"Bothering” แปลว่า

คำว่า “Bothering” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ การรบกวน การก่อกวน หรือการสร้างความรำคาญให้กับผู้อื่น โดยมักจะใช้ในบริบทที่การกระทำบางอย่างทำให้คนอื่นรู้สึกไม่สบายใจ ไม่สะดวก หรือถูกขัดจังหวะ

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอการใช้คำว่า “Bothering” ในสถานการณ์ที่หลากหลาย เช่น เมื่อมีคนมาถามคำถามซ้ำๆ หรือเมื่อมีเสียงดังรบกวนสมาธิ หรือแม้กระทั่งเมื่อเราขอความช่วยเหลือจากใครบางคนแล้วเกรงว่าจะไป “Bothering” เขาจนเกินไป การใช้คำนี้สะท้อนถึงความใส่ใจต่อความรู้สึกของผู้อื่น และเป็นการแสดงออกถึงความสุภาพในการหลีกเลี่ยงการสร้างความเดือดร้อนให้แก่คนรอบข้าง

Meaning & Usage

“Bothering” มาจากกริยา “bother” ซึ่งแปลว่า รบกวน ทำให้ลำบากใจ ก่อกวน หรือทำให้วุ่นวาย ในรูป “-ing” (present participle) จะใช้เพื่ออธิบายการกระทำที่กำลังเกิดขึ้น หรือใช้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างประโยคที่ยาวขึ้น

Examples

  • “Sorry for bothering you, but can you help me with this?” (ขอโทษที่รบกวนนะครับ/คะ แต่ช่วยฉันเรื่องนี้หน่อยได้ไหม)
  • “The constant noise from the construction site is really bothering me.” (เสียงดังจากการก่อสร้างอย่างต่อเนื่องกำลังรบกวนฉันจริงๆ)
  • “Don’t bother yourself with such small things.” (อย่าไปใส่ใจ/รบกวนตัวเองกับเรื่องเล็กน้อยพวกนั้นเลย)

Context / Common Use

คำว่า “Bothering” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการขอความช่วยเหลือ หรือเมื่อต้องการขอโทษที่อาจทำให้ผู้อื่นไม่สะดวก นอกจากนี้ยังใช้เพื่ออธิบายถึงสิ่งที่ก่อให้เกิดความรำคาญหรือไม่สบายใจ

“Bothering” แปลว่าอะไร?

“Bothering” แปลว่า การรบกวน การก่อกวน หรือการทำให้รำคาญ

ใช้คำว่า “Bothering” เมื่อไหร่?

เราใช้คำว่า “Bothering” เมื่อต้องการขอโทษที่อาจทำให้ผู้อื่นไม่สะดวก หรือเมื่อต้องการอธิบายถึงสิ่งที่กำลังสร้างความรำคาญ

“Don’t bother” หมายถึงอะไร?

“Don’t bother” หมายถึง ไม่ต้องรบกวน หรือไม่ต้องใส่ใจ/กังวลกับเรื่องนั้นๆ

Similar Posts

  • "Encounter” แปลว่า

    คำว่า “Encounter” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายว่า การพบเจอ หรือ การเผชิญหน้า โดยไม่ได้คาดคิดมาก่อน หรือเป็นการพบกันโดยบังเอิญ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Encounter” เพื่ออธิบายสถานการณ์ที่เราได้พบเจอใครบางคน หรือบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า อาจจะเป็นการเจอเพื่อนเก่าโดยบังเอิญที่ห้างสรรพสินค้า การได้พบกับสัตว์ป่าระหว่างการเดินทาง หรือแม้แต่การได้เจอกับปัญหาที่ไม่คาดฝันในการทำงาน ความหมายของ “Encounter” จึงครอบคลุมทั้งการพบเจอในเชิงบวก เชิงลบ หรือเป็นกลาง ขึ้นอยู่กับบริบทของสถานการณ์นั้นๆ ความหมายและการใช้งาน Encounter หมายถึง การพบปะ หรือการเผชิญหน้ากับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างไม่คาดฝัน อาจจะเป็นบุคคล สถานการณ์ หรือประสบการณ์ต่างๆ การพบเจอนี้อาจเกิดขึ้นโดยบังเอิญ หรืออาจเป็นการตั้งใจเข้าไปเผชิญหน้ากับสิ่งนั้นๆ ก็ได้ ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ ตัวอย่างการใช้งาน เช่น “I had an interesting encounter with a street artist yesterday.” (ฉันได้พบกับศิลปินข้างถนนที่น่าสนใจเมื่อวานนี้) หรือ “The hikers had a frightening encounter…

  • "Otherwise” แปลว่า

    คำว่า “Otherwise” เป็นคำวิเศษณ์ (adverb) ในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ ว่า “มิฉะนั้น”, “ไม่เช่นนั้น”, “หากไม่เป็นเช่นนั้น” หรือ “นอกเหนือจากนั้น” ใช้เพื่อเชื่อมโยงเหตุการณ์หรือเงื่อนไขกับผลลัพธ์ที่ตามมา หากเงื่อนไขนั้นไม่เกิดขึ้น ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้ “Otherwise” เพื่อบอกถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นถ้าเราไม่ทำตามที่กล่าวไปก่อนหน้า หรือเพื่อแสดงทางเลือกอื่นที่เป็นไปได้ เช่น ถ้าเราพูดว่า “รีบหน่อยนะ ไม่งั้นจะไปไม่ทัน” ในภาษาอังกฤษก็คือ “Hurry up, otherwise we’ll be late.” เป็นการบอกว่าถ้าไม่รีบ ผลที่จะตามมาคือจะไปไม่ทันนั่นเอง ความหมายและการใช้งาน “Otherwise” ใช้เพื่อบ่งบอกถึงผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นหากเงื่อนไขที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ไม่เป็นจริง หรือไม่ได้รับการปฏิบัติ มันมักจะตามหลังประโยคที่กล่าวถึงการกระทำที่ควรทำ หรือสถานการณ์ที่ควรจะเป็น ตัวอย่างการใช้งาน “You should study harder, otherwise you might fail the exam.” (เธอควรจะตั้งใจเรียนให้มากขึ้น มิฉะนั้นเธออาจจะสอบตก) “Please be quiet, otherwise…

  • "hopping” แปลว่า

    คำว่า “hopping” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษที่ใช้บรรยายลักษณะการเคลื่อนไหวอย่างหนึ่ง โดยทั่วไปแล้วหมายถึง การกระโดด หรือ การเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยการกระโดดทีละครั้ง โดยใช้ขาเพียงข้างเดียว หรือใช้ขาทั้งสองข้างกระโดดพร้อมกัน มักใช้กับการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วหรือกระฉับกระเฉง ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเห็นเด็กๆ วิ่งเล่นด้วยการ “hopping” ไปมา หรือเวลาที่สัตว์บางชนิดเคลื่อนที่ เช่น กระต่ายที่กระโดดไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เราก็สามารถอธิบายพฤติกรรมนั้นได้ว่ากำลัง “hopping” นอกจากนี้ ในบริบทของการใช้งานอินเทอร์เน็ต คำว่า “hopping” อาจหมายถึงการเปลี่ยนไปมาระหว่างเว็บไซต์หรือหน้าต่างๆ อย่างรวดเร็ว หรือในเพลงและการเต้นรำ ก็อาจมีการใช้ท่า “hopping” เพื่อแสดงออกถึงความสนุกสนานและมีชีวิตชีวา ความหมายและการใช้งาน คำว่า “hopping” หมายถึง การกระโดด หรือ การเคลื่อนที่ด้วยการกระโดดไปข้างหน้าทีละครั้ง โดยอาจใช้ขาข้างเดียวหรือสองข้างพร้อมกัน มักสื่อถึงการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว คล่องแคล่ว หรือบางครั้งอาจหมายถึงการเปลี่ยนผ่านไปมาระหว่างสิ่งต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างการใช้งาน เด็กๆ กำลัง hopping ไปรอบๆ สนามเด็กเล่นอย่างสนุกสนาน กระต่ายตัวน้อย hopping ไปหาอาหารในสวน นักท่องเน็ตคนนั้น hopping จากเว็บไซต์หนึ่งไปยังอีกเว็บไซต์หนึ่งอย่างรวดเร็ว บริบทที่พบบ่อย…

  • "Borrow” แปลว่า

    คำว่า “Borrow” ในภาษาอังกฤษมีความหมายว่า “ยืม” หรือ “ขอยืม” เป็นการกระทำที่ผู้หนึ่งขอสิ่งของหรือเงินจากอีกผู้หนึ่ง โดยมีเจตนาที่จะคืนให้ในภายหลัง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “borrow” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เมื่อเราต้องการยืมปากกาจากเพื่อน ยืมหนังสือจากห้องสมุด หรือแม้กระทั่งยืมเงินจากธนาคาร การยืมมักจะมาพร้อมกับความคาดหวังว่าจะคืนสิ่งนั้นกลับไปให้เจ้าของในสภาพเดิมหรือตามที่ตกลงกันไว้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “borrow” หมายถึง การขอใช้สิ่งของ เงิน หรือความช่วยเหลือจากผู้อื่น โดยมีข้อตกลงว่าจะคืนให้ในภายหลัง อาจเป็นการยืมแบบไม่มีดอกเบี้ย (เช่น ยืมของใช้ส่วนตัว) หรือเป็นการยืมที่มีดอกเบี้ย (เช่น การกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน) การใช้งานจะขึ้นอยู่กับบริบทว่ากำลังยืมอะไรและจากใคร ตัวอย่างการใช้งาน “Can I borrow your pen for a moment?” (ฉันขอยืมปากกาของคุณสักครู่ได้ไหม?) “She had to borrow money from her parents to pay her rent.”…

  • "ซัง” แปลว่า

    คำว่า “ซัง” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ สองแบบที่ใช้กันทั่วไป แบบแรกคือการหมายถึง “แกนกลาง” หรือ “ส่วนที่แข็งอยู่ตรงกลาง” ของพืชบางชนิด เช่น ซังข้าวโพด ซึ่งเป็นส่วนที่เมล็ดข้าวโพดติดอยู่ หรือซังข้าว ที่หมายถึงส่วนก้านที่เหลือหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว แบบที่สองคือการใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หรือการแสดงความรู้สึกไม่พอใจ ดูถูก หรือไม่ให้ความสำคัญกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “ซัง” ในบริบทของสิ่งของที่เหลือใช้ หรือสิ่งที่ไม่มีค่าแล้ว เช่น เมื่อกินข้าวโพดเสร็จแล้ว ก็จะเหลือ “ซัง” ไว้ หรือเมื่อพูดถึงเรื่องที่ไม่สำคัญหรือไม่น่าสนใจ ก็อาจจะใช้คำว่า “ซัง” ในเชิงเปรียบเปรยได้เช่นกัน นอกจากนี้ ในบางครั้ง คำว่า “ซัง” ก็ถูกใช้เป็นคำสบถ หรือแสดงอารมณ์หงุดหงิด แต่การใช้ในลักษณะนี้ควรใช้อย่างระมัดระวัง เพราะอาจฟังดูไม่สุภาพ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “ซัง” โดยทั่วไปหมายถึงส่วนที่เป็นแกนกลางของพืชบางชนิด เช่น ซังข้าวโพด ซึ่งเป็นส่วนที่แข็งและเป็นที่ยึดเกาะของเมล็ดข้าว นอกจากนี้ยังหมายถึงก้านหรือส่วนที่เหลือของพืชหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว เช่น ซังข้าว ในอีกความหมายหนึ่ง “ซัง” สามารถใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อแสดงความรู้สึกดูถูก ไม่ใส่ใจ หรือมองว่าสิ่งนั้นไม่มีค่า…

  • "Guys” แปลว่า

    คำว่า “Guys” เป็นคำนามพหูพจน์ในภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกกลุ่มคน โดยทั่วไปมักจะหมายถึง “พวกผู้ชาย” หรือ “กลุ่มเพื่อนผู้ชาย” แต่ในภาษาพูดและบริบทที่ไม่เป็นทางการ คำนี้สามารถใช้เรียกกลุ่มคนที่มีทั้งผู้ชายและผู้หญิงได้เช่นกัน เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในภาษาอังกฤษแบบอเมริกันและอังกฤษแบบบริติช ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Guys” ถูกใช้ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเพื่อนๆ นัดเจอกัน หรือเมื่อพูดคุยกับคนในกลุ่มเดียวกัน เพื่อให้บรรยากาศดูเป็นกันเองและไม่ทางการจนเกินไป ผู้คนมักใช้คำนี้เพื่อเรียกกลุ่มคน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน เพื่อนในชั้นเรียน หรือแม้กระทั่งคนแปลกหน้าที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน การใช้คำว่า “Guys” ช่วยสร้างความรู้สึกสนิทสนมและลดช่องว่างระหว่างผู้พูดกับผู้ฟังได้เป็นอย่างดี ความหมายและการใช้งาน “Guys” เป็นคำนามพหูพจน์ที่แปลว่า “พวกผู้ชาย” หรือ “กลุ่มผู้ชาย” แต่ในภาษาพูดสามารถใช้เรียกกลุ่มคนที่มีทั้งผู้หญิงและผู้ชายได้เช่นกัน เหมาะสำหรับใช้ในบริบทที่ไม่เป็นทางการ เช่น การทักทายกลุ่มเพื่อน การพูดคุยทั่วไป หรือการเรียกคนในกลุ่ม ตัวอย่างการใช้งาน “Hey guys, what’s up?” (สวัสดีพวกคุณทุกคน เป็นไงบ้าง?) “Are you guys ready for the party?” (พวกคุณพร้อมสำหรับงานปาร์ตี้หรือยัง?) “I’m going…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *