"Forbidden” แปลว่า

คำว่า “Forbidden” ในภาษาอังกฤษมีความหมายว่า “ต้องห้าม” หรือ “ที่ถูกหวงห้าม” โดยทั่วไปแล้วใช้เพื่อบ่งบอกถึงสิ่งที่ไม่อนุญาตให้ทำ ไม่ให้เข้าถึง หรือไม่ให้ใช้งานได้ เนื่องจากอาจเป็นอันตราย ผิดกฎหมาย ไม่เหมาะสม หรือมีเหตุผลอื่น ๆ ที่ทำให้ต้องจำกัดการเข้าถึง

ในชีวิตประจำวัน เราอาจเจอคำว่า “Forbidden” ได้ในหลายบริบท เช่น ป้ายที่เขียนว่า “Forbidden to enter” (ห้ามเข้า) หรือ “Forbidden to smoke” (ห้ามสูบบุหรี่) ในสถานที่สาธารณะ หรืออาจใช้ในการอธิบายถึงเรื่องราวในนิยายหรือภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับสิ่งต้องห้ามที่ตัวละครไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว ซึ่งมักจะนำไปสู่เหตุการณ์ที่น่าสนใจหรืออันตราย

ความหมายและการใช้งาน

“Forbidden” หมายถึง สิ่งที่ถูกสั่งห้ามอย่างเด็ดขาด ไม่สามารถทำได้ หรือเข้าถึงไม่ได้ มักใช้กับกฎระเบียบ ข้อบังคับ หรือข้อจำกัดที่เข้มงวด

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “The old book contained a forbidden spell.” (หนังสือเล่มเก่ามีคาถาต้องห้ามอยู่)
  • “Access to this area is forbidden.” (การเข้าถึงพื้นที่นี้เป็นสิ่งต้องห้าม)
  • “Eating in the library is forbidden.” (การรับประทานอาหารในห้องสมุดเป็นสิ่งต้องห้าม)

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “Forbidden” มักใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ข้อบังคับ ความปลอดภัย หรือศีลธรรม เพื่อสื่อถึงสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงหรือไม่ควรละเมิด

🔷 FAQ SECTION

“Forbidden” หมายถึงอะไรในภาษาไทย?

“Forbidden” หมายถึง “ต้องห้าม” หรือ “ที่ถูกหวงห้าม” ครับ

เราจะเจอคำว่า “Forbidden” ได้ที่ไหนบ้าง?

เราอาจเจอคำว่า “Forbidden” ได้ตามป้ายประกาศในสถานที่ต่างๆ เช่น ป้ายห้ามเข้า ห้ามสูบบุหรี่ หรือในเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับสิ่งที่ไม่อนุญาตให้ทำครับ

Similar Posts

  • "Maintain” แปลว่า

    คำว่า “Maintain” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ คือ การรักษา การดูแล การคงไว้ หรือการดำรงไว้ ซึ่งเป็นคำที่ใช้ในหลากหลายสถานการณ์ ตั้งแต่การดูแลสิ่งของให้คงสภาพ การรักษาความสัมพันธ์ ไปจนถึงการดำรงไว้ซึ่งสถานะหรือตำแหน่ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Maintain” ในบริบทของการดูแลรักษา เช่น การ Maintain รถยนต์ หมายถึง การนำรถไปเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจเช็คและซ่อมบำรุงตามระยะ หรือการ Maintain สุขภาพ คือ การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ นอกจากนี้ยังใช้กับการรักษาความสัมพันธ์ เช่น Maintain friendship คือ การรักษาความเป็นเพื่อนไว้ หรือ Maintain order คือ การรักษาระเบียบวินัย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Maintain” สามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ ดังนี้: การรักษา (Keep): ใช้ในความหมายของการทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งคงอยู่ในสภาพเดิม เช่น Maintain peace (รักษาสันติภาพ), Maintain silence (รักษาความเงียบ)…

  • "Disgust” แปลว่า

    คำว่า “Disgust” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ความรู้สึกรังเกียจ หรือขยะแขยง เป็นความรู้สึกไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เรารู้สึกว่าไม่น่าพิสมัย สกปรก น่าขยะแขยง หรือผิดศีลธรรม ในชีวิตประจำวัน เราอาจใช้คำว่า Disgust เมื่อเจอสิ่งที่เราไม่ชอบอย่างมาก เช่น การได้กลิ่นเหม็นรุนแรง เห็นอาหารที่เน่าเสีย หรือได้ยินเรื่องราวที่โหดร้าย ทำให้เรารู้สึกไม่อยากเข้าใกล้ ไม่อยากแตะต้อง หรืออยากจะหนีไปให้พ้นจากสิ่งนั้นๆ เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้กับประสาทสัมผัสต่างๆ ทั้งรูป รส กลิ่น เสียง หรือแม้กระทั่งจากความคิดและจินตนาการ ความหมายและการใช้งาน Disgust คือ ความรู้สึกรังเกียจ ขยะแขยง ไม่ชอบอย่างรุนแรง ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อเห็นแมลงสาบไต่ไปมาบนพื้น ทำให้ฉันรู้สึก Disgust มาก ข่าวอาชญากรรมที่โหดร้ายทำให้หลายคนเกิดความรู้สึก Disgust อาหารที่เสียแล้วมีกลิ่นเหม็นจนรู้สึก Disgust บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า Disgust มักใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับสิ่งสกปรก อาหารที่ไม่น่ากิน สัตว์ที่น่ารังเกียจ การกระทำที่ผิดศีลธรรม หรือเรื่องราวที่ชวนสะอิดสะเอียน 🔷 FAQ SECTION Disgust แตกต่างจากคำว่า…

  • "Wife” แปลว่า

    คำว่า “Wife” ในภาษาอังกฤษมีความหมายตรงตัวในภาษาไทยว่า “ภรรยา” หรือ “ผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว” เป็นคำที่ใช้เรียกคู่สมรสที่เป็นเพศหญิงของชายคนหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Wife” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในบริบทของครอบครัว หรือเมื่อพูดถึงความสัมพันธ์การแต่งงาน เช่น เวลาเพื่อนแนะนำแฟนสาวให้รู้จักกับครอบครัวของตนเอง หรือเมื่อพูดถึงบทบาทหน้าที่ของคู่สมรสในบ้าน คนทั่วไปมักใช้คำนี้เพื่อสื่อถึงบุคคลอันเป็นที่รักและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตครอบครัวที่ถูกต้องตามกฎหมาย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Wife” หมายถึง ผู้หญิงที่ได้สมรสกับชายคนหนึ่ง เป็นคำที่ใช้เรียกคู่ชีวิตตามกฎหมาย มีสถานะเป็นภรรยาของสามี ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น หากคุณได้ยินประโยคว่า “My wife is a doctor.” ในภาษาไทยจะหมายถึง “ภรรยาของผมเป็นหมอ” หรือ “He is looking for his wife.” จะหมายถึง “เขากำลังตามหาภรรยาของเขาอยู่” บริบทที่ใช้บ่อย “Wife” เป็นคำที่ใช้ในบริบททั่วไปเกี่ยวกับการแต่งงาน ความสัมพันธ์ในครอบครัว และการกล่าวถึงคู่สมรสที่เป็นเพศหญิง 🔷 FAQ SECTION “Wife” ต่างจาก “Girlfriend” อย่างไร?…

  • "Arrivals” แปลว่า

    คำว่า “Arrivals” เป็นคำภาษาอังกฤษที่แปลว่า “การมาถึง” หรือ “ผู้ที่มาถึง” ในภาษาไทย โดยทั่วไปแล้วมักใช้เพื่อหมายถึงการมาถึงของผู้คน ยานพาหนะ หรือสิ่งของ ณ สถานที่ใดสถานที่หนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นคำว่า “Arrivals” ใช้ในสนามบิน หรือสถานีรถไฟ เพื่อบอกให้ทราบว่าเที่ยวบินหรือขบวนรถไฟขบวนไหนกำลังจะมาถึง หรือได้มาถึงแล้ว นอกจากนี้ยังอาจใช้ในบริบทอื่นๆ เช่น การต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ หรือการรับสินค้าที่สั่งซื้อ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Arrivals” มาจากคำกริยา “arrive” ที่แปลว่า “มาถึง” เมื่อเติม “-s” เข้าไป จะกลายเป็นคำนามพหูพจน์ หมายถึง “การมาถึง” หรือ “ผู้ที่มาถึง” หลายคน หรือหลายสิ่ง ตัวอย่างการใช้งาน ในสนามบิน: ป้าย “Arrivals” จะแสดงข้อมูลเที่ยวบินที่กำลังจะลงจอด หรือลงจอดแล้ว เช่น “Flight BA245 from London – Arrivals Hall B”…

  • "Continental” แปลว่า

    คำว่า “Continental” โดยทั่วไปแล้วหมายถึง “เกี่ยวกับทวีป” หรือ “ของทวีป” ซึ่งสามารถตีความได้หลากหลายขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้งาน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า Continental ในหลายสถานการณ์ เช่น การกล่าวถึงภูมิภาคทางภูมิศาสตร์ที่กว้างใหญ่ หรือเมื่อพูดถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับทวีปใดทวีปหนึ่งโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังอาจใช้เพื่อบ่งบอกถึงลักษณะหรือสไตล์ที่มาจากทวีปใดทวีปหนึ่ง เช่น แฟชั่น หรืออาหาร ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Continental” เป็นคำคุณศัพท์ (adjective) ที่มาจากคำว่า “continent” ซึ่งแปลว่า “ทวีป” ดังนั้น ความหมายหลักคือ “ที่เกี่ยวข้องกับทวีป” หรือ “ซึ่งมีอยู่บนทวีป” สามารถนำไปใช้ได้ในหลายบริบท เช่น: ภูมิศาสตร์: ใช้เพื่ออธิบายถึงพื้นที่หรือดินแดนที่อยู่บนแผ่นดินใหญ่ของทวีป โดยไม่รวมถึงเกาะต่างๆ เช่น “แผ่นดินใหญ่ของทวีปยุโรป” (European continent) วัฒนธรรม/สไตล์: ใช้เพื่อบ่งบอกถึงลักษณะหรือรูปแบบที่พบได้ทั่วไปในทวีปใดทวีปหนึ่ง เช่น “แฟชั่นสไตล์ Continental” (Continental fashion) หรือ “อาหาร Continental” (Continental cuisine) ซึ่งมักจะหมายถึงอาหารยุโรป การเดินทาง:…

  • "Bell” แปลว่า

    คำว่า “Bell” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ระฆัง” หรือ “กระดิ่ง” ซึ่งเป็นวัตถุที่มีเสียงดังเมื่อถูกตีหรือเขย่า เพื่อใช้เป็นสัญญาณ เตือน หรือเพื่อความสวยงาม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Bell” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น ระฆังที่โบสถ์ (church bell) กระดิ่งประตูบ้าน (doorbell) หรือแม้กระทั่งการใช้เป็นคำเปรียบเทียบถึงเสียงเตือนต่างๆ เช่น เสียงโทรศัพท์ดัง (phone bell) หรือเสียงเตือนในเกม (game bell) นอกจากนี้ยังอาจหมายถึงนักร้องหรือนักแสดงที่มีเสียงไพเราะอีกด้วย ความหมายและการใช้งาน “Bell” หมายถึง ระฆัง หรือ กระดิ่ง โดยทั่วไปแล้วจะทำจากโลหะ มีลักษณะเป็นรูปถ้วยคว่ำหรือคล้ายระฆัง เมื่อมีวัตถุมากระทบภายในหรือภายนอก จะเกิดเสียงกังวานขึ้น การใช้งานมีตั้งแต่การบอกเวลา การเตือนภัย การเรียก หรือแม้กระทั่งเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงดนตรี ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น “The school bell rang.” หมายถึง “เสียงระฆังโรงเรียนดังขึ้น” หรือ “Please ring…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *