"Nephews” แปลว่า

คำว่า “Nephews” เป็นคำนามในภาษาอังกฤษ หมายถึง หลานชาย ซึ่งก็คือลูกชายของพี่ชายหรือน้องชาย หรือลูกชายของพี่สาวหรือน้องสาวของพ่อแม่นั่นเอง

ในชีวิตประจำวัน คนไทยอาจจะไม่ได้ใช้คำว่า “Nephews” บ่อยนัก แต่ถ้าพูดถึงความสัมพันธ์ในครอบครัว หากมีพี่น้องที่มีลูกชาย เราก็จะเรียกว่า “หลานชาย” นั่นเองค่ะ ในบริบทของการพูดคุยเรื่องครอบครัว หรือการแนะนำญาติที่เป็นผู้ชายในครอบครัวของสามีหรือภรรยา เราอาจจะได้ยินคำนี้ หรือใช้คำนี้เพื่อสื่อสารกับชาวต่างชาติที่ใช้ภาษาอังกฤษ

ความหมายและการใช้งาน

“Nephews” (เนฟ-ฟิวส์) เป็นรูปพหูพจน์ของคำว่า “Nephew” (เนฟ-ฟิว) ซึ่งหมายถึง หลานชาย

ตัวอย่างการใช้งาน

เช่น “My sister has two sons, so I have two nephews.” (พี่สาวของฉันมีลูกชายสองคน ดังนั้นฉันจึงมีหลานชายสองคน)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Nephews” มักจะใช้ในบริบทของการอธิบายความสัมพันธ์ในครอบครัว หรือเมื่อพูดถึงญาติพี่น้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสื่อสารกับผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก

🔷 FAQ SECTION

“Nephew” กับ “Niece” ต่างกันอย่างไร?

“Nephew” หมายถึง หลานชาย ส่วน “Niece” (ไนส) หมายถึง หลานสาว

ถ้ามีหลานชายหลายคน ต้องใช้คำว่าอะไร?

ถ้ามีหลานชายมากกว่าหนึ่งคน เราจะใช้คำว่า “Nephews” ซึ่งเป็นรูปพหูพจน์ค่ะ

Similar Posts

  • "Launching” แปลว่า

    “Launching” เป็นคำภาษาอังกฤษที่แปลว่า การเปิดตัว การเริ่มต้น หรือการนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ออกสู่สาธารณะ อาจจะเป็นสินค้า บริการ โครงการ หรือแม้แต่กิจกรรมต่างๆ ก็ตาม โดยทั่วไปแล้ว เมื่อเราพูดถึง “launching” มักจะหมายถึงช่วงเวลาสำคัญที่สิ่งนั้นๆ ถูกเผยแพร่ออกไปเป็นครั้งแรกเพื่อให้ผู้คนได้รู้จักและใช้งาน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “launching” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในแวดวงธุรกิจ เทคโนโลยี หรือวงการบันเทิง เช่น เมื่อมีสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ออกมา เราก็จะได้ยินข่าวว่า “บริษัทได้ทำการ launching โทรศัพท์รุ่นใหม่แล้ว” หรือเมื่อมีภาพยนตร์เข้าฉายครั้งแรก ก็จะมีการพูดถึง “งาน launching ภาพยนตร์เรื่องล่าสุด” เป็นต้น มันแสดงถึงการเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ และมักจะมาพร้อมกับการโปรโมทหรือกิจกรรมต่างๆ เพื่อดึงดูดความสนใจ ความหมายและการใช้งาน “Launching” หมายถึง การทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเริ่มดำเนินการหรือปรากฏขึ้นสู่สาธารณชนเป็นครั้งแรก โดยเน้นที่การเริ่มต้นที่สำคัญและมีผลกระทบต่อการรับรู้ของผู้คน ตัวอย่างการใช้งาน บริษัทเทคโนโลยีประกาศ launching แอปพลิเคชันใหม่ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง นักดนตรีเตรียมจัดงาน launching อัลบั้มเพลงชุดใหม่ของเขา เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซกำลังจะมีแคมเปญ launching สินค้าคอลเลคชันฤดูร้อน บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า…

  • "Candle” แปลว่า

    คำว่า “Candle” ในภาษาไทยหมายถึง “เทียนไข” หรือ “เทียน” ซึ่งเป็นวัตถุที่ทำจากไขมันแข็ง เช่น พาราฟิน หรือไขสัตว์ มีไส้ตรงกลาง เมื่อจุดไฟที่ไส้ เทียนจะค่อยๆ ละลายและให้แสงสว่าง รวมถึงความร้อน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นและใช้เทียนในหลายๆ สถานการณ์ เช่น การจุดเทียนเพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและโรแมนติกในมื้อค่ำ การใช้เทียนในงานวันเกิดเพื่อปักบนเค้ก หรือแม้กระทั่งการใช้เทียนเป็นแหล่งแสงสว่างสำรองเมื่อเกิดไฟฟ้าดับ นอกจากนี้ เทียนหอมที่ผสมน้ำมันหอมระเหยก็เป็นที่นิยมใช้เพื่อผ่อนคลายและปรับอากาศในห้อง ความหมายและการใช้งาน Candle หมายถึง เทียนไข เป็นวัตถุที่ให้แสงสว่างจากการเผาไหม้ของไข โดยมีไส้เป็นตัวนำพาความร้อนและเชื้อเพลิง การใช้งานมีความหลากหลาย ตั้งแต่ให้แสงสว่าง ให้ความร้อน ให้กลิ่นหอม หรือเพื่อประกอบพิธีกรรมต่างๆ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น “We lit a candle for the birthday cake.” แปลเป็นไทยได้ว่า “เราจุดเทียนบนเค้กวันเกิด” หรือ “The room was filled with the scent…

  • "Forecast” แปลว่า

    คำว่า “Forecast” เป็นคำภาษาอังกฤษที่แปลเป็นไทยได้ว่า “การคาดการณ์” หรือ “การพยากรณ์” ค่ะ เป็นการประเมินหรือทำนายสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยอาศัยข้อมูลในอดีตและปัจจุบัน รวมถึงแนวโน้มต่างๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Forecast” บ่อยๆ โดยเฉพาะในบริบทของการพยากรณ์อากาศ เช่น “Weather forecast today is sunny” (พยากรณ์อากาศวันนี้แดดจัด) หรือในการทำธุรกิจ เช่น “Sales forecast for next quarter” (การคาดการณ์ยอดขายสำหรับไตรมาสหน้า) ซึ่งเป็นการบอกให้เรารู้ว่ามีโอกาสจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพื่อที่เราจะได้เตรียมตัวหรือวางแผนรับมือได้อย่างเหมาะสมค่ะ Meaning & Usage คำว่า “Forecast” หมายถึง การคาดคะเนหรือทำนายสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมักจะอาศัยข้อมูลในอดีต แนวโน้มปัจจุบัน และการวิเคราะห์ต่างๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุดเท่าที่จะทำได้ การใช้งานในภาษาไทยจะเน้นไปที่การประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทั่วไป หรือเรื่องเฉพาะทาง เช่น เศรษฐกิจ การเงิน สภาพอากาศ หรือแม้แต่ผลการแข่งขันกีฬา Examples Weather forecast:…

  • "Efforts” แปลว่า

    คำว่า “Efforts” เป็นคำนามในภาษาอังกฤษ หมายถึง ความพยายาม การทุ่มเทแรงกายแรงใจ หรือการลงมือทำอย่างจริงจังเพื่อให้บรรลุเป้าหมายบางอย่าง เป็นการแสดงออกถึงความตั้งใจที่จะทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Efforts” เมื่อพูดถึงการทำงาน การเรียน หรือกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องใช้ความตั้งใจและความมุ่งมั่น เช่น เมื่อเราเห็นใครบางคนทำงานหนักเพื่อโปรเจกต์สำคัญ เราอาจจะกล่าวชื่นชมใน “Efforts” ของเขา หรือเมื่อเราพยายามอย่างเต็มที่เพื่อสอบให้ผ่าน เราก็จะพูดได้ว่าเราได้ใช้ “Efforts” อย่างมาก ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Efforts” สื่อถึงการลงแรง การใช้กำลัง หรือการใช้สติปัญญาเพื่อทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ต้องการ อาจจะเป็นความพยายามเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงความพยายามครั้งใหญ่ที่ต้องใช้เวลาและพลังงานมาก ตัวอย่าง 1. The team put in a lot of efforts to finish the project on time. (ทีมได้ทุ่มเท ความพยายาม อย่างมากเพื่อให้โปรเจกต์เสร็จทันเวลา) 2. Her efforts…

  • "Hide” แปลว่า

    คำว่า “Hide” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ คือ “ซ่อน” หรือ “ปกปิด” เป็นคำกริยาที่ใช้เมื่อต้องการทำให้บางสิ่งบางอย่างไม่ปรากฏให้เห็น หรือไม่สามารถถูกค้นพบได้ง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “hide” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การเล่นซ่อนแอบ (hide-and-seek) หรือเมื่อเราต้องการเก็บของบางอย่างไว้ไม่ให้ใครเห็น เราอาจจะบอกว่า “I need to hide this gift” ซึ่งหมายถึง “ฉันต้องซ่อนของขวัญชิ้นนี้” หรือในบริบทของเทคโนโลยี เราอาจจะพูดถึงการ “hide” ไฟล์หรือโฟลเดอร์บนคอมพิวเตอร์ เพื่อไม่ให้คนอื่นเห็น หรือแม้กระทั่งการ “hide” ตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับบางสิ่งบางอย่าง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “hide” หมายถึง การทำให้บางสิ่งไม่สามารถมองเห็นได้ หรือทำให้มันถูกปกปิดไว้ เพื่อไม่ให้ถูกค้นพบ หรือเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว ตัวอย่างการใช้งาน “Please hide the cookies before the kids see them.” (กรุณาซ่อนคุกกี้ก่อนที่เด็กๆ จะเห็น)…

  • "Areas” แปลว่า

    “Areas” เป็นคำนามในภาษาอังกฤษ หมายถึง “พื้นที่” หรือ “บริเวณ” สามารถใช้ได้ทั้งในความหมายที่เป็นรูปธรรม เช่น พื้นที่ทางกายภาพ หรือในความหมายที่เป็นนามธรรม เช่น ขอบเขตความรับผิดชอบ หรือสาขาวิชา ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Areas” บ่อยครั้ง เช่น เวลาพูดถึงพื้นที่ของเมือง (“Bangkok is a large city with many areas to explore.”), พื้นที่ในการทำงาน (“We need to cover all areas of the project.”), หรือแม้แต่การแบ่งโซนในสถานที่ต่างๆ เช่น “Please stay within the designated areas.” ซึ่งแปลว่า “กรุณาอยู่ในบริเวณที่กำหนด” เป็นต้น ความหมายและการใช้งาน “Areas” มาจากคำว่า “Area” ซึ่งแปลว่า…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *