"Admirable” แปลว่า

คำว่า “Admirable” ในภาษาอังกฤษมีความหมายว่า น่าชื่นชม น่าเลื่อมใส หรือน่าสรรเสริญ เป็นคำคุณศัพท์ที่ใช้อธิบายถึงบุคคล การกระทำ สิ่งของ หรือสถานการณ์ที่แสดงถึงคุณสมบัติที่ดีงาม น่าประทับใจ และสมควรได้รับการยกย่อง

ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Admirable” เมื่อเราเห็นใครทำสิ่งที่ดีมากๆ หรือมีคุณสมบัติที่น่าเอาเป็นแบบอย่าง เช่น เมื่อเห็นนักกีฬาที่ทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อชัยชนะ หรือเมื่อเห็นใครก็ตามที่ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเสียสละ เราก็จะรู้สึกว่าการกระทำหรือความพยายามของพวกเขานั้น “Admirable” เป็นอย่างยิ่ง

ความหมายและการใช้งาน

“Admirable” หมายถึง สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกประทับใจและอยากยกย่อง อาจเป็นความกล้าหาญ ความเสียสละ ความมุ่งมั่น ความเฉลียวฉลาด หรือคุณธรรมอื่นๆ ที่โดดเด่น เราสามารถใช้คำนี้เพื่อชมเชยใครสักคน หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่แสดงถึงคุณค่าและความดีงาม

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “Her dedication to her studies is truly admirable.” (ความทุ่มเทในการเรียนของเธอช่างน่าชื่นชมอย่างแท้จริง)
  • “The firefighters showed admirable courage in rescuing the trapped civilians.” (เหล่านักดับเพลิงแสดงความกล้าหาญที่น่าสรรเสริญในการช่วยเหลือพลเรือนที่ติดอยู่)
  • “It’s admirable how he always puts his family first.” (เป็นเรื่องน่าเลื่อมใสที่เขาให้ความสำคัญกับครอบครัวเป็นอันดับแรกเสมอ)

บริบท / การใช้งานทั่วไป

คำว่า “Admirable” มักถูกใช้ในบริบทที่ต้องการแสดงความรู้สึกชื่นชมอย่างจริงใจต่อการกระทำหรือคุณสมบัติที่ดีงาม อาจพบได้ในการกล่าวชมเชย การเขียนบทความยกย่อง หรือการสนทนาทั่วไปที่ต้องการเน้นย้ำถึงความประทับใจในสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้น

“Admirable” แปลว่าอะไร

“Admirable” แปลว่า น่าชื่นชม น่าเลื่อมใส หรือน่าสรรเสริญ เป็นคำที่ใช้ยกย่องสิ่งดีๆ ที่น่าประทับใจ

เราใช้คำว่า “Admirable” ในสถานการณ์แบบไหนได้บ้าง

เราสามารถใช้คำว่า “Admirable” เมื่อต้องการชมเชยการกระทำที่กล้าหาญ เสียสละ มีความมุ่งมั่น หรือแสดงถึงคุณธรรมที่ดีงามอื่นๆ เช่น ความสำเร็จจากการทำงานหนัก หรือการช่วยเหลือผู้อื่น

Similar Posts

  • "Jammed” แปลว่า

    คำว่า “Jammed” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “ติดขัด” หรือ “แน่น” โดยมักใช้ในบริบทที่สิ่งของต่างๆ ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ หรือเกิดการอุดตันจนทำให้การทำงานหยุดชะงัก ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “Jammed” บ่อยครั้ง เช่น เวลาที่ลิ้นชักเปิดไม่ออก หรือประตูตู้เสื้อผ้าปิดไม่สนิท ก็อาจจะบอกว่า “ลิ้นชักมัน jammed” หรือ “ประตูตู้มัน jammed” นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับสถานการณ์ที่การจราจรติดขัดอย่างหนัก จนรถเคลื่อนตัวไปไหนไม่ได้ ก็เรียกว่า “traffic jam” หรือ “รถติด jammed” ได้เช่นกัน ความหมายและการใช้งาน “Jammed” หมายถึง การติดขัด แน่น หรืออุดตัน ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ หรือทำงานได้อย่างที่ควรจะเป็น ตัวอย่าง Printer jammed: เครื่องพิมพ์กระดาษติด My keys are jammed in the lock: กุญแจของฉันติดอยู่ในรูกุญแจ The road is…

  • "Considerate” แปลว่า

    คำว่า “Considerate” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การมีความคิดคำนึงถึงผู้อื่น การคำนึงถึงความรู้สึกและความต้องการของคนรอบข้าง มีความใส่ใจ ไม่เอาเปรียบ และแสดงออกถึงความมีน้ำใจ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Considerate” เพื่ออธิบายถึงคนที่มีลักษณะนิสัยดี มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น เช่น เพื่อนที่จำได้ว่าเราไม่ชอบกินอะไร เลยสั่งอาหารเผื่อเรา หรือเพื่อนร่วมงานที่ช่วยแบ่งเบาภาระงานให้เมื่อเห็นว่าเรากำลังยุ่งมากๆ การเป็นคน Considerate ไม่ใช่แค่การทำดี แต่เป็นการแสดงออกถึงความเข้าใจและใส่ใจในสถานการณ์ของผู้อื่นอย่างแท้จริง ความหมายและการใช้งาน Considerate แปลว่า “เอาใจใส่” “นึกถึงผู้อื่น” หรือ “รอบคอบ” เป็นคุณสมบัติที่บ่งบอกถึงการกระทำที่คำนึงถึงผลกระทบต่อผู้อื่นเสมอ ไม่ว่าจะเป็นคำพูด การกระทำ หรือการตัดสินใจต่างๆ คนที่เป็น Considerate มักจะมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และพยายามหลีกเลี่ยงการทำให้ผู้อื่นรู้สึกไม่สบายใจหรือเดือดร้อน ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น หากมีเพื่อนบ้านที่กำลังป่วยหนัก การที่เรานำอาหารไปให้ หรือช่วยดูแลสัตว์เลี้ยงให้ ก็ถือเป็นการกระทำที่ Considerate หรือในที่ทำงาน หากหัวหน้าเห็นว่าลูกน้องทำงานหนักเกินไป และอนุญาตให้กลับบ้านเร็วขึ้น ก็ถือว่าเป็นหัวหน้าที่ Considerate บริบทและการใช้ทั่วไป คำว่า Considerate มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ทั้งในครอบครัว เพื่อนฝูง…

  • "อินโทรเวิร์ต” แปลว่า

    คำว่า “อินโทรเวิร์ต” (Introvert) หมายถึง บุคคลที่มีลักษณะนิสัยที่ชอบเก็บตัว ใช้พลังงานจากการอยู่คนเดียว และมักจะรู้สึกเหนื่อยล้าหรือหมดพลังเมื่อต้องเข้าสังคมหรืออยู่ในสถานการณ์ที่มีผู้คนจำนวนมาก พวกเขาให้ความสำคัญกับการคิดวิเคราะห์ภายใน การไตร่ตรอง และมักจะมีความสุขกับการทำกิจกรรมที่ได้อยู่กับตัวเอง เช่น การอ่านหนังสือ การเขียน หรือการใช้เวลาอยู่กับความคิดของตนเอง ในชีวิตประจำวัน คำว่า “อินโทรเวิร์ต” ถูกนำมาใช้เพื่ออธิบายลักษณะนิสัยของผู้คนในหลากหลายบริบท อาจใช้เรียกเพื่อนที่ชอบอยู่บ้านมากกว่าไปปาร์ตี้ หรือเพื่อนร่วมงานที่มักจะทำงานคนเดียวได้ดีกว่าการทำงานเป็นทีม บางครั้งก็ใช้เพื่ออธิบายความรู้สึกของตนเองว่า “ฉันเป็นอินโทรเวิร์ต เลยไม่ค่อยชอบไปงานเลี้ยงใหญ่ๆ” หรือ “เขาเป็นอินโทรเวิร์ตนะ เลยอาจจะดูเงียบๆ หน่อย” เป็นต้น การเข้าใจความหมายของคำนี้ช่วยให้เราเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของผู้อื่นได้ดีขึ้น โดยไม่ได้มองว่าเป็นคนหยิ่งหรือไม่เข้าสังคม แต่เป็นลักษณะนิสัยที่แตกต่างกันไป ความหมายและการใช้งาน อินโทรเวิร์ต คือ คนที่ได้รับพลังงานจากการอยู่คนเดียว และสูญเสียพลังงานไปเมื่อต้องเข้าสังคม พวกเขาไม่ได้หมายถึงคนที่ขี้อายหรือไม่ชอบผู้คนเสมอไป แต่เป็นการตอบสนองต่อสิ่งเร้าทางสังคมที่แตกต่างจากคนทั่วไป (Extrovert) คนอินโทรเวิร์ตมักจะชอบการสนทนาแบบตัวต่อตัวหรือกลุ่มเล็กๆ มากกว่าการพูดคุยในที่สาธารณะหรือกลุ่มใหญ่ๆ ตัวอย่างการใช้งาน “วันนี้อยากอยู่บ้านอ่านหนังสือเงียบๆ ไม่ค่อยมีแรงออกไปไหนเลย สงสัยเป็นเพราะเมื่อวานไปเจอคนเยอะมา” (บ่งบอกถึงลักษณะของอินโทรเวิร์ต) “เพื่อนคนนั้นเขาเป็นอินโทรเวิร์ตนะ เวลาคุยกับเขาต้องค่อยๆ ชวนคุย เขาจะเปิดใจมากขึ้นถ้าเรารู้จักเขาก่อน” (ใช้เรียกอธิบายลักษณะนิสัย) บริบทที่พบบ่อย คำว่า “อินโทรเวิร์ต” มักถูกใช้ในวงสนทนาเกี่ยวกับบุคลิกภาพ…

  • "Foggy” แปลว่า

    คำว่า “Foggy” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง มีหมอกลง หรือปกคลุมไปด้วยหมอก ทำให้ทัศนวิสัยไม่ชัดเจน มองเห็นได้ไม่ไกล เวลาที่เราพูดว่า “Foggy” เรามักจะหมายถึงสภาพอากาศในตอนเช้า หรือตอนที่อากาศเย็นๆ ที่มีหมอกหนาปกคลุม ทำให้การขับรถหรือการเดินทางลำบากขึ้น เพราะมองอะไรไม่ค่อยเห็น หรือบางทีก็ใช้เปรียบเทียบกับสภาวะจิตใจที่รู้สึกสับสน ไม่เข้าใจอะไรบางอย่าง หรือความคิดไม่ปลอดโปร่งเหมือนมีหมอกมาบังอยู่ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Foggy” ใช้เพื่ออธิบายถึงสภาวะที่มีหมอกปกคลุม ซึ่งส่งผลต่อการมองเห็น โดยทั่วไปมักใช้กับสภาพอากาศ แต่ก็สามารถนำไปใช้ในเชิงเปรียบเทียบได้เช่นกัน ตัวอย่างการใช้งาน ในสภาพอากาศ: “It’s very foggy this morning, so drive carefully.” (เช้านี้มีหมอกลงจัดมาก ขับรถระวังด้วยนะ) ในเชิงเปรียบเทียบ: “My mind is a bit foggy after that long meeting.” (หลังจากประชุมนานๆ ฉันรู้สึกมึนๆ งงๆ เหมือนสมองมีหมอกบัง) บริบทที่พบบ่อย “Foggy” มักถูกใช้เมื่อพูดถึงสภาพอากาศ…

  • "Tired” แปลว่า

    คำว่า “Tired” เป็นภาษาอังกฤษ แปลว่า “เหนื่อย” หรือ “อ่อนเพลีย” เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้เมื่อร่างกายหรือจิตใจได้รับการใช้งานหนักเกินไป หรือขาดการพักผ่อนที่เพียงพอ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Tired” เพื่ออธิบายความรู้สึกเมื่อเราทำกิจกรรมต่างๆ มาทั้งวัน เช่น การทำงาน การเรียน หรือการออกกำลังกาย บางครั้งอาจจะรู้สึกง่วงนอนร่วมด้วย หรือบางทีก็แค่รู้สึกหมดแรง ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะทำอะไรต่อ ความหมายและการใช้งาน “Tired” หมายถึง สภาพของความเหนื่อยล้า อ่อนแรง หรือหมดกำลังกาย/ใจ มักใช้เพื่อบอกถึงสภาวะทางร่างกายหรือจิตใจที่ต้องการการพักผ่อน สามารถใช้ได้ทั้งในสถานการณ์ทั่วไปและสถานการณ์ที่เฉพาะเจาะจง ตัวอย่างการใช้งาน I’m so tired after a long day at work. (ฉันเหนื่อยมากหลังจากทำงานมาทั้งวัน) She looked tired because she didn’t sleep well last night. (เธอดูเหนื่อยเพราะเมื่อคืนนอนไม่หลับ) Are you tired? Let’s…

  • "Donate” แปลว่า

    คำว่า “Donate” เป็นคำภาษาอังกฤษที่คนไทยนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย หมายถึง การบริจาค หรือการมอบสิ่งของ เงินทอง หรือแรงกายแรงใจ เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น หรือสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม ในชีวิตประจำวัน เราจะเห็นคำว่า “Donate” ถูกนำไปใช้ในหลายบริบท เช่น การรณรงค์รับบริจาคสิ่งของให้ผู้ประสบภัย การขอรับบริจาคเงินเพื่อการกุศล หรือแม้แต่การชวนกันไปเป็นอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือสังคม ก็ถือเป็นการ “Donate” รูปแบบหนึ่งเช่นกัน เป็นการแสดงน้ำใจและการช่วยเหลือที่มาจากความสมัครใจโดยไม่หวังผลตอบแทน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Donate” โดยหลักแล้วหมายถึง การบริจาค ซึ่งสามารถเป็นการบริจาคได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเงิน สิ่งของ อาหาร เสื้อผ้า เลือด หรือแม้แต่เวลาและแรงกายในการช่วยเหลือผู้อื่น หรือองค์กรการกุศลต่างๆ ตัวอย่างการใช้งาน เรามักจะเห็นการใช้คำว่า “Donate” ในประกาศต่างๆ เช่น: “Donate blood today and save a life.” (บริจาคเลือดวันนี้ เพื่อช่วยชีวิต) “Please donate generously to our…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *