"sufficient” แปลว่า

คำว่า “sufficient” ในภาษาอังกฤษมีความหมายว่า “เพียงพอ” หรือ “พอเพียง” เป็นคำคุณศัพท์ที่ใช้อธิบายว่ามีปริมาณ คุณภาพ หรือระดับที่เหมาะสม ไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป สามารถตอบสนองความต้องการหรือวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ได้

ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “sufficient” ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเราพูดถึงปริมาณอาหารที่พอทานแล้ว หรือเมื่อเราพูดถึงเวลาที่มีเพียงพอสำหรับการทำงานบางอย่าง หรือแม้กระทั่งเมื่อเราต้องการบอกว่ามีทรัพยากรที่เพียงพอสำหรับการดำเนินโครงการ ตัวอย่างเช่น หากมีเงินเพียงพอสำหรับการซื้อของที่ต้องการ เราก็อาจจะพูดว่า “I have sufficient funds for this.” (ฉันมีเงินเพียงพอสำหรับสิ่งนี้)

ความหมายและการใช้งาน

“Sufficient” หมายถึง การมีมากพอที่จะตอบสนองความต้องการหรือบรรลุวัตถุประสงค์ ใช้ได้กับทั้งปริมาณ สิ่งของ คุณสมบัติ หรือแม้กระทั่งความสามารถ

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “We have sufficient time to finish the project.” (เรามีเวลาเพียงพอที่จะทำงานนี้ให้เสร็จ)
  • “Is this amount of water sufficient for the recipe?” (น้ำปริมาณนี้เพียงพอสำหรับสูตรอาหารหรือไม่?)
  • “The evidence presented was sufficient to convict the suspect.” (หลักฐานที่นำเสนอเพียงพอที่จะตัดสินว่าผู้ต้องหามีความผิด)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “sufficient” มักถูกใช้ในบริบทที่เป็นทางการ เช่น ในเอกสารทางกฎหมาย รายงานทางธุรกิจ หรือการอธิบายข้อกำหนดต่างๆ แต่ก็สามารถใช้ในบทสนทนาทั่วไปได้เช่นกัน เพื่อสื่อถึงความพอเพียงในระดับที่เหมาะสม

คำถามที่พบบ่อย

“Sufficient” ต่างจาก “Enough” อย่างไร?

แม้ว่า “sufficient” และ “enough” จะมีความหมายใกล้เคียงกันคือ “เพียงพอ” แต่ “sufficient” มักให้ความรู้สึกที่เป็นทางการกว่าและเน้นที่การตอบสนองความต้องการหรือเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ในขณะที่ “enough” เป็นคำที่ใช้ทั่วไปมากกว่าและอาจมีความหมายที่ยืดหยุ่นกว่า

ต้องใช้ “sufficient” กับคำนามประเภทใดบ้าง?

“Sufficient” สามารถใช้กับคำนามได้หลากหลายประเภท ทั้งคำนามนับได้และนับไม่ได้ เช่น sufficient food (อาหารเพียงพอ), sufficient resources (ทรัพยากรเพียงพอ), sufficient information (ข้อมูลเพียงพอ), sufficient evidence (หลักฐานเพียงพอ)

Similar Posts

  • "Sol” แปลว่า

    “Sol” เป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่โดยทั่วไปแล้วหมายถึง “ดวงอาทิตย์” ซึ่งเป็นดาวฤกษ์ที่เป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะของเรา เป็นแหล่งกำเนิดแสงสว่างและความร้อนที่สำคัญต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Sol” ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับดาราศาสตร์ หรือเมื่อพูดถึงดวงอาทิตย์ในเชิงวิทยาศาสตร์ บางครั้งก็อาจปรากฏในชื่อผลิตภัณฑ์ ชื่อบริษัท หรือชื่อที่ตั้งขึ้นมาเพื่อสื่อถึงความสว่าง ความอบอุ่น หรือความเป็นศูนย์กลาง เช่นเดียวกับการใช้คำว่า “Sun” ในภาษาอังกฤษ ความหมายและการใช้งาน “Sol” มีความหมายหลักคือ “ดวงอาทิตย์” แต่ก็สามารถใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อสื่อถึงสิ่งที่เป็นแกนกลาง เป็นศูนย์รวม หรือเป็นแหล่งกำเนิดพลังงานก็ได้เช่นกัน ตัวอย่างการใช้งาน ในทางดาราศาสตร์: นักวิทยาศาสตร์อาจกล่าวถึง “Sol” เมื่อพูดถึงดวงอาทิตย์ของเราในบริบทของระบบดาวอื่น ๆ ในชื่อผลิตภัณฑ์: แบรนด์บางแบรนด์อาจใช้ “Sol” เพื่อสื่อถึงความสดใส ความมีชีวิตชีวา หรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับแสงแดด บริบทที่พบบ่อย คำว่า “Sol” มักพบในบทความทางวิทยาศาสตร์ สื่อเกี่ยวกับอวกาศ หรือในการตั้งชื่อที่ต้องการสื่อถึงความหมายเชิงบวกที่เกี่ยวกับดวงอาทิตย์ “Sol” กับ “Sun” ต่างกันอย่างไร? โดยพื้นฐานแล้ว “Sol” และ “Sun” มีความหมายเดียวกันคือ “ดวงอาทิตย์” แต่ “Sun”…

  • "Twisting” แปลว่า

    คำว่า “Twisting” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การบิด การหมุน หรือการทำให้บิดเบี้ยวไปจากรูปร่างเดิมค่ะ โดยทั่วไปแล้ว เรามักจะใช้คำนี้เพื่ออธิบายถึงการกระทำที่ทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเปลี่ยนรูปทรงจากการถูกบิด หรือการบิดเบือนความจริงไปจากเดิม ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “Twisting” ในหลายบริบท เช่น เวลาที่เราพูดถึงการออกกำลังกายที่ต้องมีการบิดลำตัว หรือเมื่อพูดถึงการบิดกุญแจเพื่อเปิดประตู นอกจากนี้ คำนี้ยังสามารถนำไปใช้ในเชิงเปรียบเทียบได้ด้วย เช่น การ “twisting the facts” หมายถึง การบิดเบือนข้อเท็จจริง หรือการพูดจาให้เรื่องราวดูผิดไปจากความเป็นจริง เพื่อให้เข้ากับเจตนาของตนเอง Meaning & Usage ความหมาย: การบิด, การหมุน, การทำให้บิดเบี้ยว, การบิดเบือน การใช้งาน: ใช้ได้ทั้งในความหมายตรงตัว (การกระทำทางกายภาพ) และความหมายเชิงเปรียบเทียบ (การบิดเบือนความจริง, การตีความที่ผิดเพี้ยนไป) Examples The dancer performed a difficult twisting move. (นักเต้นได้แสดงท่าเต้นที่ต้องบิดตัวอย่างยาก) He’s known for twisting…

  • "Another” แปลว่า

    คำว่า “Another” ในภาษาอังกฤษมีความหมายว่า “อีก” หรือ “อีกอันหนึ่ง” ใช้เพื่อกล่าวถึงสิ่งของ คน หรือเหตุการณ์ที่แตกต่างออกไปจากที่กล่าวถึงไปแล้ว หรือเพื่อระบุถึงสิ่งที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันแต่ไม่ใช่สิ่งเดิม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Another” บ่อยครั้ง เช่น เมื่อเราทานอาหารเสร็จแล้วอยากทานอีกจาน เราก็จะพูดว่า “Can I have another plate?” หรือเมื่อเราต้องการถามว่ามีตัวเลือกอื่นอีกไหม เราอาจจะถามว่า “Is there another option?” เป็นต้น มันเป็นคำที่ใช้ได้ทั่วไปในการพูดถึงสิ่งเพิ่มเติมหรือสิ่งอื่นที่แตกต่างออกไป ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Another” ใช้เพื่ออ้างถึงสิ่งอื่นที่นอกเหนือไปจากสิ่งที่ได้กล่าวถึงไปแล้ว อาจเป็นสิ่งของ คน หรือแนวคิดที่แตกต่างออกไป หรือเป็นสิ่งที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันแต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน ตัวอย่างการใช้งาน 1. “I’ve finished this book, I need to find another one.” (ฉันอ่านเล่มนี้จบแล้ว ฉันต้องหาเล่มอื่น) 2. “Would you…

  • "Touching” แปลว่า

    คำว่า “Touching” ในภาษาอังกฤษ เมื่อนำมาใช้ในบริบททั่วไปในภาษาไทย หมายถึง การสัมผัส การแตะต้อง หรือการถูกกระทบทางอารมณ์ โดยส่วนใหญ่แล้ว มักจะใช้ในความหมายที่สอง คือ การทำให้เกิดความรู้สึกสะเทือนใจ ประทับใจ หรือซาบซึ้งใจอย่างลึกซึ้ง ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “Touching” บ่อยครั้งในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อมีคนเล่าเรื่องราวที่น่าประทับใจ หรือเห็นเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกเห็นอกเห็นใจ หรือซาบซึ้งในความดีงาม คนไทยมักจะใช้คำนี้เพื่ออธิบายความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อได้พบเจอสิ่งเหล่านั้น เช่น “เรื่องนี้ Touching มากเลย” หรือ “เป็นโมเมนต์ที่ Touching จริงๆ” ซึ่งสื่อถึงการได้รับผลกระทบทางอารมณ์อย่างแรง จนรู้สึกประทับใจหรือสะเทือนใจนั่นเอง ความหมายและการใช้งาน “Touching” แปลว่า การสัมผัส (ทางกายภาพ) หรือ การที่ทำให้รู้สึกสะเทือนใจ ประทับใจ ซาบซึ้งใจ (ทางอารมณ์) แต่ส่วนใหญ่นิยมใช้ในความหมายที่สอง คือเกี่ยวกับอารมณ์ ตัวอย่าง ภาพยนตร์เรื่องนี้มีฉากที่ Touching มาก ทำให้คนดูเสียน้ำตา คำพูดให้กำลังใจของเขา Touching จนฉันรู้สึกมีแรงสู้ต่อ เรื่องราวการช่วยเหลือสัตว์ของเธอ Touching…

  • "Today’s” แปลว่า

    คำว่า “Today’s” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้บ่งบอกถึงสิ่งที่เป็นของ “วันนี้” หรือ “ของวันนี้” โดยตรง หมายถึง สิ่งที่เกิดขึ้น เกี่ยวข้อง หรือเป็นของช่วงเวลาปัจจุบันคือวันนี้นั่นเองค่ะ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Today’s” บ่อยๆ โดยเฉพาะเวลาที่ต้องการพูดถึงเหตุการณ์ โปรโมชั่น หรือข้อมูลที่อัปเดตล่าสุดของวันนี้ เช่น “Today’s special menu” คือเมนูพิเศษประจำวันนี้ หรือ “Today’s news” คือข่าวสารล่าสุดของวันนี้ เป็นต้น เป็นการเน้นย้ำว่าสิ่งนั้นมีความเกี่ยวข้องกับวันปัจจุบันที่เรากำลังพูดถึงอยู่ค่ะ ความหมายและการใช้งาน “Today’s” มาจากคำว่า “Today” ที่แปลว่า “วันนี้” และเติม ‘s เข้าไปเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ หรือความเกี่ยวข้องกับวันนี้ ทำให้มีความหมายว่า “ของวันนี้” หรือ “ประจำวันนี้” ค่ะ ตัวอย่างการใช้งาน Today’s weather: สภาพอากาศของวันนี้ Today’s offer: ข้อเสนอพิเศษประจำวันนี้ Today’s fashion trends: เทรนด์แฟชั่นของวันนี้…

  • "Ear” แปลว่า

    คำว่า “Ear” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “หู” ซึ่งเป็นอวัยวะที่ใช้ในการได้ยินเสียง และยังใช้ในการทรงตัวของร่างกายด้วย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Ear” ในบริบทที่เกี่ยวกับเสียงและการได้ยิน เช่น การฟังเพลง การพูดคุย หรือเมื่อมีเสียงดังเข้ามา นอกจากนี้ “Ear” ยังสามารถใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบได้อีกด้วย เช่น การตั้งใจฟัง หรือการให้ความสนใจกับบางสิ่งบางอย่าง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Ear” โดยทั่วไปหมายถึง อวัยวะรับเสียงของมนุษย์และสัตว์ แต่ก็สามารถใช้ในความหมายอื่นได้เช่นกัน เช่น ส่วนประกอบของบางสิ่ง หรือการแสดงออกถึงความสนใจ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น “I have an ear infection.” (ฉันเป็นโรคหูอักเสบ) หรือ “He has a good ear for music.” (เขามีพรสวรรค์ในการฟังเพลง) บริบทและการใช้งานทั่วไป “Ear” มักถูกใช้ในสำนวนที่เกี่ยวข้องกับการได้ยิน เช่น “lend an ear” (ตั้งใจฟัง)…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *