"Deliberate” แปลว่า

คำว่า “deliberate” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ การกระทำที่ทำอย่างตั้งใจ จงใจ หรือไตร่ตรองมาก่อน ไม่ใช่การกระทำโดยบังเอิญ หรือเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำนี้เพื่ออธิบายการตัดสินใจหรือการกระทำที่ผ่านการคิดมาอย่างรอบคอบแล้ว เช่น เวลาใครวางแผนอะไรบางอย่าง หรือพูดอะไรบางอย่างออกมาอย่างจงใจ ไม่ใช่พลั้งปากไป การกระทำที่ “deliberate” มักจะบ่งบอกถึงความรอบคอบ การมีเป้าหมาย หรือความตั้งใจที่ชัดเจน

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “deliberate” สามารถใช้ได้ทั้งเป็นคำกริยา (verb) และคำคุณศัพท์ (adjective)

  • **ในฐานะคำกริยา:** หมายถึง การคิดใคร่ครวญอย่างรอบคอบ หรือการปรึกษาหารือกันอย่างจริงจัง
  • **ในฐานะคำคุณศัพท์:** หมายถึง การกระทำที่ทำอย่างจงใจ ตั้งใจ หรือผ่านการไตร่ตรองมาแล้ว

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “He made a deliberate choice to quit his job.” (เขาตัดสินใจอย่าง จงใจ ที่จะลาออกจากงาน)
  • “The committee will deliberate on the new proposal.” (คณะกรรมการจะ พิจารณา ข้อเสนอใหม่นี้อย่างรอบคอบ)
  • “Her movements were slow and deliberate.” (การเคลื่อนไหวของเธอช้าและ อย่างจงใจ)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “deliberate” มักใช้ในบริบทที่ต้องการเน้นย้ำว่าการกระทำนั้นๆ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจากการตัดสินใจหรือการวางแผนที่ผ่านการคิดมาแล้ว เช่น ในการอธิบายเหตุการณ์สำคัญ การตัดสินใจทางธุรกิจ หรือการกระทำที่มีผลกระทบ

FAQ SECTION

“deliberate” กับ “intentional” ต่างกันอย่างไร?

“Deliberate” เน้นที่กระบวนการคิดและการไตร่ตรองก่อนการกระทำ ในขณะที่ “intentional” เน้นที่ความตั้งใจที่จะกระทำสิ่งนั้นๆ โดยตรง

การกระทำที่ “deliberate” เป็นสิ่งที่ดีเสมอไปหรือไม่?

ไม่เสมอไป การกระทำที่ “deliberate” คือการกระทำที่จงใจ ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งเรื่องดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับเจตนาและผลลัพธ์ของการกระทำนั้นๆ

Similar Posts

  • "Virus” แปลว่า

    คำว่า “Virus” ในภาษาไทย หมายถึง เชื้อโรคขนาดเล็กมากที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น สามารถก่อให้เกิดโรคต่างๆ ได้หลากหลายในสิ่งมีชีวิต ทั้งมนุษย์ สัตว์ พืช หรือแม้แต่แบคทีเรีย ไวรัสมีโครงสร้างที่เรียบง่าย ประกอบด้วยสารพันธุกรรม (DNA หรือ RNA) ห่อหุ้มด้วยโปรตีน และบางชนิดอาจมีชั้นไขมันหุ้มอีกชั้นหนึ่ง ไวรัสไม่สามารถดำรงชีวิตได้ด้วยตัวเอง ต้องอาศัยเซลล์ของสิ่งมีชีวิตอื่นในการเพิ่มจำนวน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Virus” เพื่ออธิบายถึงสาเหตุของการเจ็บป่วยที่เกิดจากการติดเชื้อ เช่น การเป็นหวัด ไข้หวัดใหญ่ หรือแม้แต่โรคที่ร้ายแรงอย่างโควิด-19 เราอาจจะได้ยินคำนี้บ่อยๆ จากข่าวสารทางการแพทย์ หรือเวลาพูดคุยถึงเรื่องสุขภาพกับคนรอบข้าง นอกจากนี้ “Virus” ยังถูกนำไปใช้เปรียบเปรยถึงสิ่งที่ไม่ดีที่แพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วในสังคม เช่น ข่าวลือ หรือพฤติกรรมบางอย่างที่ส่งผลเสีย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Virus” มาจากภาษาละติน แปลว่า “พิษ” หรือ “สารพิษ” ในทางการแพทย์ หมายถึง สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กมากที่ก่อให้เกิดโรคได้ โดยไวรัสจะเข้าไปในเซลล์ของร่างกาย แล้วใช้กลไกของเซลล์นั้นในการเพิ่มจำนวนตัวเอง ทำให้เซลล์เสียหายและเกิดอาการป่วยตามมา การติดเชื้อไวรัสมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่ไม่แสดงอาการ ไปจนถึงอาการรุนแรงที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ตัวอย่างการใช้งาน…

  • "Fever” แปลว่า

    คำว่า “Fever” ในภาษาไทยหมายถึง “ไข้” ซึ่งเป็นภาวะที่อุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติ โดยทั่วไปมักเกิดจากการติดเชื้อหรือการอักเสบในร่างกาย เวลาเราพูดถึง “Fever” ในชีวิตประจำวัน คนไทยจะเข้าใจทันทีว่าหมายถึงอาการป่วยที่มีไข้ เช่น ถ้ามีคนบอกว่า “I have a fever” ก็จะหมายความว่า “ฉันเป็นไข้” หรือถ้าถามว่า “How is your child?” แล้วเขาตอบว่า “He has a slight fever” ก็แปลว่า “ลูกชายเขามีไข้เล็กน้อย” เป็นคำที่ใช้กันทั่วไปเมื่อพูดถึงอาการไม่สบายตัวที่เกี่ยวข้องกับอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้น ความหมายและการใช้งาน Fever หมายถึง ภาวะไข้ ซึ่งวัดได้จากอุณหภูมิร่างกายที่สูงกว่าระดับปกติ โดยทั่วไปอุณหภูมิร่างกายปกติจะอยู่ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส หากสูงกว่านี้ถือว่ามีไข้ การมีไข้เป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังต่อสู้กับการติดเชื้อหรือการอักเสบ ตัวอย่างการใช้งาน ประโยคที่ใช้คำว่า “Fever” ในชีวิตประจำวัน เช่น: “The child has a high fever.” (เด็กมีไข้สูง) “I…

  • "Game Of Thrones” แปลว่า

    “Game Of Thrones” แปลว่า “เกมล่าบัลลังก์” ครับ เป็นชื่อของซีรีส์โทรทัศน์แฟนตาซีชื่อดังระดับโลก ที่สร้างจากนวนิยายชุด A Song of Ice and Fire ของ George R.R. Martin เรื่องราวเข้มข้นเกี่ยวกับการแย่งชิงอำนาจ การเมือง สงคราม และเวทมนตร์ในทวีปสมมติที่ชื่อว่า Westeros ครับ ในชีวิตประจำวัน คนไทยมักจะใช้คำว่า “Game Of Thrones” ทับศัพท์ไปเลยเวลาพูดถึงซีรีส์เรื่องนี้ครับ อาจจะพูดว่า “ดู Game Of Thrones อยู่” หรือ “ชอบตัวละครไหนใน Game Of Thrones” เป็นต้น ไม่ค่อยมีการแปลเป็นภาษาไทยตรงๆ ในการสนทนาทั่วไป แต่ถ้าจะอธิบายให้คนที่ไม่รู้จักฟัง ก็จะบอกว่าเป็น “ซีรีส์เกมล่าบัลลังก์” เพื่อให้เข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้นครับ ความหมายและการใช้งาน “Game Of Thrones” หมายถึง “เกมแห่งการช่วงชิงอำนาจ” หรือ…

  • "Master” แปลว่า

    คำว่า “Master” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย และมีความหมายหลักๆ คือ “ผู้เชี่ยวชาญ” หรือ “ผู้ชำนาญ” ในสาขาใดสาขาหนึ่ง ซึ่งอาจหมายถึงบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ หรือทักษะในระดับสูงมากๆ จนได้รับการยอมรับว่าเป็นเลิศในสิ่งนั้นๆ นอกจากนี้ “Master” ยังสามารถหมายถึง “นาย” หรือ “เจ้าของ” ในบริบทที่แสดงถึงอำนาจหรือความเป็นเจ้าของได้เช่นกัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Master” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อพูดถึงผู้ที่มีความสามารถโดดเด่นในอาชีพการงาน เช่น “Master Chef” ที่หมายถึงเชฟผู้มากฝีมือ หรือ “Master of Ceremony” (MC) ที่เป็นพิธีกรผู้ดำเนินรายการได้อย่างยอดเยี่ยม ในอีกแง่มุมหนึ่ง คำนี้ยังใช้เพื่อแสดงถึงการควบคุมหรือความเป็นเจ้าของ เช่น “Master Key” คือกุญแจผีที่ไขได้หลายดอก หรือ “Master Bedroom” คือห้องนอนหลักในบ้าน ความหมายและการใช้งาน “Master” โดยทั่วไปหมายถึงผู้ที่มีความเชี่ยวชาญหรือทักษะในระดับสูงในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือหมายถึงผู้ที่ควบคุมหรือเป็นเจ้าของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง การใช้งานจะขึ้นอยู่กับบริบทที่แตกต่างกันไป ตัวอย่างการใช้งาน Master Chef: เชฟผู้มีฝีมือระดับปรมาจารย์…

  • "Fastest” แปลว่า

    คำว่า “Fastest” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษที่มาจากคำว่า “fast” ซึ่งแปลว่า “เร็ว” เมื่อเติม “-est” เข้าไป จะกลายเป็นรูปขั้นสุด (superlative form) ของคำคุณศัพท์ หมายถึง “เร็วที่สุด” หรือ “เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” ใช้เพื่อเปรียบเทียบสิ่งของ เหตุการณ์ หรือบุคคลว่ามีความเร็วเหนือกว่าสิ่งอื่นๆ ทั้งหมดในกลุ่มเดียวกัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นคำว่า “Fastest” ในหลายบริบท เช่น เวลาพูดถึงการแข่งขันกีฬาที่ต้องการหาผู้ชนะที่เร็วที่สุด หรือเมื่อพูดถึงเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็วเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้ หรือแม้แต่การเปรียบเทียบความเร็วของรถยนต์ อินเทอร์เน็ต หรือบริการต่างๆ ว่าอันไหน “Fastest” กว่ากัน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Fastest” ใช้เพื่อบ่งชี้ถึงระดับความเร็วสูงสุด เมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งอื่นตั้งแต่สองสิ่งขึ้นไป เป็นการบอกว่าสิ่งนั้นมีความเร็วเหนือกว่าทุกสิ่งในกลุ่มเดียวกันอย่างชัดเจน ตัวอย่างการใช้งาน “Usain Bolt เป็นนักวิ่งที่ fastest ในโลก” (อุสเซน โบลต์ เป็นนักวิ่งที่เร็วที่สุดในโลก) “อินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ออปติกมีความเร็ว fastest กว่าอินเทอร์เน็ตแบบเดิม” (อินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ออปติกมีความเร็วที่สุดกว่าอินเทอร์เน็ตแบบเดิม) “สายการบินนี้ให้บริการ fastest…

  • "Reached” แปลว่า

    คำว่า “Reached” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ คือ “ถึง” หรือ “บรรลุ” ในภาษาไทย ซึ่งสามารถใช้ได้ในหลายบริบท ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่ใช้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Reached” บ่อยๆ ในสถานการณ์ที่เกี่ยวกับการเดินทางไปถึงสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง หรือการบรรลุเป้าหมายบางอย่าง เช่น เมื่อเราโทรศัพท์หาใครสักคนแล้วเขาไม่รับ เราอาจจะบอกว่า “I couldn’t reach him” ซึ่งหมายถึง “ฉันไม่สามารถติดต่อเขาได้” หรือเมื่อเราตั้งเป้าหมายไว้แล้วทำสำเร็จ เราก็จะใช้คำว่า “We reached our goal” หรือ “เราบรรลุเป้าหมายของเราแล้ว” เป็นต้น ความหมายและการใช้งาน “Reached” มาจากกริยาช่องที่ 2 และ 3 ของคำว่า “reach” ซึ่งหมายถึง การเอื้อมถึง การไปถึง หรือการติดต่อได้ เมื่อใช้ในประโยค สามารถบ่งบอกถึงการสิ้นสุดการเดินทาง การประสบความสำเร็จ หรือการสามารถเชื่อมต่อกับบางสิ่งบางอย่างได้ ตัวอย่างการใช้งาน การเดินทาง: “The train…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *