"Remark” แปลว่า

คำว่า “Remark” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “ข้อสังเกต” หรือ “การกล่าวถึง” ครับ เป็นคำที่ใช้เพื่อแสดงความคิดเห็น สังเกต หรืออธิบายบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้น

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Remark” ในหลายบริบท เช่น เวลาที่เราแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงานของเพื่อนร่วมงาน หรือเวลาที่ครูอาจารย์ให้ “remark” หรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับผลงานนักเรียน หรือแม้แต่ในเอกสารทางธุรกิจที่อาจมี “remarks” หรือข้อความเพิ่มเติมที่ต้องการเน้นย้ำเป็นพิเศษ

ความหมายและการใช้งาน

โดยทั่วไป “Remark” หมายถึง การแสดงความคิดเห็น การให้ข้อสังเกต หรือการกล่าวถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มักใช้ในกรณีที่ต้องการชี้ให้เห็นถึงจุดสำคัญ ข้อดี ข้อเสีย หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ

ตัวอย่างการใช้งาน

1. “Could you please add your remarks on this report?” (คุณช่วยเพิ่มข้อสังเกตของคุณในรายงานนี้ได้ไหม?) – ในบริบทนี้ “remarks” หมายถึง ความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับรายงาน

2. “The teacher made a positive remark about my essay.” (ครูได้ให้ข้อสังเกตเชิงบวกเกี่ยวกับเรียงความของฉัน) – ในที่นี้ “remark” คือคำชมเชยหรือการกล่าวถึงในทางที่ดี

3. “Please note the remarks in the margin.” (โปรดสังเกตข้อความหมายเหตุที่ขอบกระดาษ) – ในกรณีนี้ “remarks” หมายถึง ข้อความอธิบายเพิ่มเติมที่เขียนไว้

บริบทที่พบบ่อย

“Remark” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่เป็นทางการเล็กน้อย เช่น ในการประชุม การเขียนรายงาน การประเมินผลงาน หรือเมื่อต้องการแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพและมีเหตุผล

🔷 FAQ SECTION

“Remark” สามารถใช้เป็นกริยาได้หรือไม่?

ได้ครับ “Remark” สามารถใช้เป็นกริยาได้เช่นกัน หมายถึง “กล่าวถึง” หรือ “สังเกตเห็น” เช่น “He remarked on the beautiful scenery.” (เขาได้กล่าวถึงทิวทัศน์ที่สวยงาม)

มีความหมายอื่นของ “Remark” อีกหรือไม่?

ในบางครั้ง “Remarkable” ซึ่งเป็นคำคุณศัพท์ที่มาจาก “Remark” อาจหมายถึง “น่าทึ่ง” หรือ “โดดเด่น” แต่คำว่า “Remark” เดี่ยวๆ จะเน้นไปที่การแสดงความคิดเห็นหรือข้อสังเกตเป็นหลักครับ

Similar Posts

  • "Bowling” แปลว่า

    คำว่า “Bowling” (โบว์ลิ่ง) หมายถึง กีฬาทั่วไปชนิดหนึ่งที่ผู้เล่นใช้ลูกกลมๆ ที่เรียกว่า “ลูกโบว์ลิ่ง” กลิ้งไปบนพื้นผิวเรียบที่ยาวและแคบ (เรียกว่า “ลู่วางลูกโบว์ลิ่ง”) เพื่อเป้าหมายในการล้ม “พิน” ซึ่งเป็นวัตถุทรงกระบอกที่ตั้งเรียงกันอยู่ปลายสุดของลู่ให้ได้มากที่สุด ยิ่งล้มพินได้มากเท่าไหร่ ก็จะได้คะแนนมากขึ้นตามกติกาของเกม ในชีวิตประจำวัน คนไทยมักจะใช้คำว่า “โบว์ลิ่ง” เพื่อพูดถึงการไปเล่นกีฬาชนิดนี้ที่ “โบว์ลิ่งเซ็นเตอร์” หรือ “โรงโบว์ลิ่ง” เป็นกิจกรรมสันทนาการที่นิยมไปทำกับเพื่อนฝูง ครอบครัว หรือเป็นกิจกรรมในงานเลี้ยงรุ่น งานบริษัท หรือแม้แต่การไปเดท การพูดถึง “ไปตีโบว์ลิ่ง” เป็นที่เข้าใจกันโดยทั่วไปว่าหมายถึงการไปเล่นกีฬานี้เพื่อความสนุกสนานหรือแข่งขันกันเอง ความหมายและการใช้งาน Bowling (โบว์ลิ่ง) คือ กีฬาที่ผู้เล่นกลิ้งลูกบอลลงบนลู่เพื่อล้มพินที่ตั้งอยู่ปลายลู่ โดยมีคะแนนจากการล้มพินเป็นเกณฑ์วัดผล ตัวอย่างการใช้งาน “สุดสัปดาห์นี้ไปตีโบว์ลิ่งกันไหม?” “เขาเป็นนักกีฬาโบว์ลิ่งมืออาชีพเลยนะ” “ร้านอาหารแถวนี้มีโบว์ลิ่งให้เล่นด้วย” บริบทและการใช้งานทั่วไป คำว่า “Bowling” นิยมใช้ในบริบทของกิจกรรมสันทนาการ การแข่งขันกีฬา หรือสถานที่เล่นกีฬาโดยเฉพาะ การไป “เล่นโบว์ลิ่ง” เป็นที่รู้จักแพร่หลายในประเทศไทยในฐานะกิจกรรมที่สนุกสนานและสามารถเล่นได้ทุกเพศทุกวัย Bowling คืออะไร? Bowling คือ กีฬาที่ผู้เล่นใช้ลูกโบว์ลิ่งกลิ้งไปบนลู่เพื่อล้มพินให้ได้มากที่สุด ไปเล่น…

  • "Couching” แปลว่า

    “Couching” คือ การใช้คำพูดที่อ้อมค้อม หลีกเลี่ยงการพูดตรงๆ หรือการแสดงความคิดเห็นที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง หรือทำให้ผู้อื่นรู้สึกไม่สบายใจ เป็นการพูดโดยใช้คำที่นุ่มนวลกว่าปกติ หรือใช้คำเปรียบเปรย เพื่อสื่อความหมายที่แท้จริงออกไป ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Couching” บ่อยครั้งโดยไม่รู้ตัว เช่น เมื่อหัวหน้างานต้องการแจ้งข่าวร้ายเรื่องการปรับลดพนักงาน แต่เลือกที่จะพูดอ้อมๆ ว่า “บริษัทกำลังอยู่ในช่วงปรับโครงสร้างองค์กร และอาจมีบางตำแหน่งที่ต้องพิจารณาใหม่” แทนที่จะบอกตรงๆ ว่า “จะมีการปลดพนักงาน” หรือเมื่อเพื่อนสนิทต้องการขอความช่วยเหลือทางการเงิน แต่เลือกที่จะพูดเกริ่นนำด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น แทนที่จะเอ่ยปากขอตรงๆ ซึ่งทั้งหมดนี้คือตัวอย่างของการใช้ “Couching” เพื่อลดแรงกระแทก หรือรักษาความสัมพันธ์ ความหมายและการใช้งาน “Couching” มาจากคำกริยาภาษาอังกฤษ “to couch” ซึ่งมีความหมายว่า การวาง การซ่อน หรือการห่อหุ้ม การนำมาใช้ในบริบทของการสื่อสาร หมายถึง การใช้ถ้อยคำที่ถูก “ห่อหุ้ม” หรือ “ซ่อน” ความหมายที่แท้จริงไว้ เพื่อให้การสื่อสารนั้นมีความนุ่มนวล อ่อนโยน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรง มักใช้เมื่อต้องการสื่อสารในเรื่องที่ละเอียดอ่อน หรืออาจก่อให้เกิดความไม่พอใจได้ ตัวอย่าง แทนที่จะพูดว่า “คุณทำงานผิดพลาด” อาจจะพูดว่า “มีบางจุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานชิ้นนี้นะครับ/คะ”…

  • "Effort” แปลว่า

    คำว่า “Effort” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ความพยายาม การออกแรง หรือการทุ่มเทลงไปเพื่อให้บรรลุเป้าหมายบางอย่าง เป็นการแสดงให้เห็นถึงการลงแรงกาย แรงใจ หรือสติปัญญาเพื่อทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งสำเร็จลุล่วงไปได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Effort” เพื่ออธิบายถึงการที่เราต้องตั้งใจและลงมือทำอะไรบางอย่างอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยไปจนถึงเรื่องใหญ่ เช่น การอ่านหนังสือสอบ การทำงานให้เสร็จทันเวลา การฝึกฝนทักษะใหม่ๆ หรือแม้แต่การดูแลความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ทุกกิจกรรมที่ต้องใช้ความตั้งใจและลงแรงก็ถือเป็น “Effort” ทั้งสิ้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Effort” สื่อถึงการกระทำที่ต้องใช้พลังงาน ไม่ว่าจะเป็นทางร่างกาย จิตใจ หรือสติปัญญา เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ต้องการ โดยทั่วไปมักใช้ในบริบทที่ต้องการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการลงมือทำ ความมุ่งมั่น และความอดทน ตัวอย่างการใช้งาน “It takes a lot of effort to learn a new language.” (การเรียนภาษาใหม่ต้องใช้ ความพยายาม อย่างมาก) “She put in a great deal…

  • "Complete” แปลว่า

    คำว่า “Complete” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง การทำให้เสร็จสมบูรณ์ ครบถ้วน หรือจบสิ้นลงอย่างสมบูรณ์ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Complete” เพื่อบอกว่าเราได้ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งสำเร็จลุล่วงไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นงานที่ได้รับมอบหมาย การทำแบบฟอร์มให้ครบถ้วน หรือการเดินทางที่สิ้นสุดลงแล้ว เป็นการบ่งบอกว่าไม่มีอะไรขาดตกบกพร่อง หรือไม่มีอะไรต้องทำเพิ่มเติมอีกต่อไป ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Complete” สามารถใช้ได้ในหลากหลายบริบทเพื่อสื่อถึงความสมบูรณ์หรือการทำให้เสร็จสิ้น ตัวอย่างการใช้งาน “Please complete this form before you leave.” (กรุณากรอกแบบฟอร์มนี้ให้เสร็จสมบูรณ์ก่อนที่คุณจะออกไป) “The construction project is almost complete.” (โครงการก่อสร้างใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว) “She has a complete set of encyclopedias.” (เธอมีชุดสารานุกรมที่ครบถ้วนสมบูรณ์) บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Complete” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการความครบถ้วน ไม่ขาดตอน หรือการทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งสำเร็จอย่างแท้จริง เช่น ในการทำงาน การเรียน หรือการทำกิจกรรมต่างๆ 🔷…

  • "Mentoring” แปลว่า

    คำว่า “Mentoring” (เมน-เทอ-ริ่ง) ในภาษาไทยมีความหมายโดยตรงว่า “การให้คำปรึกษาแนะนำ” หรือ “การเป็นพี่เลี้ยง” โดยเป็นการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ ทักษะ หรือแนวทางปฏิบัติจากผู้ที่มีประสบการณ์มากกว่า (Mentor) ให้กับผู้ที่มีประสบการณ์น้อยกว่า (Mentee) เพื่อช่วยในการพัฒนาตนเอง การเติบโตในสายอาชีพ หรือการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นการ Mentoring เกิดขึ้นได้ในหลายรูปแบบ ตั้งแต่ในครอบครัวที่พ่อแม่คอยให้คำแนะนำลูกๆ การทำงานที่หัวหน้างานหรือรุ่นพี่คอยสอนงานและให้คำปรึกษาแก่พนักงานใหม่ หรือแม้แต่ในแวดวงการศึกษาที่อาจารย์คอยให้คำแนะนำแก่นักศึกษา การ Mentoring ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในบริบทที่เป็นทางการเท่านั้น แต่ยังสามารถเกิดขึ้นอย่างไม่เป็นทางการระหว่างเพื่อน หรือคนรู้จักที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง การมี Mentor ที่ดีสามารถช่วยให้เราก้าวข้ามอุปสรรค เรียนรู้ได้เร็วขึ้น และมองเห็นโอกาสใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความหมายและการใช้งาน Mentoring คือ กระบวนการที่บุคคลที่มีความรู้ ประสบการณ์ หรือทักษะที่สูงกว่า (Mentor) ทำหน้าที่เป็นผู้ให้คำปรึกษา แนะนำ และสนับสนุนบุคคลที่มีประสบการณ์น้อยกว่า (Mentee) เพื่อช่วยในการพัฒนาศักยภาพ การเรียนรู้ และการเติบโตในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการทำงาน การศึกษา หรือการพัฒนาตนเอง ตัวอย่างการใช้งาน “ฉันโชคดีมากที่มี Mentor…

  • "Resource” แปลว่า

    คำว่า “Resource” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ทรัพยากร” ซึ่งหมายถึง สิ่งที่มีอยู่หรือสิ่งที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์เพื่อตอบสนองความต้องการหรือบรรลุเป้าหมายต่างๆ ได้ อาจเป็นได้ทั้งสิ่งที่จับต้องได้ เช่น วัตถุดิบ เงินทุน หรือสิ่งที่จับต้องไม่ได้ เช่น ความรู้ ทักษะ เวลา หรือข้อมูล ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Resource” หรือ “ทรัพยากร” ในหลากหลายบริบท เช่น เมื่อพูดถึงการบริหารจัดการเวลา เราอาจกล่าวว่า “เวลาเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุด” หรือเมื่อพูดถึงการทำงาน เราอาจนึกถึง “ทรัพยากรบุคคล” ซึ่งหมายถึงพนักงานหรือบุคลากรที่มีความสามารถ หรือเมื่อพูดถึงการผลิตสินค้า เราก็จะนึกถึง “ทรัพยากรธรรมชาติ” ที่เป็นวัตถุดิบในการผลิต ความหมายและการใช้งาน Resource (รีซอร์ส) แปลว่า ทรัพยากร หมายถึง สิ่งต่างๆ ที่มีอยู่และสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ เงินทอง ความรู้ ความสามารถ หรือแม้กระทั่งเวลา การใช้งานคำนี้ขึ้นอยู่กับบริบทที่กล่าวถึง เช่น ในการบริหารธุรกิจ Resource อาจหมายถึง ทรัพยากรทางการเงิน ทรัพยากรบุคคล…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *