"Complimentary” แปลว่า

คำว่า “Complimentary” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “ฟรี” หรือ “ที่ให้มาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย” นอกจากนี้ยังสามารถหมายถึง “แสดงความชื่นชม” หรือ “เป็นการให้เกียรติ” ได้ด้วย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Complimentary” ในสถานการณ์ที่เกี่ยวกับบริการต่างๆ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร หรือสายการบิน ที่มักจะมีการเสนอสิ่งของหรือบริการบางอย่างให้แก่ลูกค้าโดยไม่คิดเงินเพิ่ม เพื่อเป็นการขอบคุณ หรือเพื่อสร้างความประทับใจ นอกจากนี้ ยังอาจใช้ในความหมายของการกล่าวชมเชย หรือการแสดงความยินดีต่อใครบางคนก็ได้เช่นกัน

ความหมายและการใช้งาน

1. ฟรี / ไม่มีค่าใช้จ่าย: ใช้เมื่อกล่าวถึงสิ่งของหรือบริการที่ได้รับโดยไม่ต้องจ่ายเงิน เช่น อาหารเช้าฟรี (complimentary breakfast) หรือเครื่องดื่มที่เสิร์ฟให้ฟรี (complimentary drink) ในบางครั้งอาจหมายถึงการเข้าชมสถานที่ฟรี (complimentary admission) หรือตั๋วฟรี (complimentary ticket) ด้วย

2. แสดงความชื่นชม / ให้เกียรติ: ใช้เมื่อต้องการกล่าวชมเชย หรือแสดงความรู้สึกที่ดีต่อบุคคลหรือการกระทำ เช่น คำชมเชย (complimentary remarks) หรือการแสดงความยินดี (complimentary wishes)

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “The hotel offers a complimentary breakfast buffet for all guests.” (โรงแรมมีบริการบุฟเฟต์อาหารเช้าฟรีสำหรับแขกทุกท่าน)
  • “We received a complimentary upgrade to a suite.” (เราได้รับการอัปเกรดฟรีเป็นห้องสวีท)
  • “The speaker offered some complimentary remarks about the new project.” (วิทยากรได้กล่าวชมเชยเกี่ยวกับโครงการใหม่)

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “Complimentary” มักพบได้บ่อยในธุรกิจบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมโรงแรม การท่องเที่ยว และร้านอาหาร เพื่อเป็นการแสดงความใส่ใจและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า นอกจากนี้ ยังอาจพบในงานอีเวนต์ต่างๆ ที่มีการมอบของที่ระลึกหรือบริการพิเศษให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน

คำถามที่พบบ่อย

“Complimentary” กับ “Free” ต่างกันอย่างไร?

โดยทั่วไปแล้ว “Complimentary” และ “Free” มีความหมายใกล้เคียงกันคือ “ฟรี” หรือ “ไม่มีค่าใช้จ่าย” แต่ “Complimentary” มักจะสื่อถึงการให้โดยเจตนาที่ดีกว่า เช่น เป็นของขวัญ หรือบริการพิเศษที่มอบให้เพื่อสร้างความประทับใจ ในขณะที่ “Free” อาจหมายถึงสิ่งที่ไม่ต้องเสียเงินโดยไม่มีนัยยะอื่นแอบแฝง

“Complimentary” ใช้กับการชมเชยได้อย่างไร?

เมื่อใช้ในบริบทของการชมเชย “Complimentary” จะมีความหมายว่า “เป็นการให้เกียรติ” หรือ “เป็นการแสดงความชื่นชม” เช่น “complimentary remarks” หมายถึงคำพูดที่แสดงความชื่นชมหรือยกย่อง

Similar Posts

  • "Cap” แปลว่า

    คำว่า “Cap” ในภาษาไทยมีความหมายที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่นำไปใช้ โดยทั่วไปแล้ว “Cap” หมายถึง หมวก ซึ่งเป็นเครื่องแต่งกายที่สวมใส่บนศีรษะเพื่อป้องกันแสงแดด หรือใช้เป็นเครื่องประดับแฟชั่น อย่างไรก็ตาม ในภาษาพูดหรือภาษาวัยรุ่น “Cap” อาจมีความหมายอื่นแฝงอยู่ด้วย ในชีวิตประจำวัน เราจะพบเห็นคำว่า “Cap” ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อพูดถึงการแต่งกาย เราอาจจะบอกว่า “วันนี้ฉันใส่ Cap สีดำ” หรือเมื่อพูดถึงกีฬา เราอาจจะเห็นนักกีฬาสวมใส่ Cap ขณะแข่งขัน นอกจากนี้ ในโซเชียลมีเดียหรือการสนทนาออนไลน์ คำว่า “Cap” อาจถูกนำมาใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หรือเป็นคำสแลงที่เข้าใจกันเฉพาะกลุ่ม ความหมายและการใช้งาน “Cap” ในความหมายหลักคือ “หมวก” ซึ่งเป็นสิ่งของที่ใช้สวมบนศีรษะ แต่ในภาษาแสลง โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น “Cap” อาจหมายถึง “การโกหก” หรือ “เรื่องไม่จริง” เมื่อมีคนพูดอะไรที่ดูเหลือเชื่อหรือไม่น่าเป็นไปได้ คนอื่นอาจจะตอบกลับว่า “No cap” ซึ่งหมายถึง “ไม่โกหก” หรือ “เรื่องจริง” ในทางกลับกัน…

  • "Wait” แปลว่า

    คำว่า “Wait” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “รอ” หรือ “คอย” ซึ่งเป็นการแสดงถึงการหยุดกิจกรรมหรือการกระทำชั่วคราว เพื่อรอสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เกิดขึ้น หรือรอให้เวลาผ่านไปจนถึงจุดที่กำหนด ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Wait” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เมื่อเรากำลังรอเพื่อนที่นัดไว้ หรือรอคิวซื้อของ หรือแม้แต่เมื่อเราต้องการให้ใครบางคนหยุดพูดหรือหยุดทำอะไรบางอย่างชั่วคราว เราก็อาจจะพูดว่า “Wait a minute!” หรือ “Hold on!” ซึ่งล้วนมีความหมายเกี่ยวกับการรอคอยทั้งสิ้น ความหมายและการใช้งาน “Wait” สามารถใช้ได้ทั้งเป็นกริยา (verb) และเป็นคำนาม (noun) ในความหมายของการรอคอย ตัวอย่างการใช้งาน I’ll wait for you here. (ฉันจะรอคุณตรงนี้) – ใช้ในสถานการณ์ที่บอกว่าจะคอยใครบางคน Please wait a moment. (กรุณารอสักครู่) – ใช้เมื่อต้องการให้ใครบางคนรอชั่วคราว The wait was worth it….

  • "Thickness” แปลว่า

    “Thickness” เป็นคำภาษาอังกฤษที่หมายถึง “ความหนา” ค่ะ เป็นการบอกถึงขนาดของวัตถุที่วัดจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่งที่ตรงข้ามกัน โดยทั่วไปจะใช้กับสิ่งของที่เป็นรูปธรรม มีมิติ และสามารถสัมผัสได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “thickness” ในหลากหลายบริบทค่ะ เช่น เวลาเราเลือกซื้อเสื้อผ้า ก็อาจจะถามถึงความหนาของเนื้อผ้าเพื่อดูว่าเหมาะกับสภาพอากาศหรือไม่ หรือเวลาเลือกซื้อหนังสือ เราก็อาจจะดูความหนาของหนังสือเพื่อประเมินปริมาณเนื้อหา หรือเวลาพูดถึงความหนาของผนังบ้านว่าเก็บเสียงได้ดีแค่ไหน เป็นต้น คำนี้ช่วยให้เราสื่อสารเกี่ยวกับขนาดทางกายภาพของสิ่งต่างๆ ได้อย่างชัดเจนค่ะ ความหมายและการใช้งาน “Thickness” โดยหลักแล้วหมายถึง “ความหนา” ซึ่งเป็นคุณสมบัติทางกายภาพที่บ่งบอกถึงระยะห่างระหว่างสองพื้นผิวที่ขนานกันของวัตถุ คำนี้สามารถนำไปใช้ได้กับสิ่งของหลากหลายประเภท ตั้งแต่สิ่งเล็กๆ ไปจนถึงโครงสร้างขนาดใหญ่ ตัวอย่างการใช้งาน Thickness of a book: ความหนาของหนังสือ Thickness of a wall: ความหนาของผนัง Thickness of a material: ความหนาของวัสดุ (เช่น ความหนาของเหล็ก, ความหนาของกระดาษ) Thickness of a liquid: ในบางกรณี อาจหมายถึงความข้นหนืดของของเหลว บริบทที่ใช้บ่อย…

  • "Threaten” แปลว่า

    คำว่า “Threaten” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า การข่มขู่ การคุกคาม หรือการทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย เป็นการสื่อสารที่แสดงถึงเจตนาที่จะก่อให้เกิดอันตราย ความเสียหาย หรือผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ต่อบุคคล สิ่งของ หรือสถานการณ์ ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินหรือใช้คำนี้ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อมีคนพูดจาข่มขู่ว่าจะทำร้ายร่างกาย หรือข่มขู่ว่าจะเปิดเผยความลับ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในบริบทที่กว้างขึ้น เช่น สภาพอากาศที่เลวร้ายที่ “threaten” การเดินทาง หรือปัญหาเศรษฐกิจที่ “threaten” ความมั่นคงของบริษัท ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Threaten” หมายถึง การแสดงออกถึงเจตนาที่จะก่อให้เกิดอันตราย ความเสียหาย หรือผลกระทบที่ไม่ดี เช่น การข่มขู่ การคุกคาม การทำให้รู้สึกไม่สบายใจ หรือการเป็นภัยต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ตัวอย่าง ชายคนนั้น threaten ว่าจะแจ้งตำรวจถ้าเราไม่จ่ายเงิน พายุฝนฟ้าคะนองกำลัง threaten การแข่งขันกีฬา การว่างงานที่เพิ่มขึ้น threaten เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Threaten” มักใช้ในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารที่แสดงถึงการข่มขู่โดยตรง หรือใช้เพื่ออธิบายถึงปัจจัยที่เป็นอันตรายหรือเป็นภัยต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง 🔷 FAQ SECTION…

  • "Nearest” แปลว่า

    “Nearest” เป็นคำคุณศัพท์ (adjective) ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “ที่ใกล้ที่สุด” หรือ “ที่อยู่ใกล้ที่สุด” เมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งอื่น ๆ ตั้งแต่สองสิ่งขึ้นไป ใช้เพื่อระบุตำแหน่งหรือระยะทางที่สั้นที่สุด ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “nearest” เพื่อสอบถามหรือบอกตำแหน่งของสถานที่ต่าง ๆ เช่น เมื่อเราต้องการหาร้านสะดวกซื้อที่ใกล้ที่สุด หรือโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด หรือแม้กระทั่งเพื่อบอกว่าบ้านของเพื่อนอยู่ใกล้กับที่ไหนมากที่สุด การใช้คำนี้ช่วยให้เราสื่อสารได้อย่างรวดเร็วและเข้าใจตรงกันว่ากำลังพูดถึงสิ่งที่อยู่ห่างออกไปน้อยที่สุด ความหมายและการใช้งาน “Nearest” มาจากคำว่า “near” ที่แปลว่า “ใกล้” เมื่อเติม “-est” เข้าไป จะกลายเป็นรูปขั้นสุด (superlative form) แสดงถึงการเปรียบเทียบที่ “ใกล้ที่สุด” ในกลุ่ม ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่าง 1: “Where is the nearest ATM?” (ตู้ ATM ที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน?) – ใช้ถามหาตำแหน่งตู้ ATM ที่อยู่ใกล้ที่สุดในบริเวณนั้น ตัวอย่าง 2: “The…

  • "Neither” แปลว่า

    คำว่า “Neither” ในภาษาอังกฤษเป็นคำที่ใช้เพื่อปฏิเสธสองสิ่งขึ้นไปพร้อมกัน หรือใช้เพื่อกล่าวว่า “ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง” เป็นคำที่ช่วยให้เราสามารถสื่อสารการปฏิเสธได้อย่างกระชับและชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อเราต้องการบอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือทั้งสองสิ่งนั้นไม่เป็นความจริง หรือไม่เกิดขึ้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้ “Neither” เพื่อตอบคำถามที่เกี่ยวข้องกับการเลือกหรือไม่เลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือเพื่ออธิบายสถานการณ์ที่ไม่เข้าข่ายตัวเลือกใดๆ เลย เช่น เมื่อมีคนถามว่าคุณชอบสีแดงหรือสีน้ำเงินมากกว่ากัน แล้วคุณไม่ชอบทั้งสองสี คุณก็สามารถตอบว่า “Neither” ได้ หรือเมื่อพูดถึงเพื่อนสองคนแล้วบอกว่า “Neither of them came to the party” ก็หมายถึง เพื่อนทั้งสองคนไม่ได้มางานปาร์ตี้นั่นเอง ความหมายและการใช้งาน “Neither” มีความหมายหลักคือ “ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง” หรือ “ไม่ทั้งคู่” ใช้เพื่อปฏิเสธสองสิ่งหรือมากกว่านั้นในประโยคเดียวกัน หรือใช้เป็นคำตอบสั้นๆ เพื่อปฏิเสธตัวเลือกที่ถูกเสนอมา ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างที่ 1: A: Do you want coffee or tea? B: Neither. I’m not thirsty. (A:…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *