"Carry” แปลว่า

คำว่า “Carry” เป็นคำกริยาภาษาอังกฤษที่มีความหมายหลักๆ คือ “แบก” หรือ “หิ้ว” ไปด้วย หมายถึงการนำพาบางสิ่งบางอย่างจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ คน หรือแม้กระทั่งความรับผิดชอบ

ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Carry” ได้ในหลายสถานการณ์ เช่น เวลาเราถือกระเป๋าไปไหนมาไหน เราก็สามารถพูดได้ว่า “I carry my bag” หรือเมื่อเราต้องนำเอกสารสำคัญไปให้ใคร ก็จะบอกว่า “I need to carry these documents to the office” นอกจากนี้ยังอาจหมายถึงการรับผิดชอบในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น “He carries the responsibility for the project” ซึ่งหมายถึงเขาเป็นผู้รับผิดชอบโครงการนั้นๆ

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Carry” สามารถแปลได้หลายความหมายขึ้นอยู่กับบริบท:

  • แบก, หิ้ว, นำพา: ใช้กับการนำสิ่งของติดตัวไป เช่น “Can you carry this box for me?” (คุณช่วยแบกกล่องนี้ให้ฉันหน่อยได้ไหม)
  • บรรทุก: ใช้กับการขนส่ง เช่น “This truck can carry up to 5 tons.” (รถบรรทุกคันนี้สามารถบรรทุกได้ถึง 5 ตัน)
  • ถือ (อาวุธ, สิ่งของ): ใช้กับการพกพา เช่น “He carries a gun.” (เขาพกปืน)
  • รับผิดชอบ: ใช้กับหน้าที่หรือภาระ เช่น “She carries the main burden of the work.” (เธอรับภาระงานส่วนใหญ่ไป)
  • ส่งเสียง, สื่อสาร: เช่น “The sound carried on the wind.” (เสียงนั้นลอยไปตามลม)

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “Please carry this bag to the car.” (กรุณาหิ้วกระเป๋าใบนี้ไปที่รถ)
  • “The news will carry far and wide.” (ข่าวจะแพร่กระจายไปอย่างกว้างขวาง)
  • “He was asked to carry out the mission.” (เขาได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจ)

บริบทและการใช้งานทั่วไป

คำว่า “Carry” เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในภาษาอังกฤษ สามารถพบได้ในสถานการณ์ทั่วไป ตั้งแต่การบอกให้ใครช่วยถือของ ไปจนถึงการพูดถึงความรับผิดชอบที่ใหญ่หลวง หรือแม้กระทั่งการสื่อสารที่กว้างไกล

🔷 FAQ SECTION

“Carry out” หมายถึงอะไร?

“Carry out” เป็นวลีที่แปลว่า “ปฏิบัติ” หรือ “ดำเนินการให้สำเร็จ” เช่น “The team will carry out the plan.” (ทีมจะดำเนินการตามแผน)

“Carry on” ใช้เมื่อไหร่?

“Carry on” แปลว่า “ทำต่อไป” หรือ “ดำเนินต่อไป” มักใช้เพื่อบอกให้ใครบางคนทำสิ่งนั้นต่อไปโดยไม่หยุด เช่น “Please carry on with your work.” (กรุณาทำงานของคุณต่อไป)

Similar Posts

  • "Achieve” แปลว่า

    คำว่า “Achieve” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ หมายถึง การบรรลุ การทำให้สำเร็จ หรือการไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ เป็นการกระทำที่แสดงถึงความพยายามจนประสบความสำเร็จตามที่คาดหวังไว้ ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Achieve” เมื่อพูดถึงการทำสิ่งต่างๆ ให้สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายเล็กๆ น้อยๆ หรือเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ เช่น การสอบให้ผ่าน การทำงานให้สำเร็จตามกำหนดเวลา การพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น หรือแม้แต่การประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน การเลือกใช้คำนี้จะช่วยสื่อถึงความตั้งใจและความพากเพียรที่นำไปสู่ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Achieve” เน้นที่ผลลัพธ์ของการกระทำที่เกิดจากการวางแผนและลงมือทำอย่างตั้งใจ เมื่อเรา “Achieve” อะไรบางอย่าง หมายความว่าเราได้ผ่านอุปสรรคหรือความท้าทายต่างๆ มาแล้ว และได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น หากคุณตั้งใจจะลดน้ำหนัก การที่คุณสามารถลดน้ำหนักได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ก็ถือว่าคุณได้ “Achieve” เป้าหมายนั้นแล้ว หรือในการทำงาน หากคุณสามารถส่งมอบโปรเจกต์ได้ทันเวลาและได้ผลงานที่ดี ก็สามารถกล่าวได้ว่าคุณได้ “Achieve” ความสำเร็จในงานชิ้นนั้น บริบทและการใช้ทั่วไป คำว่า “Achieve” มักถูกใช้ในบริบทของการตั้งเป้าหมาย (goal setting) การพัฒนาตนเอง (personal development) และความสำเร็จในอาชีพ (career…

  • "Integral” แปลว่า

    คำว่า “Integral” ในภาษาไทยสามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่นำไปใช้ โดยทั่วไปแล้ว มักจะหมายถึง “ส่วนสำคัญ”, “ส่วนประกอบที่ขาดไม่ได้”, หรือ “ทั้งหมดที่รวมกัน” ซึ่งบ่งบอกถึงสิ่งที่จำเป็นหรือเป็นองค์รวม ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะใช้คำว่า Integral เพื่ออธิบายถึงส่วนประกอบที่สำคัญของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น “การมีส่วนร่วมของชุมชนเป็น Integral ของความสำเร็จของโครงการนี้” หรือ “การออกกำลังกายเป็น Integral ในการมีสุขภาพที่ดี” เป็นการเน้นย้ำว่าสิ่งนั้นๆ เป็นส่วนที่สำคัญมากจนไม่สามารถแยกออกไปได้ และทำให้สิ่งนั้นสมบูรณ์ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Integral” สื่อถึงความเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญและจำเป็นต่อการทำให้สิ่งอื่นสมบูรณ์ หรือเป็นส่วนสำคัญที่รวมเข้าด้วยกันจนเป็นหนึ่งเดียว ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ตัวอย่างการใช้งาน ในทางธุรกิจ อาจกล่าวได้ว่า “การบริการลูกค้าคือ Integral ของแบรนด์เรา” หมายถึง การบริการลูกค้าเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้แบรนด์มีความโดดเด่นและประสบความสำเร็จ ในด้านวิชาการหรือคณิตศาสตร์ “Integral” หมายถึง ปริพันธ์ ซึ่งเป็นแนวคิดเกี่ยวกับการรวมกลุ่มของจำนวนหรือปริมาณเล็กๆ จำนวนมากเข้าด้วยกัน บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “Integral” มักถูกใช้ในบริบทที่ต้องการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเป็นส่วนหนึ่ง หรือการรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ หรือเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ Integral หมายถึงอะไร?…

  • "Costly” แปลว่า

    คำว่า “Costly” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษ หมายถึง มีราคาสูง มีค่าใช้จ่ายมาก หรือก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Costly” ในบริบทที่เกี่ยวกับการเงิน หรือผลกระทบที่ตามมาจากการตัดสินใจบางอย่าง เช่น การซื้อของที่แพงเกินไป หรือการกระทำบางอย่างที่ส่งผลเสียในระยะยาว ความหมายและการใช้งาน “Costly” สามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบท ดังนี้ มีราคาสูง (Expensive): ใช้กับสิ่งของหรือบริการที่มีราคาแพง มีค่าใช้จ่ายมาก (High-cost): ใช้กับโครงการ กิจกรรม หรือสถานการณ์ที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก ก่อให้เกิดความเสียหาย (Damaging/Harmful): ใช้กับผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ หรือการสูญเสียที่เกิดขึ้น ตัวอย่าง “That new car is very costly.” (รถคันใหม่คันนั้นแพงมาก) “The war has been a costly affair for both sides.” (สงครามเป็นเรื่องที่สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงให้กับทั้งสองฝ่าย) “Ignoring the warning signs…

  • "จือ” แปลว่า

    คำว่า “จือ” เป็นคำนามในภาษาไทย หมายถึง น้ำที่ค้างอยู่ในภาชนะ เช่น น้ำในขัน น้ำในถ้วย หรือน้ำที่ยังเหลืออยู่จากการดื่ม การใช้คำว่า “จือ” มักจะสื่อถึงปริมาณน้ำที่ไม่มากนัก และอาจจะยังไม่ได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นต่อ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเคยได้ยินคนพูดว่า “เหลือจือในแก้วนิดหน่อย” หรือ “เทจือในขันออกไปเสีย” คำว่า “จือ” จึงเป็นคำที่ใช้บรรยายลักษณะของน้ำที่คงค้างอยู่ในภาชนะอย่างเป็นธรรมชาติและเข้าใจง่าย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “จือ” หมายถึง น้ำที่ยังคงเหลืออยู่ในภาชนะต่างๆ เช่น แก้ว จาน ชาม ถ้วย หรือขัน โดยทั่วไปมักจะหมายถึงน้ำปริมาณไม่มากนักที่ยังไม่ได้ถูกเททิ้ง หรือยังไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์อื่นต่อ ตัวอย่างการใช้งาน “ในแก้วยังมีจืออยู่เล็กน้อย” “อย่าลืมเทจือในกระถางต้นไม้ออกนะ” “จือในขันยังไม่หมดเลย” บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “จือ” มักถูกใช้ในบริบทของการพูดคุยทั่วไปในชีวิตประจำวัน เกี่ยวกับน้ำที่อยู่ในภาชนะต่างๆ โดยเฉพาะเมื่อต้องการระบุว่ายังมีน้ำเหลืออยู่บ้าง คำถามที่พบบ่อย “จือ” ใช้กับของเหลวชนิดอื่นได้หรือไม่? โดยทั่วไปคำว่า “จือ” จะใช้กับน้ำเป็นหลัก แต่ในบางบริบทอาจมีการใช้เปรียบเปรยกับของเหลวอื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายน้ำและคงค้างอยู่ในภาชนะได้บ้าง แต่การใช้กับน้ำนั้นเป็นที่นิยมและเข้าใจได้มากที่สุด มีความแตกต่างระหว่าง “จือ”…

  • "Each” แปลว่า

    คำว่า “each” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่อกล่าวถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งแยกกันทีละอย่าง หรือกล่าวถึงสมาชิกแต่ละคนในกลุ่ม โดยมีความหมายหลักๆ คือ “แต่ละ” หรือ “แต่ละคน” นั่นเองค่ะ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “each” ในสถานการณ์ที่ต้องการเน้นย้ำถึงความเป็นส่วนตัวหรือจำนวนที่แยกออกจากกัน เช่น เมื่อพูดถึงของขวัญที่มอบให้เพื่อนแต่ละคน หรือเมื่อพูดถึงคะแนนสอบของนักเรียนแต่ละคน ทำให้ผู้ฟังเข้าใจได้ชัดเจนว่าเรากำลังพูดถึงสิ่งนั้นๆ ทีละหน่วย ไม่ใช่รวมๆ กันค่ะ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “each” ใช้เพื่อชี้เฉพาะเจาะจงไปที่สมาชิกแต่ละคนหรือแต่ละสิ่งในกลุ่ม โดยเน้นย้ำถึงความเป็นเอกเทศของสิ่งนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ หรือสิ่งของก็ตาม ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อคุณครูแจกขนมให้นักเรียนทุกคน คุณครูอาจจะพูดว่า “Each student gets one candy.” (นักเรียนแต่ละคนจะได้ขนมหนึ่งชิ้น) หรือเมื่อคุณต้องการบอกเพื่อนว่าคุณซื้อของขวัญให้ทุกคนในครอบครัว “I bought a gift for each member of my family.” (ฉันซื้อของขวัญให้สมาชิกแต่ละคนในครอบครัวของฉัน) บริบทที่พบบ่อย “Each” มักใช้ในประโยคที่ต้องการแสดงความเป็นส่วนตัว หรือเมื่อกล่าวถึงจำนวนของแต่ละสิ่งทีละอย่าง เพื่อให้เกิดความชัดเจนและไม่สับสน…

  • "Vest” แปลว่า

    คำว่า “Vest” หมายถึง เสื้อกั๊ก หรือเสื้อคลุมที่สวมทับเสื้อเชิ้ตหรือเสื้ออื่นๆ โดยทั่วไปแล้วจะไม่มีแขน และมักจะสวมใส่เพื่อวัตถุประสงค์ด้านแฟชั่น ความอบอุ่น หรือการใช้งานเฉพาะทาง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็น “Vest” ในหลายบริบท เช่น เสื้อกั๊กกันหนาวที่ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกายในวันที่อากาศเย็น หรือเสื้อกั๊กแฟชั่นที่ช่วยเสริมลุคให้ดูมีสไตล์มากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีเสื้อกั๊กที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานเฉพาะ เช่น เสื้อกั๊กสะท้อนแสงสำหรับผู้ที่ทำงานในที่มืด หรือเสื้อกั๊กสำหรับนักปั่นจักรยานที่มักจะมีช่องเก็บของเล็กๆ น้อยๆ ด้วย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Vest” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง เสื้อกั๊ก ซึ่งเป็นเสื้อที่ไม่มีแขน สวมทับเสื้อผ้าชิ้นอื่น สามารถใช้ได้ทั้งในด้านแฟชั่น การให้ความอบอุ่น หรือเพื่อประโยชน์ใช้สอยเฉพาะอย่าง ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น “I bought a new blue vest for the winter.” (ฉันซื้อเสื้อกั๊กสีน้ำเงินตัวใหม่สำหรับฤดูหนาว) หรือ “He wore a stylish vest to the party.”…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *