"Conceive” แปลว่า

คำว่า “conceive” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ การตั้งครรภ์ หรือ การให้กำเนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงการมีลูก นอกจากนี้ยังหมายถึง การคิด การสร้าง หรือการก่อให้เกิดความคิดขึ้นมาในใจได้อีกด้วย

ในชีวิตประจำวัน คำว่า “conceive” มักจะถูกใช้เมื่อพูดถึงการวางแผนหรือความคาดหวังที่จะมีบุตร เช่น คู่รักที่กำลังพยายามจะมีลูก หรือเมื่อพูดถึงการตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หรือจากการแพทย์ นอกจากนี้ ในบริบทที่กว้างขึ้น เราอาจได้ยินคำนี้ใช้กับการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ การสร้างสรรค์ไอเดีย หรือการทำความเข้าใจในแนวคิดที่ซับซ้อน

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “conceive” มีความหมายหลักๆ ดังนี้:

  • การตั้งครรภ์/การให้กำเนิด: เป็นการบ่งบอกถึงกระบวนการที่ไข่ได้รับการปฏิสนธิและพัฒนาไปเป็นทารกในครรภ์
  • การคิด/การสร้างสรรค์: เป็นการหมายถึงการมีแนวคิด การวางแผน หรือการก่อให้เกิดความคิดขึ้นมาในจิตใจ

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “They are hoping to conceive their first child next year.” (พวกเขากำลังหวังว่าจะตั้งครรภ์ลูกคนแรกในปีหน้า)
  • “It’s difficult to conceive of a world without the internet.” (มันยากที่จะนึกภาพ/คิดถึงโลกที่ไม่มีอินเทอร์เน็ต)
  • “The scientist was able to conceive a new theory to explain the phenomenon.” (นักวิทยาศาสตร์สามารถคิดค้นทฤษฎีใหม่เพื่ออธิบายปรากฏการณ์นี้ได้)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “conceive” มักถูกใช้ในบริบทเกี่ยวกับการแพทย์ การวางแผนครอบครัว และในเชิงนามธรรมเกี่ยวกับการคิดค้นหรือการทำความเข้าใจ

คำถามที่พบบ่อย

“conceive” ใช้กับการตั้งครรภ์เท่านั้นหรือไม่?

ไม่ คำว่า “conceive” สามารถใช้ได้ทั้งกับการตั้งครรภ์และการคิดหรือสร้างสรรค์แนวคิดต่างๆ

การใช้ “conceive” ในประโยคควรเป็นอย่างไร?

คุณสามารถใช้ “conceive” เพื่อบอกว่าใครบางคนกำลังพยายามตั้งครรภ์ หรือใช้เพื่ออธิบายการคิดค้นไอเดียใหม่ๆ หรือการทำความเข้าใจสิ่งต่างๆ

Similar Posts

  • "Intimacy” แปลว่า

    คำว่า “Intimacy” (อิน-ทิ-มะ-ซี) ในภาษาไทยมีความหมายถึง “ความใกล้ชิดสนิทสนม” หรือ “ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง” เป็นการบ่งบอกถึงระดับความผูกพันทางอารมณ์ ความไว้วางใจ และความสบายใจระหว่างบุคคลสองคนขึ้นไป ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า Intimacy เพื่ออธิบายถึงความสัมพันธ์ที่มากกว่าแค่คนรู้จักทั่วไป เช่น ความสัมพันธ์ในครอบครัว เพื่อนสนิท หรือคู่รัก ที่มีการแบ่งปันเรื่องราวส่วนตัว ความรู้สึก และสนับสนุนซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดความรู้สึกผูกพันที่แน่นแฟ้น ความหมายและการใช้งาน Intimacy ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความสัมพันธ์ทางกายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความใกล้ชิดทางอารมณ์และสติปัญญาด้วย การมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด (Intimacy) หมายถึงการที่บุคคลสามารถเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงต่ออีกฝ่ายได้อย่างสบายใจ รู้สึกปลอดภัย และได้รับการยอมรับ ตัวอย่างการใช้งาน เราอาจพูดว่า “ความสัมพันธ์ของพวกเขามี Intimacy ที่สูงมาก” หมายถึง ทั้งสองคนมีความผูกพันที่ลึกซึ้ง เข้าใจกันและกันเป็นอย่างดี หรือในบริบทของเพื่อน อาจกล่าวว่า “ฉันรู้สึกโชคดีที่มีเพื่อนที่มี Intimacy กับฉันแบบนี้” แสดงถึงความสัมพันธ์ที่ไว้วางใจและสนิทสนม บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า Intimacy มักถูกใช้ในบริบทของความสัมพันธ์ที่ต้องการความเข้าใจ ความไว้วางใจ และการสนับสนุนทางอารมณ์ เช่น ความสัมพันธ์แบบคู่รัก ครอบครัว หรือมิตรภาพที่แน่นแฟ้น…

  • "Committed” แปลว่า

    คำว่า “Committed” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “มุ่งมั่น” หรือ “ยึดมั่น” ในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เป็นการแสดงออกถึงความตั้งใจแน่วแน่ที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จ หรือมีความผูกพันอย่างแรงกล้าต่อบุคคล องค์กร หรืออุดมการณ์ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Committed” ในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อพูดถึงความสัมพันธ์ที่จริงจัง เราอาจจะบอกว่า “He is committed to her” ซึ่งหมายถึง เขาจริงจังกับความสัมพันธ์นี้และพร้อมที่จะพัฒนาต่อไป หรือในเรื่องงาน เราอาจจะได้ยินว่า “She is committed to her project” หมายถึง เธอทุ่มเทและตั้งใจทำงานชิ้นนี้อย่างเต็มที่ หรืออาจใช้ในเชิงการให้คำมั่นสัญญา เช่น “We are committed to providing the best service” ที่แปลว่า เราให้คำมั่นสัญญาว่าจะมอบบริการที่ดีที่สุด ความหมายและการใช้งาน “Committed” หมายถึง การแสดงความตั้งใจแน่วแน่ การให้คำมั่นสัญญา หรือการมีความผูกพันอย่างลึกซึ้งต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มักใช้เพื่อบ่งบอกถึงความจริงจัง…

  • "Thread” แปลว่า

    คำว่า “Thread” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “กระทู้” หรือ “การสนทนาต่อเนื่อง” ที่เกิดขึ้นในแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ เช่น โซเชียลมีเดีย หรือเว็บบอร์ด โดยปกติแล้ว Thread จะเริ่มต้นจากการโพสต์ข้อความหรือคำถามหนึ่งครั้ง จากนั้นผู้ใช้งานคนอื่นๆ ก็จะเข้ามาตอบกลับ หรือแสดงความคิดเห็นต่อจากโพสต์นั้น ทำให้เกิดเป็นสายใยของการสนทนาที่เชื่อมโยงกันเป็นลำดับ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเห็นการใช้งานคำว่า “Thread” อยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง Twitter (ปัจจุบันคือ X) ที่ผู้คนมักจะโพสต์ข้อความต่อเนื่องกันหลายๆ ทวีตเพื่อเล่าเรื่องราว หรืออธิบายประเด็นที่ยาวขึ้น หรือบน Facebook เวลาที่มีคนโพสต์อะไรบางอย่าง แล้วมีคนมาแสดงความคิดเห็นต่อๆ กันไปหลายชั้น การสนทนาที่ยาวเหยียดเป็นหางว่าวนี้เอง เราก็เรียกว่าเป็น “Thread” หนึ่งอัน ความหมายและการใช้งาน “Thread” หมายถึง ชุดของข้อความหรือการโพสต์ที่เกี่ยวข้องกัน ซึ่งมักจะเกิดขึ้นจากการตอบกลับต่อข้อความต้นฉบับ ทำให้เกิดเป็นกลุ่มของการสนทนาที่เชื่อมโยงกันเป็นลำดับขั้น สามารถใช้ได้ทั้งกับการสนทนาในเว็บบอร์ด, กลุ่มแชท, หรือบนโซเชียลมีเดียต่างๆ ตัวอย่างการใช้งาน บน Twitter (X): “ฉันเพิ่งอ่าน Thread เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทยที่น่าสนใจมากเลย” หรือ…

  • "Artificially” แปลว่า

    คำว่า “Artificially” เป็นคำวิเศษณ์ในภาษาอังกฤษ มาจากคำคุณศัพท์ “artificial” ซึ่งหมายถึง สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์ ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือในภาษาไทยเราอาจจะเรียกว่า “อย่างประดิษฐ์” หรือ “อย่างสังเคราะห์” ค่ะ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำนี้บ่อยๆ เมื่อพูดถึงสิ่งต่างๆ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น รสชาติที่ปรุงแต่งขึ้นมาในอาหาร หรือแม้กระทั่งปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ที่เราคุ้นเคยกันดีค่ะ มันเป็นการบ่งบอกว่าสิ่งนั้นๆ มีการปรุงแต่ง หรือถูกสร้างขึ้นมา ไม่ได้เป็นของแท้ดั้งเดิมตามธรรมชาติ ความหมายและการใช้งาน “Artificially” ใช้เพื่ออธิบายวิธีการหรือลักษณะที่บางสิ่งบางอย่างถูกสร้างขึ้นหรือถูกทำให้เกิดขึ้นโดยฝีมือมนุษย์ หรือโดยกระบวนการที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ตัวอย่างการใช้งาน อาหารบางชนิดอาจมีรสชาติที่ถูกปรุงแต่งขึ้นมา artificially เพื่อให้มีรสชาติที่น่ารับประทานมากขึ้น นักวิทยาศาสตร์สามารถสร้างสารบางอย่างขึ้นมา artificially เพื่อใช้ในทางการแพทย์ น้ำหอมบางชนิดมีกลิ่นที่ได้มาจากสารสังเคราะห์ artificially บริบทที่พบบ่อย คำนี้มักใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อาหาร เครื่องสำอาง และสิ่งแวดล้อม เพื่อแยกแยะระหว่างสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติกับสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น คำถามที่พบบ่อย “Artificially” ต่างจาก “Naturally” อย่างไร? “Artificially” หมายถึงสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์หรือกระบวนการสังเคราะห์ ส่วน…

  • "Taken” แปลว่า

    คำว่า “Taken” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายหลักๆ ที่สื่อถึง “ถูกเอาไป”, “ถูกจับจอง”, หรือ “ถูกครอบครอง” เป็นคำกริยาช่องที่ 3 ของคำว่า “take” ซึ่งแปลว่า “เอา” หรือ “นำไป” ดังนั้น เมื่อใช้คำว่า “taken” จะหมายถึงสถานะที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ถูกกระทำการ “เอาไป” แล้ว ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นคำว่า “Taken” ในหลายบริบท เช่น เมื่อมีคนถามว่า “Are you taken?” หมายถึงถามว่า “คุณมีเจ้าของแล้วหรือยัง?” หรือ “คุณมีแฟนแล้วหรือยัง?” ในทำนองเดียวกัน หากเห็นป้าย “Reserved” หรือ “Taken” ติดอยู่ที่โต๊ะในร้านอาหาร ก็หมายถึงโต๊ะนั้นถูกจองไว้แล้ว หรือมีคนนั่งอยู่แล้วนั่นเอง นอกจากนี้ ในบริบทของภาพยนตร์หรือเรื่องราวต่างๆ คำว่า “taken” อาจหมายถึงการถูกลักพาตัว หรือถูกจับไป ความหมายและการใช้งาน “Taken” เป็นรูปอดีตกาล (Past Participle)…

  • "Musician” แปลว่า

    คำว่า “Musician” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “นักดนตรี” ครับ หมายถึงบุคคลที่มีความสามารถและความเชี่ยวชาญในการเล่นดนตรีประเภทใดประเภทหนึ่ง หรือหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลง การเล่นเครื่องดนตรี หรือการประพันธ์เพลง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Musician” เพื่ออ้างถึงคนที่ทำงานเกี่ยวกับดนตรี ไม่ว่าจะเป็นนักดนตรีอาชีพที่เล่นในวงดนตรี แสดงคอนเสิร์ต หรือนักดนตรีสมัครเล่นที่เล่นเพื่อความเพลิดเพลิน หรือแม้แต่คนที่แต่งเพลงและเรียบเรียงดนตรี คนรอบข้างมักจะเรียกคนที่เล่นดนตรีเก่งๆ ว่าเป็น Musician หรือนักดนตรีที่น่าทึ่ง ความหมายและการใช้งาน Musician คือ ผู้ที่ประกอบอาชีพหรือมีความชำนาญในด้านดนตรี สามารถสื่อสารอารมณ์และความรู้สึกผ่านเสียงเพลงได้ ตัวอย่าง เขาเป็น Musician ที่เล่นกีตาร์ได้ยอดเยี่ยม วงดนตรีนี้มี Musician ที่มากความสามารถหลายคน ฉันฝันอยากเป็น Musician ระดับโลก บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า Musician มักใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับวงการดนตรี การแสดงสด การเรียนการสอนดนตรี หรือเมื่อพูดถึงบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในวงการเพลง Musician กับ นักดนตรี ต่างกันอย่างไร? โดยพื้นฐานแล้ว “Musician” และ “นักดนตรี” มีความหมายเหมือนกัน คือ ผู้ที่มีความสามารถทางด้านดนตรี…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *