"Building” แปลว่า

คำว่า “Building” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายหลักๆ อยู่ 2 ความหมาย คือ การกระทำที่เป็นกริยา และสิ่งก่อสร้างที่เป็นคำนาม

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Building” ในบริบทของการก่อสร้าง หรือการสร้างอะไรบางอย่างให้เกิดขึ้น เช่น การกำลังสร้างบ้าน หรือการกำลังพัฒนาโครงการใหม่ๆ นอกจากนี้ ยังหมายถึงอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่เราเห็นกันทั่วไป เช่น ตึกสูง หรือสำนักงาน

ความหมายและการใช้งาน

ความหมายที่ 1: การกระทำ (กริยา) หมายถึง การสร้าง การก่อขึ้น การพัฒนา หรือการทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น เช่น Building a house (กำลังสร้างบ้าน), Building a relationship (การสร้างความสัมพันธ์)

ความหมายที่ 2: สิ่งก่อสร้าง (คำนาม) หมายถึง อาคาร สิ่งปลูกสร้าง หรือโครงสร้างที่สร้างขึ้น เช่น The new office building (อาคารสำนักงานแห่งใหม่), A historical building (อาคารเก่าแก่)

ตัวอย่างการใช้งาน

ในฐานะกริยา: “They are building a new bridge across the river.” (พวกเขากำลังสร้างสะพานใหม่ข้ามแม่น้ำ)

ในฐานะคำนาม: “This is a very old building with a lot of history.” (นี่เป็นอาคารที่เก่าแก่มากและมีประวัติศาสตร์ยาวนาน)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Building” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ การก่อสร้าง สถาปัตยกรรม หรือการพัฒนาต่างๆ รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์ หรือการพัฒนาทักษะในเชิงนามธรรมด้วย

🔷 FAQ SECTION

“Building” เป็นคำนามหรือกริยา?

“Building” สามารถเป็นได้ทั้งคำนามและกริยา ขึ้นอยู่กับบริบทของการใช้งานในประโยค

ตัวอย่างอื่นของ “Building” ที่ไม่ใช่สิ่งก่อสร้าง?

เช่น “Building trust” (การสร้างความไว้วางใจ) หรือ “Building a team” (การสร้างทีม) ซึ่งเป็นการสร้างในเชิงนามธรรม

Similar Posts

  • "Bet” แปลว่า

    คำว่า “Bet” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “การพนัน” หรือ “การวางเดิมพัน” ค่ะ เป็นการกระทำที่ผู้คนตกลงที่จะแลกเปลี่ยนสิ่งของมีค่า เช่น เงิน หรือทรัพย์สินอื่นๆ โดยอาศัยผลลัพธ์ของเหตุการณ์บางอย่างที่ยังไม่เกิดขึ้น ซึ่งผลลัพธ์นั้นมักไม่แน่นอนและขึ้นอยู่กับโชคหรือปัจจัยอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน คนไทยเรามักจะใช้คำว่า “Bet” ในบริบทของการทายผลการแข่งขันกีฬาต่างๆ เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล หรือแม้แต่การทายผลหวย หรือการเล่นเกมที่มีการวางเงินเดิมพันกันค่ะ บางครั้งก็ใช้ในความหมายเปรียบเปรยว่า “ท้าพนัน” หรือ “รับรองได้เลย” เช่น ถ้าเรามั่นใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากๆ ก็อาจจะพูดว่า “I bet you…” ซึ่งหมายถึง “ฉันพนันได้เลยว่า…” หรือ “รับรองได้เลยว่า…” นั่นเองค่ะ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Bet” หมายถึง การวางเงินหรือสิ่งของมีค่าเพื่อทายผลของเหตุการณ์ที่ไม่แน่นอน โดยปกติจะใช้ในการพนันหรือการทายผลต่างๆ นอกจากนี้ยังใช้ในความหมายเชิงเปรียบเปรยเพื่อแสดงความมั่นใจอย่างสูงในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ตัวอย่างการใช้งาน “ฉัน bet กับเพื่อนไว้ว่าทีมนี้จะชนะ” (ฉันวางเดิมพันกับเพื่อนไว้ว่าทีมนี้จะชนะ) “I bet he will be…

  • "tie” แปลว่า

    คำว่า “tie” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายหลักๆ ได้แก่ การผูก การรัด หรือการผูกติดกัน ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ในหลากหลายบริบท ทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบคำว่า “tie” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การผูกเนคไท (necktie) ซึ่งเป็นเครื่องแต่งกายของผู้ชาย หรือการผูกเชือกรองเท้า (tie shoelaces) นอกจากนี้ยังอาจหมายถึงการเชื่อมโยง หรือความสัมพันธ์ เช่น ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างเพื่อน (a strong tie between friends) หรือในเชิงกีฬา อาจหมายถึงการเสมอกัน (a tie game) ซึ่งไม่มีทีมใดชนะ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “tie” สามารถมีความหมายได้หลายอย่าง ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้: การผูก/การรัด: ใช้กับการกระทำที่ทำให้สิ่งของสองสิ่งติดกัน เช่น tie a knot (ผูกปม), tie a package (มัดห่อของ) เนคไท (Necktie): เป็นเครื่องแต่งกายที่เป็นผ้าพันรอบคอ…

  • "เจื่” แปลว่า

    คำว่า “เจื๊อ” เป็นคำกริยาในภาษาไทยที่หมายถึง การพูดจาคะยั้นคะยอ หรือพูดชักชวนซ้ำๆ เพื่อให้ผู้อื่นทำตามความต้องการของตนเอง มักใช้ในบริบทที่ผู้พูดพยายามโน้มน้าวให้ใครบางคนทำอะไรบางอย่างที่อาจจะลังเลหรือไม่แน่ใจ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “เจื๊อ” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เวลาเพื่อนชวนไปเที่ยว แต่เรายังไม่แน่ใจ เพื่อนก็จะเจื๊อเราให้ไป หรือเวลาเด็กๆ อยากได้ขนม ก็จะเจื๊อคุณพ่อคุณแม่ให้ซื้อให้ การเจื๊ออาจจะมาในรูปแบบที่น่ารัก อ้อนวอน หรือบางครั้งก็อาจจะดูน่ารำคาญได้ ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและวิธีการพูดของผู้เจื๊อ ความหมายและการใช้งาน “เจื๊อ” หมายถึง การพูดซ้ำๆ เพื่อชักชวนหรือคะยั้นคะยอให้ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มักใช้เมื่อต้องการให้ใครสักคนตัดสินใจทำในสิ่งที่ผู้พูดต้องการ หรือเมื่อต้องการให้ใครบางคนยอมทำตามคำขอ ตัวอย่างการใช้งาน “แม่คะ เจื๊อๆๆ พาหนูไปสวนสนุกหน่อยนะคะ” “เขาเจื๊อเพื่อนให้ยืมเงินจนเพื่อนใจอ่อนยอมให้” “อย่าเจื๊อฉันเลย ฉันไม่ว่างจริงๆ” บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “เจื๊อ” นิยมใช้ในการพูดคุยทั่วไป โดยเฉพาะในครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือระหว่างคนที่สนิทสนมกัน มักมีความหมายแฝงถึงการคะยั้นคะยอ อ้อนวอน หรือพยายามโน้มน้าวให้ผู้อื่นคล้อยตาม FAQ SECTION “เจื๊อ” กับ “คะยั้นคะยอ” ต่างกันอย่างไร? โดยรวมแล้วมีความหมายใกล้เคียงกัน แต่ “เจื๊อ”…

  • "Margins” แปลว่า

    “Margins” เป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่แปลตรงตัวในภาษาไทยได้ว่า “ส่วนที่เว้นไว้” หรือ “ขอบ” โดยทั่วไปแล้ว มักจะหมายถึง พื้นที่ว่างที่ถูกเว้นไว้รอบๆ ขอบของสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน้ากระดาษ เอกสาร รูปภาพ หรือแม้แต่ในเชิงธุรกิจก็สามารถหมายถึง “ส่วนต่างของกำไร” ได้เช่นกัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Margins” บ่อยครั้งเวลาที่เราทำงานเอกสารต่างๆ เช่น การตั้งค่า margins ใน Microsoft Word เพื่อเว้นที่ว่างด้านบน ด้านล่าง ด้านซ้าย และด้านขวาของหน้ากระดาษ หรือเวลาที่เราจัดรูปภาพลงในเอกสาร เราก็อาจจะปรับ margins เพื่อให้รูปภาพดูสวยงามและไม่ชิดขอบจนเกินไป นอกจากนี้ ในแวดวงธุรกิจ คำว่า “Margins” อาจหมายถึงความสามารถในการทำกำไรของบริษัท โดยดูจากส่วนต่างระหว่างราคาขายกับต้นทุนสินค้าหรือบริการ ความหมายและการใช้งาน “Margins” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ พื้นที่ว่างรอบขอบ: ส่วนที่เว้นไว้รอบๆ ขอบของวัตถุต่างๆ เช่น ขอบกระดาษ, ขอบรูปภาพ, ขอบหน้าจอ ส่วนต่างของกำไร (ทางธุรกิจ): ผลต่างระหว่างรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการกับต้นทุนในการผลิตหรือจัดหาสินค้านั้นๆ ตัวอย่างการใช้งาน เอกสาร:…

  • "Were” แปลว่า

    คำว่า “Were” เป็นรูปอดีตกาล (past tense) ของกริยา “to be” ซึ่งใช้ได้ทั้งกับประธานเอกพจน์และพหูพจน์ในอดีต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงเหตุการณ์หรือสภาวะที่เกิดขึ้นและสิ้นสุดไปแล้วในอดีต ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอ “Were” ในสถานการณ์ที่พูดถึงสิ่งที่เคยเป็นเคยเกิดขึ้นในอดีต เช่น การบอกเล่าเรื่องราวในอดีต การพูดถึงความรู้สึกหรือสภาพการณ์ในอดีต หรือแม้แต่ในประโยคเงื่อนไขที่สมมติสิ่งที่ไม่เป็นจริงในอดีต การทำความเข้าใจการใช้งานของ “Were” จะช่วยให้เราสื่อสารภาษาอังกฤษได้ถูกต้องและเป็นธรรมชาติมากขึ้น ความหมายและการใช้งาน “Were” เป็นรูปอดีตกาลของกริยา “to be” ใช้ได้กับประธานพหูพจน์ (เช่น they, we, you) และประธานเอกพจน์ (เช่น I, he, she, it) ในบางกรณี โดยเฉพาะในประโยคเงื่อนไขที่พูดถึงสิ่งที่ไม่เป็นจริง (subjunctive mood) หรือเมื่อพูดถึงเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดขึ้นแล้ว ตัวอย่างการใช้งาน ประธานพหูพจน์ในอดีต: They were happy to see the results. (พวกเขาดีใจที่ได้เห็นผลลัพธ์) ประธานเอกพจน์ในอดีต (ในรูป Subjunctive):…

  • "Checkout” แปลว่า

    คำว่า “Checkout” ในภาษาไทยมีความหมายตรงตัวว่า “การชำระเงิน” หรือ “การจ่ายเงิน” เป็นขั้นตอนสุดท้ายในการซื้อสินค้าหรือบริการ เมื่อคุณเลือกสินค้าที่ต้องการได้แล้ว และพร้อมที่จะจ่ายเงิน ก็จะเข้าสู่กระบวนการ “Checkout” นั่นเองค่ะ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Checkout” บ่อยครั้งเวลาไปซื้อของตามร้านค้าหรือห้างสรรพสินค้า พนักงานจะบอกให้เราไปที่ “เคาน์เตอร์เช็คเอาท์” หรือ “จุดชำระเงิน” เพื่อจ่ายเงินค่าสินค้าที่เราเลือกมา หรือถ้าเราซื้อของออนไลน์ ก็จะเห็นปุ่ม “Checkout” หรือ “ดำเนินการชำระเงิน” เพื่อเข้าสู่หน้าสรุปยอดและกรอกข้อมูลเพื่อจ่ายเงินค่ะ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Checkout” มาจากภาษาอังกฤษ หมายถึง กระบวนการจ่ายเงินค่าสินค้าหรือบริการ โดยทั่วไปแล้วจะรวมถึงการตรวจสอบรายการสินค้า การคำนวณยอดเงิน การเลือกวิธีการชำระเงิน และการยืนยันการซื้อ ตัวอย่างการใช้งาน ร้านค้า: “เชิญลูกค้าเลือกซื้อสินค้าได้ตามอัธยาศัย แล้วนำไปชำระเงินที่จุด Checkout ได้เลยค่ะ” เว็บไซต์ซื้อของออนไลน์: “เมื่อเลือกสินค้าใส่ตะกร้าครบแล้ว กดปุ่ม Checkout เพื่อดำเนินการสั่งซื้อ” โรงแรม: “เวลาเช็คเอาท์ออกจากโรงแรม กรุณาติดต่อแผนกต้อนรับเพื่อชำระค่าบริการ” บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Checkout” มักใช้ในบริบทของการซื้อขายสินค้าและบริการ…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *