"Dependent” แปลว่า

คำว่า “Dependent” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ผู้ที่ต้องพึ่งพาผู้อื่น หรือ สิ่งอื่นในการดำรงชีวิต หรือ การทำงาน กล่าวคือ เป็นผู้ที่ไม่สามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเองอย่างสมบูรณ์ แต่ต้องอาศัยความช่วยเหลือ การสนับสนุน หรือ ทรัพยากรจากภายนอก

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเห็นคำว่า “Dependent” ได้ในหลายบริบท เช่น ลูกที่ยังเด็กย่อมเป็น Dependent ของพ่อแม่ที่ต้องคอยดูแลเรื่องค่าใช้จ่าย อาหารการกิน และความเป็นอยู่ หรือในที่ทำงาน บางครั้งเราอาจเรียกพนักงานที่ต้องอาศัยคำแนะนำ หรือ การตัดสินใจจากหัวหน้างานอยู่เสมอว่า เป็น Dependent ของหัวหน้างานได้เช่นกัน การเป็น Dependent ไม่ได้หมายความว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดีเสมอไป แต่อาจเป็นสถานะชั่วคราว หรือ เป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ที่ต้องพึ่งพากันตามธรรมชาติ

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Dependent” สื่อถึงสภาวะของการต้องพึ่งพาผู้อื่นหรือสิ่งอื่น อาจเป็นได้ทั้งในแง่ของการเงิน การดูแล การตัดสินใจ หรือ การสนับสนุนต่างๆ ซึ่งผู้ที่เป็น Dependent จะไม่สามารถดำเนินการทุกอย่างได้ด้วยตนเอง

ตัวอย่างการใช้งาน

ในบริบททางการเงิน “Dependent” อาจหมายถึง บุคคลที่อยู่ในความอุปการะ เช่น บุตร หรือ คู่สมรส ที่ต้องอาศัยรายได้จากผู้ที่ทำงานเป็นหลัก ในทางสังคมวิทยา “Dependent” อาจหมายถึง กลุ่มประชากรที่ต้องพึ่งพิงระบบสวัสดิการ หรือ ความช่วยเหลือจากภาครัฐ

บริบทที่พบบ่อย

คำนี้มักถูกใช้ในเอกสารที่เกี่ยวกับประกันภัย การเงิน การวางแผนครอบครัว หรือ การวิเคราะห์โครงสร้างประชากร เพื่อระบุถึงบุคคลที่ต้องอาศัยผู้อื่นในการดำรงชีวิต หรือ การได้รับผลประโยชน์บางประการ


“Dependent” แตกต่างจาก “Independent” อย่างไร?

“Independent” หมายถึง ผู้ที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ ไม่ต้องอาศัยผู้อื่น ในขณะที่ “Dependent” คือผู้ที่ต้องพึ่งพาผู้อื่น

การเป็น “Dependent” มีผลต่อการเสียภาษีหรือไม่?

ในบางประเทศ การมี “Dependent” อาจส่งผลต่อการคำนวณภาษี โดยผู้ที่มี “Dependent” อาจได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี หรือ การลดหย่อนภาษีบางประการ

Similar Posts

  • "Mat” แปลว่า

    คำว่า “Mat” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “เสื่อ” ซึ่งเป็นวัสดุที่ใช้ปูรองพื้น ส่วนใหญ่ทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ฟางข้าว ผักตบชวา หรือพลาสติก และนิยมใช้ในการนั่ง นอน หรือรองสิ่งของต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะคุ้นเคยกับการใช้ “เสื่อ” ในหลายสถานการณ์ เช่น การปูเสื่อเพื่อนั่งเล่น ปิกนิก หรือรับประทานอาหารนอกบ้าน โดยเฉพาะเวลาไปทะเล หรือไปสวนสาธารณะ นอกจากนี้ เสื่อยังใช้ในการปฏิบัติศาสนกิจบางอย่าง เช่น การปูเสื่อสวดมนต์ หรือใช้ในการฝึกโยคะก็เป็นที่นิยมเช่นกัน ในบางครั้ง คำว่า “Mat” อาจถูกใช้ในบริบทที่กว้างขึ้น หมายถึงแผ่นรอง หรือแผ่นปูชนิดอื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายเสื่อ เช่น พรมเช็ดเท้า (doormat) หรือแผ่นรองเมาส์ (mouse mat) เพื่อป้องกันพื้นผิวหรือรองรับการใช้งาน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Mat” หมายถึง เสื่อ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ปูรองพื้นเพื่อความสะดวกสบาย หรือเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะอย่าง การใช้งานมีความหลากหลาย ตั้งแต่การปูเพื่อรองนั่ง รองนอน ไปจนถึงการใช้เป็นอุปกรณ์ในการออกกำลังกายหรือกิจกรรมอื่นๆ ตัวอย่างการใช้งาน…

  • "sip” แปลว่า

    “SIP” เป็นคำย่อที่มาจากคำว่า “Session Initiation Protocol” ซึ่งเป็นโปรโตคอล (ชุดคำสั่งหรือกฎเกณฑ์) ที่ใช้ในการเริ่มต้น การจัดการ และการสิ้นสุดการสื่อสารแบบเรียลไทม์ผ่านอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสื่อสารด้วยเสียงและวิดีโอ เช่น การโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต (VoIP) หรือการประชุมทางวิดีโอ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะไม่ได้ยินคำว่า “SIP” โดยตรงบ่อยนัก แต่เบื้องหลังเทคโนโลยีที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการโทรศัพท์ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ หรือการประชุมออนไลน์ ระบบเหล่านี้ส่วนใหญ่ทำงานโดยใช้โปรโตคอล SIP ในการเชื่อมต่อและสื่อสารระหว่างผู้ใช้งาน เมื่อคุณกดโทรออก หรือเข้าร่วมการประชุมออนไลน์ โปรโตคอล SIP จะทำหน้าที่เป็นเหมือนบุรุษไปรษณีย์ดิจิทัลที่คอยจัดการเส้นทางการสื่อสารให้ราบรื่น ความหมายและการใช้งาน SIP ย่อมาจาก Session Initiation Protocol เป็นมาตรฐานที่กำหนดวิธีการส่งข้อความเพื่อเริ่มต้นการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์สองเครื่องขึ้นไปผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยจุดประสงค์หลักคือเพื่อสร้าง “เซสชัน” (session) ซึ่งก็คือการเชื่อมต่อเพื่อสื่อสารนั่นเอง เซสชันนี้อาจเป็นการสนทนาด้วยเสียง วิดีโอ หรือการส่งข้อความแบบเรียลไทม์ ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อคุณใช้แอปพลิเคชัน VoIP เช่น Skype, Zoom หรือ Google Meet ในการโทรศัพท์หรือประชุมออนไลน์ โปรโตคอล…

  • "Broken” แปลว่า

    คำว่า “Broken” เป็นภาษาอังกฤษที่ใช้บรรยายสภาพของสิ่งของที่ชำรุดเสียหาย แตกหัก ไม่สมบูรณ์ หรือใช้งานไม่ได้อีกต่อไป สามารถใช้ได้กับทั้งสิ่งของที่เป็นรูปธรรม เช่น ของเล่นที่หัก หรือสิ่งของนามธรรม เช่น ความสัมพันธ์ที่แตกร้าว หรือหัวใจที่บอบช้ำ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Broken” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เมื่อเราทำของตกแล้วแตก เราอาจจะพูดว่า “My phone is broken” (โทรศัพท์ของฉันพัง) หรือเมื่อเราได้ยินข่าวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคนรู้จักที่จบลง เราก็อาจจะใช้คำว่า “Their relationship is broken” (ความสัมพันธ์ของพวกเขาสิ้นสุดลง) หรือแม้กระทั่งเมื่อรู้สึกเสียใจผิดหวังอย่างมาก ก็อาจจะกล่าวได้ว่า “My heart is broken” (ใจของฉันแตกสลาย) ความหมายและการใช้งาน “Broken” หมายถึง สภาพที่ถูกทำให้แตกหัก เสียหาย หรือไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ใช้ได้ทั้งกับวัตถุทางกายภาพและสิ่งที่เป็นนามธรรม ตัวอย่างการใช้งาน สิ่งของ: “The vase is broken.” (แจกันแตก) เครื่องใช้ไฟฟ้า:…

  • "Calculators” แปลว่า

    Calculators” แปลว่า เครื่องคิดเลข เป็นอุปกรณ์หรือโปรแกรมที่ใช้สำหรับการคำนวณทางคณิตศาสตร์ โดยทั่วไปแล้วจะใช้ในการบวก ลบ คูณ หาร และการคำนวณที่ซับซ้อนกว่านั้น เช่น การคำนวณทางสถิติ ตรีโกณมิติ หรือการเงิน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้เครื่องคิดเลขในหลากหลายสถานการณ์ ตั้งแต่การคำนวณเงินทอนเมื่อซื้อของ การคำนวณค่าใช้จ่ายต่างๆ ในครอบครัว หรือแม้แต่การคำนวณทางธุรกิจที่ต้องการความแม่นยำสูง ปัจจุบันเครื่องคิดเลขมีทั้งแบบที่เป็นอุปกรณ์พกพา และแบบที่เป็นโปรแกรมในสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ หรือแท็บเล็ต ทำให้การเข้าถึงและการใช้งานเครื่องคิดเลขสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ความหมายและการใช้งาน Calculators หมายถึง เครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อช่วยในการคำนวณทางคณิตศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นการคำนวณพื้นฐานอย่างการบวก ลบ คูณ หาร หรือการคำนวณที่ซับซ้อนกว่านั้น เครื่องคิดเลขมีประโยชน์อย่างมากในการช่วยประหยัดเวลา ลดข้อผิดพลาดจากการคำนวณด้วยมือ และช่วยให้การทำงานที่เกี่ยวข้องกับตัวเลขเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างการใช้งาน คุณอาจใช้เครื่องคิดเลขเพื่อคำนวณส่วนลดของสินค้าเมื่อไปซื้อของในห้างสรรพสินค้า หรือใช้คำนวณค่าใช้จ่ายรายเดือนของครอบครัว เช่น ค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ หรือค่าสาธารณูปโภคต่างๆ นักเรียนนักศึกษาก็ใช้เครื่องคิดเลขในการทำแบบฝึกหัดวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือเศรษฐศาสตร์ ส่วนนักธุรกิจก็ใช้เครื่องคิดเลขในการวิเคราะห์ทางการเงิน การวางแผนงบประมาณ หรือการคำนวณผลกำไรขาดทุน บริบทและการใช้งานทั่วไป คำว่า “Calculators” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา การทำงาน และชีวิตประจำวัน…

  • "เป่า เป้ย” แปลว่า

    คำว่า “เป่า เป้ย” เป็นคำแสลงในภาษาไทยที่ใช้เรียกอาการ หรือสภาวะที่รู้สึกเบื่อหน่าย หมดอาลัยตายอยาก หรือหมดความสนใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างรุนแรง จนไม่อยากจะทำอะไรอีกต่อไป เป็นความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความเหนื่อยล้าทางจิตใจและความเบื่อหน่ายขั้นสุด ในชีวิตประจำวัน คนไทยมักใช้คำว่า “เป่า เป้ย” เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง หรือรู้สึกว่าไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นหรือน่าสนใจอีกแล้ว เช่น หลังจากทำงานหนักมาทั้งสัปดาห์จนหมดแรง หรือเมื่อเจอกับปัญหาที่แก้ไม่ตกจนรู้สึกท้อแท้ หรือแม้กระทั่งเมื่อรู้สึกเบื่อหน่ายกับกิจวัตรเดิมๆ ที่ทำซ้ำๆ จนหมดความรู้สึกอยากจะทำอะไรต่อไปอีกแล้ว ความหมายและการใช้งาน คำว่า “เป่า เป้ย” สื่อถึงสภาวะทางอารมณ์ที่รู้สึกว่าไม่มีพลัง ไม่มีกำลังใจ ไม่มีแรงบันดาลใจ หรือความรู้สึกอยากที่จะทำสิ่งต่างๆ อีกต่อไป มักใช้ในบริบทที่แสดงถึงความเหนื่อยหน่าย เบื่อหน่าย หรือท้อแท้ในชีวิต ตัวอย่างการใช้งาน “ช่วงนี้งานเยอะมากจนฉันรู้สึกเป่า เป้ย ไปหมดแล้ว ไม่อยากจะทำอะไรอีกเลย” “หลังจากอกหักครั้งนั้น เขาก็เป่า เป้ย ไปพักใหญ่ ไม่ยอมออกไปไหนเลย” “ดูซีรีส์เรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ จนรู้สึกเป่า เป้ย อยากหาอะไรใหม่ๆ ดูบ้าง” บริบท / การใช้งานทั่วไป “เป่า เป้ย”…

  • "ซัง” แปลว่า

    คำว่า “ซัง” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ สองแบบที่ใช้กันทั่วไป แบบแรกคือการหมายถึง “แกนกลาง” หรือ “ส่วนที่แข็งอยู่ตรงกลาง” ของพืชบางชนิด เช่น ซังข้าวโพด ซึ่งเป็นส่วนที่เมล็ดข้าวโพดติดอยู่ หรือซังข้าว ที่หมายถึงส่วนก้านที่เหลือหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว แบบที่สองคือการใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หรือการแสดงความรู้สึกไม่พอใจ ดูถูก หรือไม่ให้ความสำคัญกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “ซัง” ในบริบทของสิ่งของที่เหลือใช้ หรือสิ่งที่ไม่มีค่าแล้ว เช่น เมื่อกินข้าวโพดเสร็จแล้ว ก็จะเหลือ “ซัง” ไว้ หรือเมื่อพูดถึงเรื่องที่ไม่สำคัญหรือไม่น่าสนใจ ก็อาจจะใช้คำว่า “ซัง” ในเชิงเปรียบเปรยได้เช่นกัน นอกจากนี้ ในบางครั้ง คำว่า “ซัง” ก็ถูกใช้เป็นคำสบถ หรือแสดงอารมณ์หงุดหงิด แต่การใช้ในลักษณะนี้ควรใช้อย่างระมัดระวัง เพราะอาจฟังดูไม่สุภาพ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “ซัง” โดยทั่วไปหมายถึงส่วนที่เป็นแกนกลางของพืชบางชนิด เช่น ซังข้าวโพด ซึ่งเป็นส่วนที่แข็งและเป็นที่ยึดเกาะของเมล็ดข้าว นอกจากนี้ยังหมายถึงก้านหรือส่วนที่เหลือของพืชหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว เช่น ซังข้าว ในอีกความหมายหนึ่ง “ซัง” สามารถใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อแสดงความรู้สึกดูถูก ไม่ใส่ใจ หรือมองว่าสิ่งนั้นไม่มีค่า…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *