"Margins” แปลว่า

“Margins” เป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่แปลตรงตัวในภาษาไทยได้ว่า “ส่วนที่เว้นไว้” หรือ “ขอบ” โดยทั่วไปแล้ว มักจะหมายถึง พื้นที่ว่างที่ถูกเว้นไว้รอบๆ ขอบของสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน้ากระดาษ เอกสาร รูปภาพ หรือแม้แต่ในเชิงธุรกิจก็สามารถหมายถึง “ส่วนต่างของกำไร” ได้เช่นกัน

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Margins” บ่อยครั้งเวลาที่เราทำงานเอกสารต่างๆ เช่น การตั้งค่า margins ใน Microsoft Word เพื่อเว้นที่ว่างด้านบน ด้านล่าง ด้านซ้าย และด้านขวาของหน้ากระดาษ หรือเวลาที่เราจัดรูปภาพลงในเอกสาร เราก็อาจจะปรับ margins เพื่อให้รูปภาพดูสวยงามและไม่ชิดขอบจนเกินไป นอกจากนี้ ในแวดวงธุรกิจ คำว่า “Margins” อาจหมายถึงความสามารถในการทำกำไรของบริษัท โดยดูจากส่วนต่างระหว่างราคาขายกับต้นทุนสินค้าหรือบริการ

ความหมายและการใช้งาน

“Margins” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ

  • พื้นที่ว่างรอบขอบ: ส่วนที่เว้นไว้รอบๆ ขอบของวัตถุต่างๆ เช่น ขอบกระดาษ, ขอบรูปภาพ, ขอบหน้าจอ
  • ส่วนต่างของกำไร (ทางธุรกิจ): ผลต่างระหว่างรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการกับต้นทุนในการผลิตหรือจัดหาสินค้านั้นๆ

ตัวอย่างการใช้งาน

  • เอกสาร: “อย่าลืมตั้งค่า margins ให้เหมาะสมก่อนพิมพ์รายงานนะ” (หมายถึง การเว้นที่ว่างรอบขอบกระดาษ)
  • รูปภาพ: “ปรับ margins ของรูปนี้หน่อย ให้มันดูไม่ชิดขอบเกินไป” (หมายถึง การเว้นที่ว่างรอบขอบรูปภาพ)
  • ธุรกิจ: “บริษัทนี้มี margins ที่ดี ทำให้มีกำไรสูง” (หมายถึง ส่วนต่างของกำไร)

บริบทที่ใช้ทั่วไป

คำว่า “Margins” มักจะถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการจัดวางองค์ประกอบต่างๆ ให้มีพื้นที่ว่าง หรือในบริบททางการเงินและธุรกิจเพื่ออธิบายถึงความสามารถในการทำกำไร

FAQ SECTION

“Margins” ในเอกสาร หมายถึงอะไร?

หมายถึง พื้นที่ว่างที่เว้นไว้รอบขอบของหน้ากระดาษ เพื่อให้เนื้อหามีความน่าอ่านและสะดวกต่อการพิมพ์หรือเข้าเล่ม

“Margins” ทางธุรกิจ คืออะไร?

คือ ส่วนต่างของกำไรที่ธุรกิจสามารถทำได้ ซึ่งคำนวณจากรายได้หักลบด้วยต้นทุน

Similar Posts

  • "Resident” แปลว่า

    คำว่า “Resident” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ อยู่สองนัยที่ใช้กันบ่อย คือ “ผู้อยู่อาศัย” และ “แพทย์ประจำบ้าน” การเลือกใช้ความหมายใดจะขึ้นอยู่กับบริบทของประโยคหรือสถานการณ์นั้นๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า Resident ในความหมายของ “ผู้อยู่อาศัย” เช่น เมื่อพูดถึงคนที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ หรือหมู่บ้านจัดสรร ในอีกแง่มุมหนึ่ง คำว่า Resident ก็ถูกใช้ในวงการแพทย์อย่างแพร่หลาย หมายถึง “แพทย์ประจำบ้าน” ซึ่งเป็นแพทย์ที่กำลังฝึกอบรมเพื่อเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางหลังจากจบการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิตแล้ว ความหมายและการใช้งาน คำว่า Resident สามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบท: ผู้อยู่อาศัย (Resident): ใช้เรียกบุคคลที่อาศัยอยู่ในสถานที่ใดสถานที่หนึ่งเป็นการถาวรหรือชั่วคราว เช่น ผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม, ผู้อยู่อาศัยในประเทศ แพทย์ประจำบ้าน (Resident): ใช้เรียกแพทย์ที่กำลังศึกษาต่อเฉพาะทางในโรงพยาบาล ตัวอย่างการใช้งาน ในแง่ผู้อยู่อาศัย: “The resident of apartment 3B complained about the noise.” (ผู้อยู่อาศัยของห้อง 3B ร้องเรียนเรื่องเสียงดัง) ในแง่แพทย์ประจำบ้าน: “She…

  • "ฌาน” แปลว่า

    ฌาน (อ่านว่า ชาน) คือ สภาวะจิตที่สงบ แน่วแน่ และตั้งมั่นอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างต่อเนื่อง โดยปราศจากสิ่งรบกวน เป็นสภาวะที่จิตใจมีความสุขุมเยือกเย็น และสามารถรับรู้สิ่งต่างๆ ได้อย่างชัดเจนและลึกซึ้ง ในชีวิตประจำวัน คนทั่วไปอาจไม่ได้ใช้คำว่า “ฌาน” ตรงๆ บ่อยนัก แต่เราอาจพบเห็นการนำไปใช้ในบริบทของการปฏิบัติธรรม การทำสมาธิ หรือการฝึกจิต เพื่อให้เกิดสภาวะจิตที่สงบและมีสมาธิมากขึ้น บางครั้งอาจใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่ออธิบายถึงสภาวะที่ใจสงบนิ่ง ไม่วอกแวก เช่น “เขาทำสมาธิได้ถึงขั้นฌาน” หรือ “เธอมีสมาธิเหมือนคนกำลังเข้าฌาน” ซึ่งสื่อถึงการจดจ่อและไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ความหมายและการใช้งาน ฌาน หมายถึง สภาวะแห่งจิตที่ตั้งมั่น สงบ และแน่วแน่ เป็นผลมาจากการฝึกสมาธิอย่างต่อเนื่อง ทำให้จิตใจไม่ฟุ้งซ่าน ปลอดโปร่ง และมีความสุขุม สามารถนำไปใช้ในการทำความเข้าใจตนเอง การพัฒนาจิตใจให้เข้มแข็ง หรือเพื่อการเจริญปัญญา ตัวอย่างการใช้งาน “การนั่งสมาธิช่วยให้จิตใจสงบและเข้าถึงสภาวะฌานได้ง่ายขึ้น” “เขาใช้เวลาหลายชั่วโมงในการบำเพ็ญเพียรเพื่อเข้าถึงฌานขั้นสูง” บริบทที่พบบ่อย คำว่า “ฌาน” มักพบในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติทางศาสนา โดยเฉพาะศาสนาพุทธ ซึ่งมีการแบ่งระดับของฌานออกเป็นหลายขั้น ตั้งแต่ปฐมฌานไปจนถึงอรูปฌานขั้นสูงสุด นอกจากนี้ยังอาจพบในตำราหรือบทความเกี่ยวกับการพัฒนาจิตใจ การทำสมาธิ หรือการฝึกสติ ฌาน กับ…

  • "Delete” แปลว่า

    คำว่า “Delete” เป็นคำภาษาอังกฤษที่เมื่อแปลเป็นภาษาไทยแล้วจะมีความหมายว่า “ลบ” หรือ “กำจัดออกไป” โดยเป็นการกระทำที่ทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งหายไปหรือไม่ปรากฏให้เห็นอีกต่อไป ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Delete” เพื่อสื่อถึงการลบข้อมูลต่างๆ เช่น การลบไฟล์ในคอมพิวเตอร์ การลบรูปภาพในโทรศัพท์มือถือ หรือแม้กระทั่งการลบข้อความแชทที่ไม่ต้องการแล้ว นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในบริบทของการลบสิ่งที่ไม่ใช่ข้อมูลดิจิทัลได้เช่นกัน เช่น การลบชื่อออกจากรายชื่อ หรือการลบความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสมออกจากโพสต์ ความหมายและการใช้งาน “Delete” หมายถึง การทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งหายไปหรือไม่คงอยู่ต่อไป การใช้งานมักจะเกี่ยวข้องกับการกำจัดข้อมูล หรือสิ่งที่ไม่ต้องการออกไป ตัวอย่างการใช้งาน “ฉันต้อง delete ไฟล์เอกสารเก่าๆ ที่ไม่ใช้แล้วออกไป เพื่อให้พื้นที่ในฮาร์ดดิสก์ว่างขึ้น” “ถ้าคุณไม่ชอบรูปนี้ คุณสามารถ delete มันทิ้งได้เลย” “เขา delete ข้อความที่ส่งไปผิดทันทีที่รู้ตัว” บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Delete” มักถูกใช้ในบริบทของเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ เช่น การลบไฟล์, ลบอีเมล, ลบข้อมูลในฐานข้อมูล หรือการลบแอปพลิเคชัน อย่างไรก็ตาม ก็สามารถนำไปใช้ในสถานการณ์ทั่วไปได้เช่นกัน เช่น การลบรายการออกจากตาราง หรือการลบชื่อออกจากรายชื่อผู้ติดต่อ Delete หมายถึงอะไร? Delete…

  • "Visiting” แปลว่า

    คำว่า “Visiting” ในภาษาอังกฤษ แปลตรงตัวว่า “การเยี่ยมเยือน” หรือ “การไปเยี่ยม” ครับ เป็นคำกริยาที่ใช้เมื่อเราต้องการจะบอกว่าเรากำลังจะเดินทางไปหาใครสักคน หรือไปสถานที่ใดสถานที่หนึ่งเป็นระยะเวลาสั้นๆ เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง เช่น ไปเยี่ยมญาติ ไปเที่ยว หรือไปติดต่อธุระ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Visiting” ในบริบทต่างๆ ครับ เช่น เมื่อเพื่อนชวนไปบ้าน เขาก็อาจจะบอกว่า “Are you free for visiting this weekend?” (สุดสัปดาห์นี้ว่างไปเยี่ยมไหม?) หรือถ้าเราวางแผนจะไปเที่ยวต่างประเทศ เราก็อาจจะบอกว่า “I’m planning a visiting trip to Japan next month.” (ฉันกำลังวางแผนจะไปเที่ยวญี่ปุ่นเดือนหน้านี้) มันเป็นคำที่แสดงถึงการเดินทางไปหาหรือไปพบเจอในสถานที่อื่นที่ไม่ใช่ที่ที่เราอยู่อาศัยเป็นประจำ ความหมายและการใช้งาน “Visiting” หมายถึง การเดินทางไปหรือการไปปรากฏตัวที่สถานที่แห่งหนึ่ง หรือไปพบปะบุคคลอื่น ซึ่งมักจะเป็นการไปชั่วคราว ไม่ได้เป็นการย้ายถิ่นฐานไปอยู่ถาวร การใช้งานหลักๆ คือการไปเยี่ยมเยียนบุคคล เช่น ไปเยี่ยมเพื่อน…

  • "Nerves” แปลว่า

    คำว่า “Nerves” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง เส้นประสาท ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของระบบประสาทในร่างกายมนุษย์ ทำหน้าที่ส่งสัญญาณประสาทจากสมองและไขสันหลังไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย และรับความรู้สึกจากอวัยวะต่างๆ กลับไปยังสมอง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Nerves” ถูกนำไปใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกตื่นเต้น ประหม่า หรือกังวล เช่น ก่อนที่จะต้องพูดต่อหน้าสาธารณชน หรือก่อนที่จะมีการสอบที่สำคัญ ผู้คนอาจจะพูดว่า “I’m feeling a bit nervous” ซึ่งหมายถึงว่าพวกเขารู้สึกประหม่าหรือไม่สบายใจเล็กน้อย หรือในอีกความหมายหนึ่ง “Nerves” อาจหมายถึงความกล้าหาญ ความมั่นใจ หรือความสามารถในการควบคุมอารมณ์ในสถานการณ์ที่กดดัน เช่น “He has nerves of steel” หมายถึง เขามีจิตใจที่แข็งแกร่งมาก ไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรคหรือความกดดัน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Nerves” มีความหมายหลักสองประการ คือ เส้นประสาท: หมายถึง ส่วนประกอบทางกายภาพของระบบประสาท ความประหม่า/ความกล้าหาญ: หมายถึง สภาพจิตใจหรืออารมณ์ การใช้งานจะขึ้นอยู่กับบริบทที่ปรากฏ ตัวอย่าง ตัวอย่างที่ 1…

  • "Receptionist” แปลว่า

    คำว่า “Receptionist” หมายถึง พนักงานต้อนรับ หรือเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ซึ่งเป็นตำแหน่งงานที่สำคัญอย่างยิ่งในองค์กรหรือธุรกิจต่างๆ หน้าที่หลักคือการเป็นผู้ประสานงานและเป็นด่านหน้าในการติดต่อสื่อสารกับบุคคลภายนอก เช่น ลูกค้า ผู้มาติดต่อ หรือแม้กระทั่งพนักงานภายในองค์กรเอง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเจอ Receptionist ได้ตามสถานที่ต่างๆ เช่น โรงแรม ออฟฟิศ บริษัท คลินิก หรือโรงพยาบาล เมื่อเราก้าวเข้าไปในสถานที่เหล่านั้น คนแรกที่เรามักจะพบเจอและได้รับการต้อนรับคือ Receptionist พวกเขาจะเป็นผู้ให้ข้อมูลเบื้องต้น แนะนำ หรืออำนวยความสะดวกในการติดต่อกับแผนกที่เกี่ยวข้อง เปรียบเสมือนเป็นหน้าตาและประตูบานแรกขององค์กรนั้นๆ เลยทีเดียว ความหมายและการใช้งาน Receptionist คือ บุคคลที่ทำหน้าที่ต้อนรับผู้มาติดต่อ ประสานงาน และให้ข้อมูลต่างๆ ในองค์กร หน้าที่อาจรวมถึงการรับโทรศัพท์ ตอบคำถาม ให้คำแนะนำ จัดการนัดหมาย และดูแลความเรียบร้อยบริเวณโถงต้อนรับ การมี Receptionist ที่ดีจะช่วยสร้างความประทับใจแรกให้กับผู้มาติดต่อ และทำให้การดำเนินงานขององค์กรราบรื่นขึ้น ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อคุณไปติดต่อบริษัทแห่งหนึ่ง คุณจะพบ Receptionist ที่โต๊ะประชาสัมพันธ์ พวกเขาจะสอบถามว่าคุณมาติดต่อเรื่องอะไร และจะช่วยติดต่อประสานงานกับบุคคลที่คุณต้องการพบ หรือแนะนำให้คุณไปติดต่อที่แผนกใด นอกจากนี้ ในโรงแรม…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *