"Dirty” แปลว่า

คำว่า “Dirty” ในภาษาอังกฤษมีความหมายตรงตัวว่า “สกปรก” หรือ “ไม่สะอาด” ครับ เป็นคำที่ใช้บรรยายถึงสิ่งที่เปื้อนสิ่งสกปรก ฝุ่นละออง คราบ หรืออะไรก็ตามที่ทำให้ดูไม่น่ามอง ไม่ถูกสุขอนามัย หรือไม่บริสุทธิ์

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Dirty” เพื่ออธิบายสิ่งต่างๆ รอบตัว เช่น เสื้อผ้าที่ใส่แล้วสกปรก มือที่เปื้อนดิน หรือแม้แต่พื้นบ้านที่ยังไม่ได้ทำความสะอาด นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ในเชิงเปรียบเทียบได้อีกด้วย เช่น การพูดถึง “dirty joke” ที่เป็นมุกตลกหยาบคาย หรือ “dirty money” ที่หมายถึงเงินที่ได้มาโดยไม่สุจริต

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Dirty” สามารถใช้ได้หลายสถานการณ์ ตั้งแต่ความสกปรกทางกายภาพ ไปจนถึงความหมายเชิงนามธรรม

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “My hands are dirty because I was playing in the garden.” (มือของฉันสกปรกเพราะฉันไปเล่นในสวนมา)
  • “The car is very dirty, it needs to be washed.” (รถสกปรกมาก ต้องเอาไปล้างแล้ว)
  • “He told a dirty joke that made everyone uncomfortable.” (เขาเล่ามุกตลกหยาบคายที่ทำให้ทุกคนรู้สึกอึดอัด)

บริบทและการใช้ทั่วไป

โดยทั่วไปแล้ว “Dirty” มักจะถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับความสะอาด สุขอนามัย หรือบางครั้งก็ใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อสื่อถึงสิ่งที่ไม่ดี ไม่บริสุทธิ์ หรือไม่ถูกต้อง

🔷 FAQ SECTION

“Dirty” หมายถึงอะไรในบริบททางศีลธรรม?

ในบริบททางศีลธรรม “Dirty” อาจหมายถึง การกระทำที่ไม่ถูกต้อง การคดโกง หรือสิ่งที่ผิดกฎหมาย เช่น “dirty deal” หมายถึงข้อตกลงที่ไม่เป็นธรรมหรือมีเล่ห์เหลี่ยม

มีคำพ้องความหมายอื่นของ “Dirty” หรือไม่?

มีครับ คำพ้องความหมายที่ใช้บ่อย ได้แก่ “unclean”, “soiled”, “grimy”, “filthy” ซึ่งแต่ละคำอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยในระดับของความสกปรก

Similar Posts

  • "What” แปลว่า

    คำว่า “What” เป็นคำสรรพนามคำถาม (interrogative pronoun) ในภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่อสอบถามถึงสิ่งที่ไม่ทราบหรือไม่แน่ใจ โดยทั่วไปแล้ว “What” จะแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “อะไร” ซึ่งเป็นคำที่ใช้ถามถึงสิ่งของ ลักษณะ หรือข้อมูลที่ต้องการทราบ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “What” บ่อยครั้งในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อมีคนถามเราว่า “What’s your name?” (ชื่ออะไรของคุณ?) หรือเมื่อเราเห็นสิ่งที่ไม่คุ้นเคยแล้วถามว่า “What is that?” (นั่นคืออะไร?) นอกจากนี้ยังใช้ในการขอให้ทวนคำพูด หรือเมื่อไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายพูด เช่น “What did you say?” (คุณพูดว่าอะไรนะ?) การใช้ “What” ช่วยให้เราสามารถสื่อสารเพื่อสอบถามข้อมูลต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความหมายและการใช้งาน “What” ใช้เพื่อถามถึงสิ่งที่ไม่รู้จัก หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งนั้นๆ โดยสามารถใช้ได้ทั้งในรูปแบบของประโยคคำถามโดยตรง หรือใช้เป็นส่วนหนึ่งของประโยคที่ซับซ้อนขึ้น ตัวอย่างการใช้งาน What is this? (นี่คืออะไร?) What do you want?…

  • "Mixes” แปลว่า

    คำว่า “Mixes” ในภาษาไทยมีความหมายตรงตัวว่า “การผสม” หรือ “สิ่งที่ผสมกัน” ครับ โดยทั่วไปแล้วจะใช้เพื่ออธิบายถึงการนำสิ่งของสองสิ่งขึ้นไปมารวมกันให้เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งเดียวกัน หรือการนำเอาองค์ประกอบต่างๆ มาจัดเรียงรวมกันให้เกิดเป็นผลลัพธ์ใหม่ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Mixes” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น เพลงที่นำเอาเพลงหลายๆ เพลงมาเรียบเรียงรวมกันให้ต่อเนื่องกัน หรืออาจหมายถึงเครื่องดื่มที่เกิดจากการผสมน้ำผลไม้หลายชนิดเข้าด้วยกัน หรือแม้กระทั่งส่วนผสมต่างๆ ที่นำมาคลุกเคล้ากันเพื่อทำอาหาร คำนี้จึงเป็นคำที่ค่อนข้างกว้างและสามารถนำไปปรับใช้ได้กับสถานการณ์ต่างๆ ที่มีการรวมกันของหลายสิ่งครับ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Mixes” หมายถึง กระบวนการหรือผลลัพธ์ของการนำสิ่งต่างๆ มาผสมผสานกัน อาจเป็นการผสมทางกายภาพ เช่น การผสมส่วนผสมในอาหาร หรือการผสมทางนามธรรม เช่น การผสมผสานแนวคิด หรือการผสมเพลงเข้าด้วยกัน การใช้งานจะขึ้นอยู่กับบริบทที่คำนี้ปรากฏ ตัวอย่างการใช้งาน เพลง: ดีเจคนนั้นเปิดเพลง Mixes ได้มันส์มากเลย เขาเอาเพลงเก่ามาผสมกับเพลงใหม่ได้ลงตัว อาหาร/เครื่องดื่ม: น้ำผลไม้ Mixes นี้อร่อยดีนะ มีทั้งส้ม แอปเปิ้ล และสับปะรด แฟชั่น: การแต่งตัวแบบ Mixes and Matches คือการนำเสื้อผ้าหลายๆ…

  • "Interfaces” แปลว่า

    คำว่า “Interfaces” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ส่วนต่อประสาน” หรือ “หน้าตาการใช้งาน” เป็นคำที่ใช้อธิบายถึงจุดที่ระบบสองระบบ หรือส่วนประกอบสองส่วนมาเชื่อมต่อและสื่อสารกัน โดยทั่วไปแล้ว เรามักจะคุ้นเคยกับ “User Interfaces” (UI) ซึ่งก็คือหน้าตาที่ผู้ใช้มองเห็นและโต้ตอบกับโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันต่างๆ เช่น ปุ่ม เมนู หรือหน้าจอต่างๆ ที่เราเห็นบนสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์นั่นเอง ในชีวิตประจำวัน เราพบเจอ Interfaces อยู่รอบตัวเราเสมอ ตั้งแต่การกดปุ่มบนรีโมททีวีเพื่อเปลี่ยนช่อง การแตะหน้าจอโทรศัพท์เพื่อปลดล็อก ไปจนถึงการกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มออนไลน์ ทุกอย่างที่เรามองเห็นและสามารถโต้ตอบได้บนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของ Interfaces ทั้งสิ้น นอกจากนี้ ในโลกของเทคโนโลยี Interfaces ยังหมายถึงวิธีการที่โปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือฮาร์ดแวร์ต่างๆ สื่อสารกัน เพื่อให้ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น ความหมายและการใช้งาน Interfaces คือจุดเชื่อมต่อหรือช่องทางที่ทำให้สิ่งต่างๆ สามารถสื่อสารหรือทำงานร่วมกันได้ ในบริบทของซอฟต์แวร์ Interfaces มักจะหมายถึง “หน้าตาการใช้งาน” (User Interface – UI) ที่ผู้ใช้มองเห็นและโต้ตอบด้วย เช่น ปุ่ม ไอคอน เมนู หรือหน้าจอต่างๆ ที่เราใช้งานบนแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์…

  • "Sun Sets” แปลว่า

    “Sun Sets” เป็นสำนวนภาษาอังกฤษที่แปลตรงตัวว่า “พระอาทิตย์ตกดิน” หรือ “ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า” เป็นการบรรยายภาพของช่วงเวลาที่แสงสุดท้ายของวันกำลังจะจางหายไป และท้องฟ้ากำลังจะเข้าสู่ความมืดมิดของค่ำคืน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้สำนวน “Sun Sets” เพื่อกล่าวถึงช่วงเวลาเย็น หรือเมื่อเรากำลังจะสิ้นสุดวัน บางครั้งก็ใช้เปรียบเปรยถึงการสิ้นสุดของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือช่วงเวลาแห่งความสงบก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงเวลาใหม่ เช่น “Let’s watch the Sun Sets from here.” (ไปดูกันที่พระอาทิตย์ตกดินตรงนี้กันเถอะ) หรืออาจใช้ในเชิงกวีเพื่อสื่อถึงความสวยงาม หรือความรู้สึกเหงา ความคิดถึง ความหมายและการใช้งาน “Sun Sets” หมายถึง การที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนที่ต่ำลงจนลับขอบฟ้าไป เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าวันได้สิ้นสุดลงแล้วและกำลังจะเข้าสู่เวลากลางคืน มักใช้เพื่อบรรยายภาพทิวทัศน์ที่สวยงามในช่วงเวลาดังกล่าว บริบทการใช้งานทั่วไป สำนวนนี้มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับธรรมชาติ การท่องเที่ยว การถ่ายภาพ หรือเมื่อต้องการสื่อถึงช่วงเวลาสุดท้ายของวัน อาจใช้ในประโยคที่เกี่ยวกับการพักผ่อน การสิ้นสุดกิจกรรม หรือการมองหาความสงบในช่วงเย็น FAQ SECTION “Sun Sets” ใช้ในความหมายอื่นนอกจากพระอาทิตย์ตกดินได้หรือไม่? โดยทั่วไป “Sun Sets” จะหมายถึงพระอาทิตย์ตกดินโดยตรง แต่ในบางบริบทเชิงเปรียบเปรย อาจหมายถึงการสิ้นสุดของบางสิ่งบางอย่าง หรือช่วงเวลาสุดท้ายของยุคสมัยหนึ่งๆ…

  • "Registered” แปลว่า

    คำว่า “Registered” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การได้รับการจดทะเบียน การลงทะเบียน หรือการบันทึกไว้อย่างเป็นทางการ ซึ่งแสดงว่าสิ่งนั้นได้รับการยอมรับหรือมีสถานะตามกฎหมายหรือตามระเบียบที่กำหนดไว้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Registered” ในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อเราลงทะเบียนเข้าใช้บริการออนไลน์ สมัครสมาชิก หรือเมื่อมีสิ่งของที่ได้รับการรับรองหรือขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย การมีสถานะ “Registered” มักจะบ่งบอกถึงความน่าเชื่อถือ ความถูกต้อง และการได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ ความหมายและการใช้งาน “Registered” หมายถึง การผ่านกระบวนการลงทะเบียน หรือการถูกบันทึกไว้อย่างเป็นทางการ ซึ่งสามารถใช้ได้กับบุคคล สิ่งของ หรือบริการต่างๆ เพื่อยืนยันสถานะหรือสิทธิ์ ตัวอย่างการใช้งาน Registered Nurse (RN): พยาบาลวิชาชีพที่ได้รับการขึ้นทะเบียนและได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติการพยาบาล Registered Mail: ไปรษณีย์ลงทะเบียน ซึ่งมีการบันทึกและติดตามการจัดส่งเพื่อความปลอดภัย Registered User: ผู้ใช้ที่ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ ซึ่งมักจะได้รับสิทธิ์หรือบริการที่แตกต่างจากผู้ใช้ทั่วไป Registered Trademark: เครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย บริบทที่พบบ่อย คำว่า “Registered” มักปรากฏในบริบทที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย นโยบาย การบริการ และการยืนยันตัวตน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างเป็นไปตามมาตรฐานและได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ Registered…

  • "ner” แปลว่า

    NER ย่อมาจาก “Named Entity Recognition” เป็นเทคโนโลยีการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing – NLP) ที่มีความสามารถในการค้นหาและจำแนก “หน่วยคำที่ถูกระบุ” (Named Entities) ในข้อความให้อยู่ในหมวดหมู่ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เช่น ชื่อบุคคล (Person), องค์กร (Organization), สถานที่ (Location), วันที่ (Date), เวลา (Time), จำนวนเงิน (Money) เป็นต้น โดย NER จะช่วยให้คอมพิวเตอร์เข้าใจบริบทและความหมายของข้อความได้ดียิ่งขึ้น ในชีวิตประจำวัน เราอาจไม่ทันสังเกตว่าเทคโนโลยี NER กำลังทำงานอยู่เบื้องหลัง ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคุณค้นหาข้อมูลบน Google ระบบอาจใช้ NER เพื่อจับคำสำคัญที่เป็นชื่อคน สถานที่ หรือเหตุการณ์ เพื่อนำเสนอผลการค้นหาที่ตรงใจคุณมากที่สุด หรือในแอปพลิเคชันแปลภาษา NER ช่วยระบุชื่อเฉพาะเพื่อแปลให้ถูกต้องตามบริบท หรือแม้กระทั่งในระบบแนะนำข่าวสาร NER ก็สามารถช่วยแยกแยะหัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญหรือเหตุการณ์เด่นๆ ได้ ความหมายและการใช้งาน NER…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *