"Attempt” แปลว่า

“Attempt” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้กันทั่วไปในภาษาไทยเมื่อต้องการสื่อถึงการพยายามทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จ หรือการลองทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แม้ว่าผลลัพธ์อาจจะยังไม่แน่นอนก็ตาม

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “attempt” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อมีคนกำลังพยายามฝึกฝนทักษะใหม่ๆ หรือเมื่อกำลังเผชิญกับความท้าทายที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ตัวอย่างเช่น เราอาจจะพูดว่า “I will attempt to climb that mountain” ซึ่งหมายถึง “ฉันจะพยายามปีนภูเขาลูกนั้น” หรือ “This is my first attempt at baking a cake” ซึ่งแปลว่า “นี่เป็นการลองทำเค้กครั้งแรกของฉัน” เป็นต้น

ความหมายและการใช้งาน

“Attempt” โดยทั่วไปหมายถึง การลงมือทำหรือพยายามที่จะบรรลุเป้าหมายบางอย่าง โดยมักจะมีความหมายแฝงถึงความยากลำบากหรือความไม่แน่นอนของผลลัพธ์ การใช้งานที่พบบ่อยคือเป็นคำกริยา (verb) หมายถึง พยายาม, ลองทำ, หรือมุ่งมั่นที่จะทำ

ตัวอย่าง

“She made a valiant attempt to save the drowning child.” (เธอพยายามอย่างสุดกำลังที่จะช่วยเด็กที่กำลังจมน้ำ)

“The company is making an attempt to enter the international market.” (บริษัทกำลังพยายามที่จะเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ)

“He will attempt the exam again next month.” (เขาจะลองสอบอีกครั้งในเดือนหน้า)

บริบทการใช้งานทั่วไป

“Attempt” มักถูกใช้ในบริบทที่ต้องการเน้นย้ำถึงความพยายามและความตั้งใจในการทำสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ก็ตาม สามารถใช้ได้ทั้งในสถานการณ์ที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ

🔷 FAQ SECTION

“Attempt” ในภาษาไทยมีความหมายว่าอย่างไร?

“Attempt” ในภาษาไทยมีความหมายว่า การพยายาม, การลองทำ, หรือการมุ่งมั่นที่จะทำให้สำเร็จ

ควรใช้ “Attempt” เมื่อไหร่?

ควรใช้ “Attempt” เมื่อคุณต้องการสื่อถึงการลงมือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งด้วยความตั้งใจ โดยที่ผลลัพธ์อาจจะยังไม่แน่นอน หรือเมื่อต้องการเน้นย้ำถึงความพยายามที่ต้องใช้

มีคำอื่นที่ใช้แทน “Attempt” ได้หรือไม่?

มีคำอื่นที่ใกล้เคียง เช่น “try”, “endeavor”, “effort” แต่ “attempt” มักจะสื่อถึงการพยายามที่อาจมีความยากหรือความท้าทายมากกว่า

Similar Posts

  • "Adding” แปลว่า

    คำว่า “Adding” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายตรงตัวว่า “การเพิ่ม” หรือ “การบวก” ในภาษาไทย เป็นคำกริยาที่ใช้เมื่อต้องการบอกถึงการนำสิ่งหนึ่งเข้าไปรวมกับอีกสิ่งหนึ่ง เพื่อให้มีจำนวนมากขึ้น หรือเพื่อเสริมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Adding” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น การบวกเลข การเพิ่มส่วนผสมในอาหาร หรือแม้กระทั่งการเพิ่มเพื่อนในแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดีย มันเป็นคำที่สื่อถึงการกระทำที่ทำให้สิ่งต่างๆ มีจำนวนหรือปริมาณที่มากขึ้นกว่าเดิม ความหมายและการใช้งาน “Adding” มาจากกริยา “add” ซึ่งแปลว่า “เพิ่ม” หรือ “บวก” เมื่อเติม “-ing” เข้าไป จะกลายเป็นคำกริยาเติม -ing (present participle) หรือคำนาม (gerund) ที่สื่อถึงการกระทำหรือสภาวะของการเพิ่มนั้นๆ ตัวอย่างการใช้งาน Adding numbers: การบวกเลข เช่น “Adding 5 and 3 gives you 8.” (การบวก 5 กับ 3…

  • "Thickness” แปลว่า

    “Thickness” เป็นคำภาษาอังกฤษที่หมายถึง “ความหนา” ค่ะ เป็นการบอกถึงขนาดของวัตถุที่วัดจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่งที่ตรงข้ามกัน โดยทั่วไปจะใช้กับสิ่งของที่เป็นรูปธรรม มีมิติ และสามารถสัมผัสได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “thickness” ในหลากหลายบริบทค่ะ เช่น เวลาเราเลือกซื้อเสื้อผ้า ก็อาจจะถามถึงความหนาของเนื้อผ้าเพื่อดูว่าเหมาะกับสภาพอากาศหรือไม่ หรือเวลาเลือกซื้อหนังสือ เราก็อาจจะดูความหนาของหนังสือเพื่อประเมินปริมาณเนื้อหา หรือเวลาพูดถึงความหนาของผนังบ้านว่าเก็บเสียงได้ดีแค่ไหน เป็นต้น คำนี้ช่วยให้เราสื่อสารเกี่ยวกับขนาดทางกายภาพของสิ่งต่างๆ ได้อย่างชัดเจนค่ะ ความหมายและการใช้งาน “Thickness” โดยหลักแล้วหมายถึง “ความหนา” ซึ่งเป็นคุณสมบัติทางกายภาพที่บ่งบอกถึงระยะห่างระหว่างสองพื้นผิวที่ขนานกันของวัตถุ คำนี้สามารถนำไปใช้ได้กับสิ่งของหลากหลายประเภท ตั้งแต่สิ่งเล็กๆ ไปจนถึงโครงสร้างขนาดใหญ่ ตัวอย่างการใช้งาน Thickness of a book: ความหนาของหนังสือ Thickness of a wall: ความหนาของผนัง Thickness of a material: ความหนาของวัสดุ (เช่น ความหนาของเหล็ก, ความหนาของกระดาษ) Thickness of a liquid: ในบางกรณี อาจหมายถึงความข้นหนืดของของเหลว บริบทที่ใช้บ่อย…

  • "Bonds” แปลว่า

    คำว่า “Bonds” ในภาษาไทยหมายถึง “พันธบัตร” ครับ พันธบัตรคือตราสารหนี้ประเภทหนึ่งที่ออกโดยรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐ เพื่อเป็นการกู้ยืมเงินจากประชาชนหรือสถาบันการเงิน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินไปใช้ในการพัฒนาประเทศ หรือโครงการต่างๆ ของรัฐบาล ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นคำว่า “Bonds” หรือ “พันธบัตร” เมื่อมีการพูดถึงการลงทุน หรือการออมเงินครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำและให้ผลตอบแทนที่แน่นอนกว่าการลงทุนในหุ้น นักลงทุนหลายคนเลือกซื้อพันธบัตรเพื่อกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุนของตนเอง หรือเพื่อเป็นแหล่งรายได้ที่สม่ำเสมอในระยะยาว ความหมายและการใช้งาน Bonds (พันธบัตร) คือ ตราสารหนี้ที่ผู้ถือพันธบัตรมีสถานะเป็นเจ้าหนี้ ส่วนผู้ออกพันธบัตร (เช่น รัฐบาล) จะมีสถานะเป็นลูกหนี้ พันธบัตรจะมีกำหนดอายุไถ่ถอนคืน และผู้ออกพันธบัตรจะจ่ายดอกเบี้ยให้กับผู้ถือพันธบัตรตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ ตัวอย่าง สมมติว่ารัฐบาลต้องการเงินทุนเพื่อสร้างถนนสายใหม่ ก็อาจจะออก “Bonds” (พันธบัตร) เพื่อระดมทุน เมื่อประชาชนซื้อพันธบัตรนี้ เท่ากับว่าประชาชนได้ให้รัฐบาลกู้เงิน และรัฐบาลก็จะจ่ายดอกเบี้ยให้กับประชาชนตามที่ตกลงไว้ เมื่อครบกำหนดอายุพันธบัตร รัฐบาลก็จะคืนเงินต้นให้กับประชาชน บริบทที่ใช้ทั่วไป คำว่า “Bonds” มักจะถูกใช้ในบริบทของการลงทุน การเงิน และเศรษฐศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงการลงทุนที่มีความมั่นคง หรือการบริหารจัดการหนี้สาธารณะ “Bonds” คืออะไร? Bonds หรือ พันธบัตร…

  • "Supp” แปลว่า

    คำว่า “Supp” เป็นคำสแลงที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเพื่อนสนิท หรือในบริบทที่ไม่เป็นทางการ มีความหมายว่า “สนับสนุน” หรือ “ให้กำลังใจ” เป็นการแสดงออกถึงการสนับสนุนใครบางคนหรือบางสิ่งบางอย่าง อาจเป็นการให้กำลังใจในเรื่องการเรียน การทำงาน หรือแม้แต่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ในการใช้งานจริง คนมักจะพูดว่า “Supp you!” หรือ “I support you!” ซึ่งมีความหมายเดียวกัน คือเป็นการบอกว่า “ฉันอยู่ข้างคุณนะ” หรือ “ฉันสนับสนุนคุณเต็มที่” คำนี้สามารถใช้ได้ทั้งกับการให้กำลังใจเพื่อนที่กำลังจะสอบ การเชียร์ทีมกีฬาที่ชื่นชอบ หรือแม้แต่การให้กำลังใจคนที่กำลังเผชิญกับปัญหาต่างๆ เป็นการแสดงออกถึงความห่วงใยและความปรารถนาดีต่ออีกฝ่าย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Supp” ย่อมาจากคำว่า “Support” ซึ่งแปลว่า “สนับสนุน” หรือ “ให้กำลังใจ” ในภาษาไทย ใช้เพื่อแสดงออกถึงการยืนหยัด เคียงข้าง หรือให้กำลังใจแก่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลในสถานการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว การงาน หรือความสำเร็จ ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อเพื่อนกำลังจะไปสัมภาษณ์งาน คุณอาจจะบอกว่า “Supp you! Do your best!” (ฉันเชียร์คุณนะ!…

  • "Down” แปลว่า

    คำว่า “Down” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ลง” หรือ “ข้างล่าง” ซึ่งเป็นคำที่ใช้บอกทิศทางหรือตำแหน่งที่ต่ำกว่า แต่ในบริบทของการใช้งานจริง “Down” สามารถมีความหมายที่หลากหลายและลึกซึ้งกว่านั้น ขึ้นอยู่กับคำที่นำหน้าหรือตามหลัง รวมถึงสถานการณ์ที่ใช้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Down” ในหลายๆ สถานการณ์ เช่น เมื่อพูดถึงอารมณ์ที่เศร้าหรือไม่สดใส (feeling down) หรือเมื่อพูดถึงการทำงานที่ลดลง (sales are down) หรือแม้แต่การใช้งานกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ระบบขัดข้อง (the server is down) การเข้าใจความหมายที่หลากหลายนี้จะช่วยให้เราสื่อสารและเข้าใจภาษาอังกฤษได้ดียิ่งขึ้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Down” สามารถใช้ได้ในหลายลักษณะ: ทิศทาง/ตำแหน่ง: บอกถึงการเคลื่อนที่หรือตำแหน่งที่ต่ำกว่า เช่น “Sit down” (นั่งลง), “Look down” (มองลงไปข้างล่าง) อารมณ์: ใช้บอกถึงความรู้สึกเศร้า, หดหู่, หรือไม่สบายใจ เช่น “I’m feeling a bit down…

  • "Detect” แปลว่า

    คำว่า “Detect” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ หมายถึง การตรวจจับ การค้นพบ หรือการสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่อาจจะยากต่อการมองเห็นหรือการรับรู้โดยทั่วไป ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Detect” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เวลาที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของเราสามารถตรวจจับสัญญาณ Wi-Fi ได้ หรือเวลาที่ระบบรักษาความปลอดภัยสามารถตรวจจับผู้บุกรุกได้ นอกจากนี้ ยังอาจหมายถึงการที่บุคคลสามารถสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง หรือรับรู้ถึงอารมณ์ความรู้สึกของผู้อื่นได้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Detect” สื่อถึงกระบวนการของการค้นพบหรือรับรู้สิ่งที่มีอยู่ ซึ่งอาจจะซ่อนเร้นอยู่ หรือเพิ่งเกิดขึ้นใหม่ การใช้งานมีความหลากหลาย ตั้งแต่การใช้กับเทคโนโลยี ไปจนถึงการใช้กับความสามารถของมนุษย์ในการสังเกตและการรับรู้ ตัวอย่างการใช้งาน สมาร์ทโฟนสามารถ detect สัญญาณบลูทูธจากอุปกรณ์อื่นได้ กล้องวงจรปิดมีระบบ detect การเคลื่อนไหวเพื่อแจ้งเตือน นักสืบพยายาม detect หลักฐานเพิ่มเติมในที่เกิดเหตุ เธอสามารถ detect ได้ว่าเพื่อนของเธอมีเรื่องไม่สบายใจ บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “Detect” มักปรากฏในบริบทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ การแพทย์ ความปลอดภัย และการสังเกตการณ์ต่างๆ เช่น การตรวจจับความผิดปกติของระบบ การตรวจจับโรค หรือการตรวจจับสัญญาณต่างๆ “Detect”…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *