"Chore” แปลว่า

คำว่า “Chore” (ชอร์) เป็นคำนามในภาษาอังกฤษ หมายถึง งานบ้านหรืองานประจำที่ต้องทำเป็นประจำ ซึ่งมักจะเป็นงานที่น่าเบื่อ ไม่ค่อยสนุก แต่จำเป็นต้องทำให้เสร็จ เช่น การล้างจาน การกวาดบ้าน การรีดผ้า หรือการดูแลเด็ก เป็นต้น

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “chore” เพื่ออธิบายถึงหน้าที่หรือภาระที่ต้องรับผิดชอบภายในบ้าน หรือบางครั้งอาจหมายถึงภารกิจที่ต้องทำในที่ทำงานที่อาจจะไม่ใช่หน้าที่หลักแต่ก็ต้องทำให้เสร็จสิ้นไป คำนี้สื่อถึงความรู้สึกว่าเป็นงานที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่สิ่งที่ทำเพียงครั้งคราวหรือเป็นกิจกรรมที่ทำเพื่อความเพลิดเพลิน

ความหมายและการใช้งาน

“Chore” หมายถึง งานที่ต้องทำเป็นประจำ ซึ่งมักจะเป็นงานบ้านหรืองานที่ต้องรับผิดชอบ มีลักษณะเป็นหน้าที่ที่ต้องทำให้เสร็จสิ้น

ตัวอย่างการใช้งาน

ตัวอย่างเช่น คุณแม่อาจจะบอกลูกว่า “It’s your chore to take out the trash.” (เป็นหน้าที่ของเธอที่จะต้องเอาขยะไปทิ้ง) หรือในที่ทำงาน หัวหน้าอาจจะมอบหมายงานเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ใช่หน้าที่หลักให้ลูกน้องทำ โดยอาจจะเรียกว่าเป็น “a minor chore” (งานเล็กๆ น้อยๆ)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “chore” นิยมใช้ในบริบทของครอบครัวในการแบ่งเบาภาระงานบ้าน หรือในบริบททั่วไปที่พูดถึงภาระหน้าที่ที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ

FAQ SECTION

“Chore” แตกต่างจาก “Task” อย่างไร?

“Task” เป็นคำที่กว้างกว่า สามารถหมายถึงงานอะไรก็ได้ที่ต้องทำ ในขณะที่ “chore” มักจะเจาะจงถึงงานบ้านหรืองานประจำที่น่าเบื่อซึ่งต้องทำอย่างสม่ำเสมอ

มีคำอื่นที่ใช้แทน “Chore” ได้หรือไม่?

ในภาษาไทย อาจใช้คำว่า “งานบ้าน”, “หน้าที่”, “ภาระ” หรือ “กิจวัตร” เพื่อสื่อความหมายใกล้เคียงกับ “chore” ได้ ขึ้นอยู่กับบริบท

Similar Posts

  • "Scientist” แปลว่า

    คำว่า “Scientist” แปลว่า นักวิทยาศาสตร์ เป็นบุคคลผู้ทำการศึกษาค้นคว้า ทดลอง และวิจัยในสาขาวิทยาศาสตร์แขนงต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจปรากฏการณ์ธรรมชาติ สร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ หรือพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษยชาติ ในชีวิตประจำวัน เรามักได้ยินหรือเห็นคำว่า “Scientist” ในบริบทของการทำงานวิจัยต่างๆ เช่น นักวิทยาศาสตร์ที่กำลังพัฒนาวัคซีน นักวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมที่ศึกษาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือแม้แต่ในภาพยนตร์หรือการ์ตูนที่มักมีตัวละครเป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้ชาญฉลาดที่คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ล้ำสมัย ความหมายและการใช้งาน Scientist หมายถึง ผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และทักษะในการดำเนินการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อแสวงหาความรู้ ความจริง หรือแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์เป็นหลักในการทำงาน ตัวอย่างการใช้งาน เราอาจพูดว่า “นักวิจัยที่ทำงานในห้องปฏิบัติการแห่งนั้นคือ Scientist ที่กำลังศึกษาเรื่องเซลล์ต้นกำเนิด” หรือ “บริษัทเทคโนโลยีชื่อดังกำลังจ้าง Scientist จำนวนมากมาร่วมทีมพัฒนา AI รุ่นใหม่” บริบทการใช้งานทั่วไป “Scientist” มักถูกใช้ในแวดวงการศึกษา สถาบันวิจัย บริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือในการรายงานข่าวเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ “Scientist” กับ “Researcher” ต่างกันอย่างไร? โดยทั่วไป คำว่า “Scientist” เน้นที่ผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิทยาศาสตร์ที่ทำการศึกษา ค้นคว้า และวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ…

  • "Noob” แปลว่า

    คำว่า “Noob” (นูบ) เป็นคำสแลงที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในกลุ่มผู้เล่นเกมออนไลน์ หรือในวงการอินเทอร์เน็ต มีความหมายถึง ผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น หรือยังไม่มีประสบการณ์มากนักในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง มักจะแสดงออกถึงความไม่รู้ ทักษะที่ยังไม่ดี หรือทำผิดพลาดบ่อยๆ ในชีวิตประจำวัน คนมักจะใช้คำว่า “Noob” เพื่อแซวหรือหยอกล้อเพื่อนที่เล่นเกมด้วยกัน หรือเมื่อเห็นใครทำอะไรที่ไม่ค่อยเป็น หรือดูไม่ค่อยเก่งในสถานการณ์นั้นๆ เช่น เวลาเล่นเกมแล้วแพ้ติดต่อกัน หรือทำภารกิจผิดพลาด ก็อาจจะมีคนตะโกนแซวว่า “นูบจริง!” หรือถ้าเห็นใครโพสต์คำถามที่ดูพื้นฐานมากๆ ในกลุ่มออนไลน์ ก็อาจจะมีคนมาตอบแบบติดตลกว่า “นี่มันนูบชัดๆ!” เป็นต้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Noob” มาจากคำว่า “Newbie” ซึ่งแปลว่า ผู้มาใหม่ แต่ “Noob” มักจะมีความหมายเชิงลบมากกว่าเล็กน้อย เพราะนอกจากจะหมายถึงผู้ที่ยังใหม่แล้ว ยังแฝงนัยถึงความไม่รู้ ไม่เข้าใจ หรือขาดทักษะอย่างเห็นได้ชัด ตัวอย่างการใช้งาน “เฮ้ย! ทำไมยิงไม่โดนเลยวะ เป็นนูบปะเนี่ย?” “เพิ่งหัดเล่นเกมนี้ ก็เลยเป็นนูบไปก่อนนะ ขอโทษที” “อย่าไปว่าเขาเลย เขาเพิ่งเข้ามาในกลุ่ม อาจจะยังเป็นนูบอยู่” บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Noob” นิยมใช้มากในกลุ่มผู้เล่นเกมออนไลน์…

  • "Service” แปลว่า

    คำว่า “Service” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “การบริการ” ซึ่งหมายถึง การทำหน้าที่หรือการช่วยเหลือเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการสินค้า การให้ความช่วยเหลือ หรือการอำนวยความสะดวกต่างๆ โดยทั่วไปแล้ว “Service” จะเน้นไปที่กระบวนการหรือการกระทำที่ทำให้เกิดประโยชน์หรือความพึงพอใจแก่ผู้รับบริการ ในชีวิตประจำวัน เราพบเจอคำว่า “Service” ได้บ่อยครั้งในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเราไปร้านอาหาร พนักงานจะเข้ามาให้บริการรับออเดอร์และเสิร์ฟอาหารให้ หรือเมื่อเราซื้อสินค้าแล้วเกิดปัญหา เราก็จะติดต่อฝ่าย “Customer Service” เพื่อขอความช่วยเหลือ หรือแม้แต่การใช้แอปพลิเคชันต่างๆ ก็มักจะมี “Service” ที่คอยอำนวยความสะดวกให้เรา เช่น บริการเรียกรถ บริการส่งอาหาร หรือบริการข้อมูลต่างๆ เป็นต้น การให้บริการที่ดีมักจะสร้างความประทับใจและความภักดีให้กับลูกค้า ความหมายและการใช้งาน “Service” หมายถึง การให้บริการ การอำนวยความสะดวก หรือการช่วยเหลือผู้อื่น ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภท เช่น: การบริการลูกค้า (Customer Service): การให้ความช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา หรือตอบคำถามแก่ลูกค้า การบริการหลังการขาย (After-sales Service): การให้บริการที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหลังจากที่ลูกค้าซื้อไปแล้ว เช่น การรับประกัน…

  • "Since” แปลว่า

    คำว่า “Since” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ตั้งแต่” หรือ “เนื่องจาก” ซึ่งใช้เพื่อบ่งบอกถึงจุดเริ่มต้นของเวลา หรือใช้เพื่ออธิบายสาเหตุของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง การทำความเข้าใจความหมายและวิธีการใช้ “Since” จะช่วยให้การสื่อสารภาษาอังกฤษของคุณมีความถูกต้องและเป็นธรรมชาติมากขึ้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Since” ในสถานการณ์ที่หลากหลาย เช่น การบอกเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา หรือการอธิบายเหตุผลที่ทำให้บางสิ่งบางอย่างเป็นเช่นนั้น การใช้ “Since” อย่างถูกต้องจะช่วยให้ผู้ฟังหรือผู้อ่านเข้าใจบริบทและความหมายที่เราต้องการสื่อสารได้อย่างชัดเจน ความหมายและการใช้งาน “Since” สามารถใช้ได้ใน 2 ความหมายหลักๆ คือ การบอกจุดเริ่มต้นของเวลา: ใช้เชื่อมกับคำบอกเวลา (เช่น yesterday, last week, 2020) เพื่อระบุว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือดำเนินมานานแค่ไหนแล้ว มักใช้กับ Present Perfect Tense การบอกสาเหตุ: มีความหมายเหมือนกับ “Because” หรือ “As” คือ “เนื่องจาก” หรือ “เพราะว่า” ใช้เพื่ออธิบายเหตุผล ตัวอย่างการใช้งาน บอกจุดเริ่มต้นของเวลา: I have…

  • "Adjust” แปลว่า

    คำว่า “Adjust” เป็นคำภาษาอังกฤษที่เมื่อแปลเป็นภาษาไทยแล้วมีความหมายหลักๆ คือ “ปรับ” หรือ “ปรับเปลี่ยน” ซึ่งเป็นการกระทำเพื่อทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเข้าที่เข้าทาง เหมาะสม หรือดีขึ้นกว่าเดิม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Adjust” ในหลายสถานการณ์ เช่น การปรับเสื้อผ้าให้พอดีตัว การปรับมุมกล้องเพื่อให้ได้ภาพที่สวยงาม การปรับตารางเวลาให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป หรือแม้แต่การปรับอารมณ์และความคิดของตัวเองให้เข้ากับสิ่งรอบข้าง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Adjust” หมายถึง การเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขบางสิ่งบางอย่างเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ใหม่ หรือเพื่อให้ทำงานได้ดีขึ้น เช่น การปรับขนาด การปรับตำแหน่ง การปรับระดับ หรือการปรับปรุงให้เข้ากับสภาพแวดล้อม ตัวอย่างการใช้งาน “I need to adjust the volume of the music.” (ฉันต้องปรับระดับเสียงเพลง) “The tailor will adjust the dress to fit me perfectly.” (ช่างตัดเสื้อจะปรับชุดให้พอดีกับฉันเป๊ะ) “We had to…

  • "Famous” แปลว่า

    คำว่า “Famous” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง หรือโด่งดัง ซึ่งมักจะใช้กับบุคคล สถานที่ สิ่งของ หรือเหตุการณ์ที่คนจำนวนมากรู้จักและพูดถึง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Famous” บ่อยๆ เวลาพูดถึงดารา นักร้อง นักกีฬา หรือบุคคลสาธารณะที่มีชื่อเสียงมากๆ หรืออาจจะใช้กับร้านอาหารที่มีชื่อเสียงโด่งดัง จนคนทั่วไปรู้จัก หรือแม้กระทั่งสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก การใช้คำว่า “Famous” เป็นการบอกว่าสิ่งนั้นๆ ไม่ใช่เรื่องใหม่ หรือไม่เป็นที่รู้จักเฉพาะกลุ่ม แต่เป็นที่ยอมรับและรับรู้ในวงกว้าง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Famous” มีความหมายหลักคือ มีชื่อเสียง หรือเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย สามารถใช้ได้กับหลากหลายบริบท เช่น บุคคลที่มีชื่อเสียง (Famous people), สถานที่ที่มีชื่อเสียง (Famous places), หรือแม้กระทั่งอาหารที่มีชื่อเสียง (Famous food) เป็นต้น ตัวอย่างการใช้งาน นักร้องคนนี้เป็น Famous มากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หอไอเฟลเป็น Famous landmark ของกรุงปารีส ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือเจ้านี้…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *