"Cross” แปลว่า

คำว่า “Cross” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ข้าม” หรือ “ไขว้” เป็นคำกริยา (verb) ที่ใช้บอกถึงการเคลื่อนที่จากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่ง หรือการวางสิ่งของทับกันในลักษณะที่ตัดกัน

ในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Cross” ในหลายบริบท เช่น การบอกให้ข้ามถนน (cross the street) หรือการพูดถึงสัญลักษณ์กากบาท (a cross) ที่เห็นได้ทั่วไป นอกจากนี้ยังอาจหมายถึงการผสมข้ามสายพันธุ์ เช่น สุนัขพันธุ์ผสม (crossbreed) หรือการนำสิ่งสองสิ่งมาเชื่อมโยงกัน

ความหมายและการใช้งาน

“Cross” สามารถหมายถึง:

  • การข้าม (To go across): เช่น Cross the river (ข้ามแม่น้ำ), Cross the road (ข้ามถนน)
  • การตัดกัน (To intersect): เช่น Two lines cross (เส้นสองเส้นตัดกัน)
  • เครื่องหมายกากบาท (A cross): สัญลักษณ์ X
  • การผสมข้าม (To crossbreed): การผสมพันธุ์สัตว์ต่างสายพันธุ์
  • ความไม่พอใจ (To cross someone): ทำให้ใครบางคนไม่พอใจ (มักใช้ในรูป “don’t cross me”)

ตัวอย่างการใช้งาน

  • Please cross the street at the zebra crossing. (กรุณาข้ามถนนตรงทางม้าลาย)
  • The roads cross at the intersection. (ถนนทั้งสองสายตัดกันที่สี่แยก)
  • He drew a cross on the paper. (เขาวาดเครื่องหมายกากบาทลงบนกระดาษ)
  • This is a cross between a poodle and a labrador. (นี่คือสุนัขพันธุ์ผสมระหว่างพุดเดิ้ลกับลาบราดอร์)

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “Cross” มักปรากฏในคำสั่งเกี่ยวกับการเดินทาง เช่น การบอกให้ข้ามถนน หรือการอธิบายแผนที่ นอกจากนี้ยังใช้ในความหมายเชิงสัญลักษณ์ เช่น ไม้กางเขน (crucifix) ซึ่งมีความสำคัญทางศาสนา หรือใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบในการแสดงความไม่พอใจหรือการเตือน

🔷 FAQ SECTION

“Cross” ในภาษาไทยหมายถึงอะไร?

โดยทั่วไป “Cross” หมายถึง “ข้าม” หรือ “ไขว้” รวมถึงการใช้เป็นสัญลักษณ์กากบาท

ตัวอย่างการใช้ “Cross” ในชีวิตประจำวัน?

เช่น “cross the road” (ข้ามถนน) หรือ “cross my heart” (สาบานจากใจจริง)

“Cross” สามารถมีความหมายเชิงลบได้หรือไม่?

ได้ ในบางบริบท เช่น “don’t cross me” หมายถึง “อย่ามามีเรื่องกับฉัน” หรือ “อย่าทำให้ฉันโกรธ”

Similar Posts

  • "Throughout” แปลว่า

    คำว่า “Throughout” เป็นคำบุพบท (preposition) หรือคำวิเศษณ์ (adverb) ในภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่อบ่งบอกถึง “ตลอด” หรือ “ทั่วทั้ง” ช่วงเวลา สถานที่ หรือขอบเขตใดขอบเขตหนึ่ง โดยเน้นย้ำว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้น ครอบคลุม หรือมีอยู่ต่อเนื่องไปตลอด ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Throughout” เพื่ออธิบายว่าอะไรบางอย่างเกิดขึ้นหรือมีอยู่เป็นระยะเวลานาน หรือครอบคลุมพื้นที่กว้างขวาง เช่น การพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดทั้งวัน ตลอดทั้งปี หรือการพูดถึงสิ่งของที่กระจายอยู่ทั่วทั้งห้อง หรือทั่วทั้งประเทศ เป็นการเน้นย้ำถึงความต่อเนื่องและการครอบคลุมนั่นเอง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Throughout” มีความหมายหลักๆ คือ ตลอด, ทั่ว, ทั่วทั้ง ซึ่งใช้เพื่อระบุขอบเขตของเวลาหรือพื้นที่ที่บางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นหรือมีอยู่ ตัวอย่างการใช้งาน ตลอดช่วงเวลา: “She worked hard throughout the night.” (เธอทำงานหนักตลอดทั้งคืน) หมายถึง ทำงานต่อเนื่องตั้งแต่กลางคืนจนถึงเช้า ทั่วทั้งสถานที่: “There were flowers planted throughout the garden.”…

  • "Observe” แปลว่า

    คำว่า “Observe” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ การสังเกต การเฝ้าดู หรือการสำรวจ โดยมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่าแค่การมองเห็นธรรมดา แต่เป็นการใช้ประสาทสัมผัส โดยเฉพาะการมองเห็น เพื่อเก็บข้อมูล สังเกตการณ์ หรือพิจารณาสิ่งต่างๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วน ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Observe” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น คุณครูอาจจะสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในชั้นเรียน หรือนักวิทยาศาสตร์อาจจะสังเกตการเปลี่ยนแปลงของปรากฏการณ์ธรรมชาติ หรือแม้แต่การสังเกตอาการป่วยของคนในครอบครัวเพื่อดูแลให้ดียิ่งขึ้น การสังเกตนี้มักจะทำไปเพื่อทำความเข้าใจ เรียนรู้ หรือประเมินสถานการณ์ต่างๆ ความหมายและการใช้งาน “Observe” หมายถึง การมองดูหรือให้ความสนใจกับบางสิ่งบางอย่างอย่างตั้งใจ เพื่อที่จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับมัน หรือเพื่อที่จะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น การสังเกตนี้สามารถทำได้ทั้งกับสิ่งของ เหตุการณ์ หรือแม้กระทั่งพฤติกรรมของผู้อื่น ตัวอย่างการใช้งาน นักสืบกำลัง observe (สังเกตการณ์) สถานที่เกิดเหตุเพื่อหาเบาะแส คุณหมอ observe (เฝ้าดูอาการ) คนไข้หลังการผ่าตัดอย่างใกล้ชิด เราควร observe (สังเกต) สัญญาณเตือนของร่างกาย เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพ บริบทและการใช้งานทั่วไป คำว่า “Observe” มักถูกใช้ในบริบทที่ต้องการความละเอียดรอบคอบและการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ไม่ใช่แค่การมองผ่านๆ แต่เป็นการใส่ใจในรายละเอียด การสังเกตการณ์นี้อาจนำไปสู่การตัดสินใจ…

  • "Custom” แปลว่า

    คำว่า “Custom” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ที่กำหนดเอง” หรือ “ปรับแต่งพิเศษ” เป็นคำที่ใช้เพื่ออธิบายถึงสิ่งที่ไม่ใช่มาตรฐานทั่วไป แต่ถูกสร้างขึ้น หรือปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับความต้องการ หรือความชอบเฉพาะเจาะจงของบุคคล หรือกลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Custom” บ่อยครั้งในบริบทต่างๆ เช่น การสั่งทำเสื้อผ้าแบบ Custom Fit ที่ตัดเย็บตามสัดส่วนของผู้ใส่ หรือการซื้อรถยนต์ที่สามารถเลือก Option ต่างๆ ได้ตามใจชอบ หรือแม้กระทั่งการออกแบบเว็บไซต์แบบ Custom ที่ไม่เหมือนใคร การใช้คำว่า “Custom” สะท้อนถึงความเป็นส่วนตัว ความพิเศษ และการตอบสนองต่อความต้องการที่ไม่เหมือนใครของผู้ใช้งาน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Custom” หมายถึง การที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งถูกสร้างขึ้น หรือปรับเปลี่ยนให้เป็นไปตามความต้องการเฉพาะเจาะจง ไม่ใช่รูปแบบสำเร็จรูปทั่วไป ในบริบทต่างๆ สามารถแปลได้หลายแบบ เช่น: การสั่งทำพิเศษ (Made-to-order): เช่น เสื้อผ้า Custom made การปรับแต่ง (Personalized/Customized): เช่น การตั้งค่า Custom ในโปรแกรม รูปแบบเฉพาะ…

  • "Booked” แปลว่า

    คำว่า “Booked” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ถูกจอง” หรือ “ถูกสำรองไว้” ครับ ใช้ในสถานการณ์ที่เราต้องการระบุว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ถูกจับจองหรือสำรองไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นตั๋ว เครื่องบิน โรงแรม หรือแม้กระทั่งคิวงานต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นคำว่า “Booked” บ่อยครั้งเวลาที่เราต้องการจองอะไรสักอย่าง เช่น ถ้าเราโทรศัพท์ไปจองร้านอาหารแล้วพนักงานบอกว่า “Sorry, that time is already booked.” ก็หมายความว่า เวลานั้นมีคนจองไปแล้ว หรือเวลาเราจองตั๋วเครื่องบินแล้วระบบขึ้นว่า “Your seat is booked.” ก็คือที่นั่งของเราถูกจองเรียบร้อยแล้ว เป็นคำที่ใช้กันทั่วไปในวงการบริการต่างๆ ครับ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Booked” มาจากกริยา “book” ที่แปลว่า “จอง” หรือ “สำรอง” เมื่อเติม “-ed” เข้าไป จะกลายเป็นรูปอดีตกาล (Past Tense) หรือกริยาช่องที่ 3 (Past Participle) เพื่อบอกว่าการจองนั้นได้เกิดขึ้นแล้ว…

  • "Certificate” แปลว่า

    คำว่า “Certificate” ในภาษาไทยหมายถึง “ใบรับรอง” หรือ “ประกาศนียบัตร” ครับ เป็นเอกสารที่ออกให้เพื่อยืนยันว่าบุคคลหรือองค์กรได้ผ่านการอบรม การทดสอบ ได้รับคุณวุฒิ หรือได้ทำตามเงื่อนไขบางประการที่กำหนดไว้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเจอ Certificate ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเราเรียนจบหลักสูตรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรระยะสั้น หลักสูตรวิชาชีพ หรือหลักสูตรมหาวิทยาลัย เราก็จะได้รับ Certificate เพื่อแสดงว่าเป็นผู้ที่ผ่านการศึกษาตามหลักสูตรนั้นๆ นอกจากนี้ การเข้าร่วมอบรมสัมมนา การได้รับรางวัล หรือการผ่านการทดสอบมาตรฐานต่างๆ ก็มักจะมีการมอบ Certificate ให้เป็นหลักฐานด้วยเช่นกัน บางครั้ง Certificate อาจใช้ในการสมัครงาน เพื่อแสดงถึงทักษะหรือความรู้ที่เรามี ความหมายและการใช้งาน Certificate คือเอกสารที่เป็นทางการ ซึ่งรับรองความถูกต้องของข้อมูลบางอย่าง เช่น การผ่านการฝึกอบรม การได้รับปริญญา การผ่านการสอบ หรือการเป็นสมาชิกขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง โดยทั่วไปแล้ว Certificate จะมีข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อผู้รับ วันที่ออกเอกสาร และหน่วยงานที่ออกให้ ตัวอย่างการใช้งาน Certificate of Completion: ใบรับรองว่าผ่านการอบรมหรือหลักสูตร…

  • "there” แปลว่า

    คำว่า “there” ในภาษาอังกฤษ เป็นคำที่ใช้บ่งบอกถึงสถานที่ หรือตำแหน่งที่อยู่นอกเหนือจากที่ผู้พูดและผู้ฟังอยู่ หรือที่ที่เคยกล่าวถึงมาก่อน โดยทั่วไปแล้ว “there” จะทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์ (adverb) เพื่อบอกว่าสิ่งนั้นอยู่ที่ไหน หรือเป็นคำสรรพนาม (pronoun) เพื่อขึ้นต้นประโยคในโครงสร้าง “there is/are” เพื่อบอกว่ามีสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่หรือไม่ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้ “there” เพื่อชี้ไปยังสิ่งของ หรือบุคคลที่อยู่ห่างออกไป เช่น เมื่อเราชี้ให้เพื่อนดูบางอย่างที่อยู่ไกลออกไป เราอาจจะพูดว่า “Look over there!” (ดูตรงนั้นสิ!) หรือเมื่อเราต้องการบอกว่ามีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นในสถานที่หนึ่งๆ เช่น “There is a party tonight.” (คืนนี้มีงานปาร์ตี้) นอกจากนี้ “there” ยังใช้ในบริบทของการพูดถึงสิ่งที่มีอยู่แล้ว หรือการตอบคำถามเกี่ยวกับสถานที่ เช่น “Is anyone there?” (มีใครอยู่ตรงนั้นไหม?) หรือ “Yes, he is there.” (ใช่ เขาอยู่ที่นั่น) ความหมายและการใช้งาน “There”…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *