินเป้าที่ตั้งไว้ในปีนี้” “เขาเป็นพนักงาน Sales…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *