"Defective” แปลว่า

คำว่า “Defective” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่ออธิบายถึงสิ่งของหรือระบบที่มีข้อบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ หรือทำงานผิดปกติไปจากที่ควรจะเป็น ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ หรืออาจก่อให้เกิดปัญหาได้

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Defective” เมื่อพูดถึงสินค้าที่ซื้อมาแล้วพบว่ามีปัญหา หรือเมื่อมีกระบวนการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้สินค้าที่ออกมามีตำหนิ เราอาจจะเจอกับคำนี้ได้ตั้งแต่การซื้อของใช้ทั่วไป ไปจนถึงการพูดถึงส่วนประกอบในเครื่องจักร หรือแม้แต่ระบบคอมพิวเตอร์ที่มีข้อผิดพลาด

ความหมายและการใช้งาน

โดยทั่วไป “Defective” หมายถึง มีข้อบกพร่อง มีตำหนิ หรือทำงานไม่ถูกต้อง ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้กับหลายสถานการณ์ เช่น สินค้าที่ผลิตมามีตำหนิ, อะไหล่ที่ชำรุด, หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีบั๊ก (bug) ทำให้การทำงานผิดเพี้ยนไป

ตัวอย่างการใช้งาน

หากคุณซื้อโทรศัพท์มือถือมาแล้วพบว่าหน้าจอสัมผัสไม่ตอบสนอง คุณอาจจะบอกว่า “โทรศัพท์เครื่องนี้มีปัญหา (defective) หน้าจอสัมผัสใช้งานไม่ได้” หรือหากโรงงานผลิตรถยนต์พบว่าระบบเบรกของรถบางรุ่นมีปัญหา ก็อาจจะประกาศเรียกคืนรถรุ่นนั้นเพื่อแก้ไข โดยระบุว่า “รถยนต์รุ่นนี้มีส่วนประกอบของระบบเบรกที่ defective” ในทางซอฟต์แวร์ หากโปรแกรมทำงานผิดพลาด ก็อาจจะกล่าวได้ว่า “มีข้อผิดพลาด (defective) ในโค้ดส่วนนี้ ทำให้โปรแกรมค้าง”

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Defective” มักถูกใช้ในบริบทของการผลิต การควบคุมคุณภาพ การรับประกันสินค้า หรือการรายงานปัญหาทางเทคนิค เพื่อบ่งชี้ถึงสาเหตุของความไม่สมบูรณ์หรือความผิดปกติที่เกิดขึ้น

“Defective” หมายถึงอะไร?

“Defective” หมายถึง มีข้อบกพร่อง, ชำรุด, หรือทำงานผิดปกติไปจากเดิม

เราจะเจอคำว่า “Defective” ได้ที่ไหนบ้าง?

เรามักจะเจอคำนี้ได้ในคู่มือสินค้า, ใบรับประกัน, เอกสารทางเทคนิค, หรือเมื่อมีการแจ้งปัญหาเกี่ยวกับสินค้าหรือระบบต่างๆ

ถ้าสินค้า “Defective” เราควรทำอย่างไร?

หากสินค้าที่คุณซื้อมามีลักษณะ “Defective” คุณควรติดต่อผู้ขายหรือศูนย์บริการเพื่อขอเปลี่ยน, คืน, หรือซ่อมแซมตามเงื่อนไขการรับประกัน

Similar Posts

  • "Adjustment” แปลว่า

    คำว่า “Adjustment” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “การปรับปรุง”, “การปรับเปลี่ยน”, หรือ “การปรับให้เข้าที่” โดยทั่วไปแล้ว หมายถึง การกระทำหรือกระบวนการที่ทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ สภาพแวดล้อม หรือความต้องการที่เปลี่ยนไป ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Adjustment” หรือความหมายของการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเราซื้อเสื้อผ้ามาแล้วรู้สึกว่าหลวมหรือคับไป เราก็จะทำการ “adjustment” คือการนำไปแก้ให้พอดีตัว หรือเมื่อเราย้ายไปอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ เราก็ต้องมีการ “adjustment” ตัวเองให้เข้ากับผู้คนและวัฒนธรรมใหม่นั้นๆ นอกจากนี้ ในเชิงเทคนิคหรือการทำงาน ก็มีการ “adjustment” ค่าต่างๆ เพื่อให้ระบบทำงานได้มีประสิทธิภาพสูงสุด หรือเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาตรงตามที่ต้องการ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Adjustment” สื่อถึงการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เกิดความเหมาะสม หรือเพื่อให้สิ่งต่างๆ เข้าที่เข้าทางมากขึ้น อาจเป็นการปรับเล็กๆ น้อยๆ หรือการปรับใหญ่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับบริบท ตัวอย่างเช่น การปรับตารางเวลา, การปรับงบประมาณ, หรือการปรับท่าทางเพื่อความสบาย ตัวอย่างการใช้งาน 1. การเงิน: “We need to make some adjustments…

  • "Scale” แปลว่า

    คำว่า “Scale” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ เกี่ยวกับการวัดขนาด การขยาย หรือการปรับระดับ โดยทั่วไปแล้ว เมื่อเราพูดถึง “Scale” เรากำลังอ้างถึงมาตราส่วน หรือระดับที่ใช้ในการเปรียบเทียบหรือวัดสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Scale” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น การพูดถึงการเติบโตของธุรกิจที่ “scale up” หรือการขยายขนาดธุรกิจให้ใหญ่ขึ้น หรือแม้แต่ในการชั่งน้ำหนักที่เรียกว่า “scale” ก็คือเครื่องชั่งน้ำหนัก หรือเมื่อพูดถึงแผนที่ ก็จะมีการใช้ “scale” เพื่อบอกว่าระยะทางบนแผนที่เทียบเท่ากับระยะทางจริงเท่าใด ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Scale” สามารถแปลได้หลายความหมายขึ้นอยู่กับบริบท แต่ความหมายหลักๆ ที่ใช้กันบ่อยคือ: มาตราส่วน: ใช้ในการวัดขนาดหรือแสดงความสัมพันธ์ระหว่างขนาดในแบบจำลองกับขนาดจริง เช่น มาตราส่วนบนแผนที่ หรือมาตราส่วนในแบบก่อสร้าง การขยายขนาด: หมายถึงการเพิ่มขนาดหรือปริมาณให้ใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะในบริบทของธุรกิจ การผลิต หรือการดำเนินงาน (scale up) ระดับ: ใช้ในการแบ่งระดับหรือลำดับขั้นของสิ่งต่างๆ เช่น ระดับความยากง่าย หรือระดับความสำคัญ เครื่องชั่ง: หมายถึงอุปกรณ์ที่ใช้ในการวัดน้ำหนัก (scale) ตัวอย่างการใช้งาน…

  • "Decorate” แปลว่า

    คำว่า “Decorate” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ หมายถึง การตกแต่ง การประดับประดา หรือการทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งดูสวยงาม น่ามองยิ่งขึ้น โดยการเพิ่มสิ่งของ หรือปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกให้ดูดี มีสไตล์ หรือเข้ากับเทศกาล โอกาสต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Decorate” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น การตกแต่งบ้านให้สวยงามน่าอยู่ การประดับประดาห้องเพื่อเฉลิมฉลองวันเกิด หรือการตกแต่งสถานที่สำหรับงานแต่งงาน หรือแม้กระทั่งการตกแต่งต้นคริสต์มาสในช่วงเทศกาลปีใหม่ การตกแต่งเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อให้เกิดความสวยงาม สร้างบรรยากาศที่น่าประทับใจ หรือสื่อถึงความรู้สึกบางอย่าง ความหมายและการใช้งาน Decorate หมายถึง การทำให้สวยงามขึ้นด้วยการเพิ่มสิ่งต่างๆ เข้าไป เช่น การติดรูปภาพบนผนัง การวางแจกันดอกไม้บนโต๊ะ หรือการประดับไฟระยิบระยับ การกระทำนี้มุ่งเน้นไปที่การเพิ่มคุณค่าทางสุนทรียะให้กับพื้นที่หรือวัตถุนั้นๆ ตัวอย่างการใช้งาน เรามักจะได้ยินคำว่า “Decorate” ในประโยคเช่น “Let’s decorate the Christmas tree.” (เรามาตกแต่งต้นคริสต์มาสกันเถอะ) หรือ “She likes to decorate her room with flowers.” (เธอชอบตกแต่งห้องของเธอด้วยดอกไม้)…

  • "Extreme” แปลว่า

    คำว่า “Extreme” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้บรรยายถึงสิ่งที่อยู่สุดขั้ว หรือมีความเข้มข้นสูงมากค่ะ สามารถแปลเป็นภาษาไทยได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ เช่น สุดขีด, รุนแรง, อย่างยิ่ง, ขั้นสูงสุด, หรือหักโหม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Extreme” บ่อยๆ ในสถานการณ์ที่ต้องการเน้นย้ำถึงระดับที่สูงเกินปกติ หรือมีความท้าทายมากๆ เช่น กีฬา Extreme ที่หมายถึงกีฬาผาดโผนที่มีความเสี่ยงสูง หรือการพูดถึงสภาพอากาศ Extreme ที่หมายถึงสภาพอากาศที่รุนแรงผิดปกติ เช่น ร้อนจัด หนาวจัด หรือพายุที่รุนแรงมากๆ ค่ะ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Extreme” ใช้เพื่ออธิบายถึงสิ่งที่มีลักษณะ: สุดขั้ว: อยู่ในระดับที่สูงที่สุดหรือต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ รุนแรง: มีความเข้มข้น หรือผลกระทบที่มาก หักโหม: ทำกิจกรรมอย่างหนักหน่วง หรือเกินกว่าปกติ ตัวอย่างการใช้งาน Extreme Sports (กีฬา Extreme): เช่น การกระโดดร่ม (skydiving), การเล่นสโนว์บอร์ดบนภูเขาหิมะสูงชัน (big mountain snowboarding), หรือการปีนหน้าผา…

  • "Vibe” แปลว่า

    คำว่า “Vibe” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่ปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างมากในภาษาไทย โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ หมายถึง บรรยากาศ ความรู้สึก หรืออารมณ์โดยรวมที่สัมผัสได้จากบุคคล สถานที่ หรือสถานการณ์นั้นๆ เป็นความรู้สึกที่รับรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณ ไม่ได้มาจากคำพูดหรือการกระทำที่ชัดเจน แต่เป็นสิ่งที่มองไม่เห็นแต่รู้สึกได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคนพูดถึง “Vibe” ในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อไปเที่ยวสถานที่ใหม่ๆ แล้วรู้สึกว่าบรรยากาศดี มีความสุข ก็อาจจะบอกว่า “ที่นี่ Vibe ดีจัง” หรือเมื่อเจอคนที่มีบุคลิกน่าสนใจ พูดคุยแล้วรู้สึกสบายใจ ก็อาจจะบอกว่า “คนนี้ Vibe ดี” หรือในทางกลับกัน ถ้าไปเจอสถานที่ที่รู้สึกอึดอัด ไม่สบายใจ ก็อาจจะบอกว่า “ที่นี่ Vibe ไม่ค่อยดีเลย” นอกจากนี้ยังใช้กับการพูดถึงอารมณ์โดยรวมของเพลง หนัง หรือแม้แต่กลุ่มเพื่อนก็ได้เช่นกัน ความหมายและการใช้งาน “Vibe” หมายถึง พลังงาน ความรู้สึก หรือบรรยากาศที่ส่งออกมาจากสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นเชิงบวก (ดี) หรือเชิงลบ (ไม่ดี) ก็ได้ คนมักใช้คำนี้เพื่ออธิบายความรู้สึกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นสัญชาตญาณต่อสิ่งรอบตัว ตัวอย่างการใช้งาน “ร้านกาแฟนี้…

  • "Session” แปลว่า

    คำว่า “Session” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ ว่า “ช่วงเวลา” หรือ “ช่วง” ที่กำหนดขึ้นเพื่อทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งให้สำเร็จลุล่วงไป โดยทั่วไปมักใช้กับการดำเนินงานที่ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่ง หรือใช้ในการกำหนดขอบเขตของการปฏิสัมพันธ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Session” บ่อยครั้งในบริบทที่หลากหลาย เช่น ในการใช้งานเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันต่างๆ เมื่อเราล็อกอินเข้าสู่ระบบ ระบบจะสร้าง “Session” ขึ้นมาเพื่อให้เราสามารถใช้งานบริการต่างๆ ได้โดยไม่ต้องล็อกอินใหม่ทุกครั้ง หรือเมื่อเราเข้าร่วมคลาสเรียนออนไลน์ก็จะมี “Session” การเรียนในช่วงเวลาที่กำหนดไว้ หรือแม้แต่ในการประชุมสัมมนา ก็จะมีการแบ่ง “Session” การนำเสนอหรือการอบรมเป็นช่วงๆ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถเลือกเข้าร่วมได้ตามความสนใจ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Session” หมายถึง ช่วงเวลาที่ต่อเนื่องกันซึ่งใช้สำหรับกิจกรรมเฉพาะอย่าง หรือใช้ในการเชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้กับระบบ โดยทั่วไปจะมีความหมายถึงช่วงเวลาที่ถูกกำหนดไว้เพื่อการทำงาน การสื่อสาร หรือการใช้งานบริการต่างๆ ตัวอย่างการใช้งาน Session การเรียน: คลาสเรียนภาษาอังกฤษจะมี 2 sessions ต่อสัปดาห์ Session การทำงาน: เราจะมีการประชุม session สั้นๆ ทุกเช้า Web Session: ระบบจะยกเลิก session…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *