"Fatter” แปลว่า

คำว่า “Fatter” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษที่มาจากคำว่า “fat” ซึ่งหมายถึง “อ้วน” เมื่อเติม “-er” เข้าไป จะกลายเป็นรูปขั้นกว่า (comparative degree) ใช้เพื่อเปรียบเทียบว่าสิ่งหนึ่ง “อ้วนกว่า” อีกสิ่งหนึ่ง

ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินหรือใช้คำว่า “fatter” เมื่อพูดถึงรูปร่างของคน สัตว์ หรือแม้กระทั่งสิ่งของที่ดูอ้วนกลมกว่าเดิม หรือมีขนาดใหญ่กว่าที่เคยเป็น เช่น ถ้าเพื่อนคนหนึ่งเคยผอม แต่ตอนนี้ดูมีน้ำมีนวลขึ้น เราก็อาจจะบอกว่าเขา “fatter” ลง หรือถ้าเราเปรียบเทียบขนาดของผลไม้สองลูกที่เหมือนกัน แต่ลูกหนึ่งดูใหญ่กว่า เราก็อาจจะบอกว่าลูกนั้น “fatter” กว่า

ความหมายและการใช้งาน

“Fatter” แปลตรงตัวว่า “อ้วนกว่า” ใช้เพื่อเปรียบเทียบว่าสิ่งใดมีลักษณะความอ้วนมากกว่าอีกสิ่งหนึ่ง

ตัวอย่าง

1. “This cat is much fatter than the one next door.” (แมวตัวนี้อ้วนกว่าแมวข้างบ้านมาก)

2. “After the holidays, I feel a little fatter.” (หลังวันหยุด ฉันรู้สึกอ้วนขึ้นนิดหน่อย)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “fatter” มักใช้ในการเปรียบเทียบรูปร่าง ขนาด หรือปริมาณที่เพิ่มขึ้นจนดูอ้วนหรือใหญ่กว่าเดิม

คำถามที่พบบ่อย

“Fatter” ใช้กับสิ่งของได้หรือไม่?

ได้ครับ “Fatter” สามารถใช้กับสิ่งของได้เช่นกัน หากสิ่งของนั้นมีขนาดใหญ่ขึ้นหรือดูอ้วนกลมกว่าเดิม เช่น “This sausage looks fatter than the last one.” (ไส้กรอกอันนี้ดูอ้วนกว่าอันที่แล้ว)

มีคำอื่นที่แปลว่า “อ้วนกว่า” ในภาษาไทยหรือไม่?

มีหลายคำที่ใช้ได้ ขึ้นอยู่กับบริบท เช่น “ท้วมขึ้น”, “อ้วนขึ้น”, “กลมขึ้น” หรือ “ใหญ่ขึ้น” ครับ

Similar Posts

  • "Attendance” แปลว่า

    คำว่า “Attendance” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การเข้าเรียน การเข้าทำงาน หรือการปรากฏตัวในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง โดยทั่วไปมักใช้ในบริบทของการศึกษาและการทำงาน เพื่อบันทึกว่าบุคคลนั้นได้มาเข้าร่วมกิจกรรมหรือมาปฏิบัติหน้าที่ตามที่กำหนดไว้หรือไม่ ในชีวิตประจำวัน เราจะพบเห็นการใช้คำว่า “Attendance” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย คุณครูจะมีการเช็ค “Attendance” ของนักเรียนทุกคาบเรียน เพื่อดูว่าใครมาเรียนบ้าง หรือในที่ทำงาน หัวหน้างานอาจจะมีการตรวจสอบ “Attendance” ของพนักงาน เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนมาทำงานตรงเวลา นอกจากนี้ยังอาจใช้ในงานอีเวนต์ต่างๆ เพื่อบันทึกรายชื่อผู้เข้าร่วมงานด้วย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Attendance” มีความหมายหลักๆ คือ การเข้าร่วมหรือการปรากฏตัว ซึ่งสามารถแบ่งการใช้งานออกเป็นหลายลักษณะ เช่น การเข้าเรียนของนักเรียน การเข้างานของพนักงาน หรือการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น “The teacher checked the students’ attendance before the class started.” (คุณครูตรวจสอบการเข้าเรียนของนักเรียนก่อนเริ่มคาบเรียน) หรือ “Employee attendance is important for…

  • "Presentation” แปลว่า

    คำว่า “Presentation” หมายถึง การนำเสนอข้อมูล ความคิด หรือผลงานต่อกลุ่มบุคคล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจ รับทราบ หรือตัดสินใจตามที่เราต้องการ การนำเสนออาจทำได้หลายรูปแบบ เช่น การพูด การใช้สไลด์ การแสดงวิดีโอ หรือการสาธิต ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเห็นหรือได้ยินคำว่า “Presentation” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในบริบทของการทำงาน การเรียน หรือการประชุม เช่น เมื่อนักเรียนต้องทำ Presentation หน้าชั้นเรียนเพื่อนำเสนอโครงงาน หรือเมื่อพนักงานต้องทำ Presentation เพื่อนำเสนอแผนงานต่อผู้บริหาร หรือเมื่อบริษัทต่างๆ จัด Presentation เพื่อเปิดตัวสินค้าใหม่ การใช้คำว่า Presentation จึงเป็นเรื่องปกติที่สื่อถึงการสื่อสารข้อมูลอย่างเป็นระบบต่อผู้อื่น ความหมายและการใช้งาน Presentation คือ กระบวนการถ่ายทอดข้อมูล ความรู้ หรือแนวคิดจากผู้พูดไปยังผู้ฟัง โดยมักจะอาศัยสื่อประกอบเพื่อช่วยให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผู้พูดจะจัดเตรียมเนื้อหา ลำดับการนำเสนอ และสื่อต่างๆ เช่น สไลด์ (Slides) ภาพประกอบ หรือวิดีโอ เพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจประเด็นที่ต้องการสื่อสารได้ง่ายและชัดเจนยิ่งขึ้น ตัวอย่างการใช้งาน นักเรียนกำลังเตรียม Presentation…

  • "Speak” แปลว่า

    คำว่า “Speak” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายว่า “พูด” หรือ “กล่าว” เป็นคำกริยาที่ใช้ในการสื่อสารด้วยเสียงเพื่อถ่ายทอดความคิด ความรู้สึก หรือข้อมูลต่างๆ เป็นการกระทำพื้นฐานที่มนุษย์ใช้ในการโต้ตอบกันในชีวิตประจำวัน ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Speak” หรือความหมายของมันในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเราต้องการบอกให้ใครสักคนพูดออกมา หรือเมื่อเราต้องการแสดงความเห็นของเราเอง หรือแม้แต่เมื่อเรากำลังเรียนรู้ภาษาใหม่ การฝึก “speak” ภาษาใหม่ก็เป็นสิ่งสำคัญมาก นอกจากนี้ คำว่า “speak” ยังสามารถหมายถึงการพูดในที่สาธารณะ การพูดในที่ประชุม หรือการกล่าวสุนทรพจน์ได้ด้วย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Speak” หมายถึงการเปล่งเสียงออกมาเพื่อสื่อสาร สามารถใช้ได้ทั้งในความหมายตรงตัวว่า “พูด” และในความหมายเชิงเปรียบเทียบ เช่น “speak for yourself” ที่หมายถึง “พูดแทนตัวเอง” หรือ “speak up” ที่หมายถึง “พูดให้ดังขึ้น” หรือ “แสดงความคิดเห็น” ตัวอย่าง ตัวอย่างการใช้งานในประโยค: “Can you speak louder?” (คุณช่วยพูดให้ดังขึ้นได้ไหม?)…

  • "Arm” แปลว่า

    คำว่า “Arm” โดยทั่วไปแล้วหมายถึง แขน ซึ่งเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกายมนุษย์และสัตว์ ที่ใช้ในการหยิบจับ เคลื่อนไหว และทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Arm” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น เมื่อพูดถึงการออกกำลังกายแขน การบาดเจ็บที่แขน หรือแม้แต่การยื่นแขนออกไปคว้าสิ่งของ นอกจากนี้ “Arm” ยังสามารถใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบได้อีกด้วย เช่น “arm of the law” หมายถึงอำนาจของกฎหมาย หรือ “armed with information” หมายถึง มีข้อมูลพร้อม ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Arm” มีความหมายหลักคือ แขน ซึ่งเป็นส่วนของร่างกายที่เชื่อมต่อจากหัวไหล่ไปจนถึงมือ สามารถใช้ได้ทั้งในรูปเอกพจน์ (arm) และพหูพจน์ (arms) นอกจากนี้ “arm” ยังสามารถหมายถึง อาวุธ ได้ด้วย โดยเฉพาะในรูปพหูพจน์ “arms” ที่มักใช้ในบริบทของการทหารหรือการป้องกันตัว ตัวอย่างการใช้งาน “He broke his arm…

  • "Ridden” แปลว่า

    คำว่า “Ridden” เป็นรูปอดีตกาล (past participle) ของกริยา “ride” ซึ่งแปลว่า “ขี่” หรือ “โดยสาร” ในบริบทที่แตกต่างกัน สามารถสื่อถึงการถูกครอบงำ การถูกใช้งานซ้ำๆ หรือการมีประสบการณ์บางอย่างมาอย่างยาวนาน ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Ridden” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อพูดถึงรถที่ถูกใช้งานหนัก หรือเมื่อพูดถึงคนที่เคยผ่านประสบการณ์อะไรมามากแล้ว ทำให้มีความเชี่ยวชาญหรือมีร่องรอยของประสบการณ์นั้นๆ ปรากฏให้เห็น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Ridden” สามารถมีความหมายได้หลายนัย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้: การถูกขี่/โดยสาร: ในความหมายตรงตัวที่สุด หมายถึงการที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งถูกขี่หรือโดยสารมาแล้ว เช่น “a well-ridden horse” หมายถึงม้าที่ถูกขี่มามาก การถูกครอบงำ/ถูกควบคุม: ใช้ในเชิงเปรียบเปรย หมายถึงการถูกสิ่งใดสิ่งหนึ่งครอบงำหรือมีอิทธิพลอย่างมาก เช่น “ridden with guilt” หมายถึงเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด หรือ “ruled by fear” (ในกรณีนี้ใช้ “ruled” แต่แนวคิดคล้ายกันคือถูกครอบงำ) การถูกใช้งานอย่างหนัก/ซ้ำๆ: สื่อถึงการที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งผ่านการใช้งานมาอย่างหนักจนมีสภาพสึกหรอ หรือมีลักษณะที่บ่งบอกถึงการใช้งานนั้นๆ…

  • "Rigid” แปลว่า

    คำว่า “Rigid” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การแข็งทื่อ ไม่ยืดหยุ่น หรือไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ มักใช้เพื่ออธิบายลักษณะของวัตถุ สิ่งของ หรือแม้กระทั่งความคิดและกฎเกณฑ์ที่ตายตัว ไม่ยอมอ่อนข้อ ในชีวิตประจำวัน เรามักได้ยินคำว่า “Rigid” ในสถานการณ์ที่เกี่ยวกับความเข้มงวด หรือการไม่ยอมผ่อนปรน ตัวอย่างเช่น เมื่อพูดถึงกฎระเบียบที่เข้มงวดมากจนไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ หรือเมื่อพูดถึงท่าทางของคนที่แข็งทื่อ ไม่เป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังอาจใช้กับวัสดุที่แข็งมากจนไม่สามารถดัดงอได้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Rigid” แปลว่า แข็ง, แข็งทื่อ, ไม่ยืดหยุ่น, ตายตัว ใช้ได้ทั้งกับรูปธรรมและนามธรรม ตัวอย่างการใช้งาน วัตถุ: ไม้บรรทัดพลาสติกอันนี้ Rigid มาก ดัดไม่ให้หักเลย กฎเกณฑ์: กฎของบริษัทเรื่องการแต่งกายค่อนข้าง Rigid ต้องใส่ชุดสูทเท่านั้น ท่าทาง: นักแสดงคนนั้นมีท่าทาง Rigid เกินไป ดูไม่เป็นธรรมชาติ ความคิด: เขาเป็นคนมีความคิด Rigid ไม่ค่อยรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น บริบทที่พบบ่อย มักใช้ในบริบทที่ต้องการเน้นความเข้มงวด ความไม่ยืดหยุ่น หรือความตายตัว เช่น ข้อกำหนด…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *