"Clouded” แปลว่า

คำว่า “Clouded” ในภาษาอังกฤษมีความหมายตรงตัวว่า “มีเมฆมาก” หรือ “ปกคลุมด้วยเมฆ” แต่ในภาษาพูดและในการนำไปใช้ในบริบทอื่น ๆ มักจะมีความหมายเชิงเปรียบเทียบที่สื่อถึงการที่บางสิ่งบางอย่างไม่ชัดเจน ไม่แจ่มใส หรือถูกบดบัง ทำให้ยากต่อการมองเห็นหรือทำความเข้าใจ

เมื่อเราพูดว่า “Clouded” ในชีวิตประจำวัน ส่วนใหญ่จะหมายถึงสภาวะจิตใจที่ขุ่นมัว สับสน หรือไม่สามารถคิดได้อย่างปลอดโปร่ง เช่น เวลาที่เรากำลังเสียใจ โกรธ หรือกังวลมาก ๆ จนทำให้การตัดสินใจหรือการมองเห็นปัญหาต่าง ๆ ไม่ชัดเจน หรืออาจหมายถึงสถานการณ์บางอย่างที่ดูไม่แน่นอน มีความคลุมเครือ ทำให้เราไม่สามารถคาดเดาผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Clouded” ใช้ได้ทั้งกับสภาพอากาศและสภาวะทางอารมณ์หรือสถานการณ์ที่คลุมเครือ

ตัวอย่างการใช้งาน

ในเรื่องสภาพอากาศ: “The sky is clouded over, it might rain soon.” (ท้องฟ้ามีเมฆครึ้ม น่าจะมีฝนตกเร็ว ๆ นี้)

ในเรื่องอารมณ์/จิตใจ: “His judgment was clouded by anger.” (การตัดสินใจของเขาถูกบดบังด้วยความโกรธ)

ในเรื่องสถานการณ์: “The future of the project is still clouded.” (อนาคตของโครงการยังคงมีความคลุมเครืออยู่)

บริบทที่ใช้บ่อย

มักใช้เพื่ออธิบายถึงสภาวะที่ไม่ชัดเจน ไม่แจ่มใส หรือถูกบดบัง ทั้งในเชิงรูปธรรม (อากาศ) และเชิงนามธรรม (ความคิด อารมณ์ สถานการณ์)

🔷 FAQ SECTION

“Clouded” หมายถึงอะไรในภาษาไทย?

โดยทั่วไป “Clouded” หมายถึง “มีเมฆมาก” หรือ “ถูกปกคลุมด้วยเมฆ” แต่ในความหมายเชิงเปรียบเทียบจะหมายถึง สภาพจิตใจที่ขุ่นมัว สับสน หรือสถานการณ์ที่คลุมเครือ ไม่ชัดเจน

มีตัวอย่างการใช้คำว่า “Clouded” ในชีวิตประจำวันไหม?

มีครับ เช่น “My mind is clouded today, I can’t concentrate.” (วันนี้จิตใจฉันขุ่นมัว คิดอะไรไม่ค่อยออกเลย) หรือ “The details of the agreement are still clouded.” (รายละเอียดของข้อตกลงยังคงคลุมเครืออยู่)

Similar Posts

  • "Plane” แปลว่า

    คำว่า “Plane” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง เครื่องบิน ซึ่งเป็นยานพาหนะที่ใช้ในการเดินทางทางอากาศ มีปีกสำหรับบินและเครื่องยนต์ที่ช่วยในการขับเคลื่อน สามารถบรรทุกผู้โดยสารหรือสินค้าจำนวนมาก เดินทางข้ามประเทศหรือทวีปได้อย่างรวดเร็ว ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Plane” เมื่อพูดถึงการเดินทาง เช่น “ฉันจะเดินทางด้วย plane ไปเที่ยวญี่ปุ่น” หรือ “ตั๋ว plane ไปเชียงใหม่ราคาเท่าไหร่” นอกจากนี้ยังอาจใช้ในบริบทของการทำงาน เช่น “ต้องขึ้น plane ไปประชุมที่ต่างจังหวัด” หรือ “บริษัทมี plane ส่วนตัวสำหรับผู้บริหาร” เป็นต้น ความหมายและการใช้งาน “Plane” หมายถึง เครื่องบิน ซึ่งเป็นยานพาหนะที่บินได้ในอากาศ ใช้สำหรับการขนส่งผู้คน สินค้า หรือวัตถุอื่นๆ จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างการใช้งาน “I need to book a plane ticket to London.” (ฉันต้องจองตั๋วเครื่องบินไปลอนดอน) “The plane landed safely…

  • "Harmed” แปลว่า

    คำว่า “Harmed” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า “ได้รับอันตราย” หรือ “ได้รับบาดเจ็บ” หมายถึง สภาพที่ร่างกาย จิตใจ หรือทรัพย์สิน ได้รับความเสียหาย ความเจ็บปวด หรือความสูญเสีย อันเนื่องมาจากเหตุการณ์บางอย่าง ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Harmed” ในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อมีคนได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ หรือเมื่อมีสิ่งของเสียหายจากการใช้งานที่ไม่ถูกวิธี หรือแม้กระทั่งในเชิงเปรียบเทียบเมื่อมีคนรู้สึกเสียใจหรือถูกทำร้ายจิตใจ ความหมายและการใช้งาน “Harmed” เป็นรูปอดีตกาล (Past Tense) และคำกริยาช่องที่ 3 (Past Participle) ของกริยา “harm” ซึ่งมีความหมายว่า ทำอันตราย ทำให้เสียหาย หรือทำให้เจ็บปวด เมื่อใช้เป็นคำคุณศัพท์ (Adjective) จะสื่อถึงสภาพที่ “ได้รับอันตราย” หรือ “ได้รับบาดเจ็บ” แล้ว ตัวอย่าง The accident left the driver harmed. (อุบัติเหตุทำให้คนขับได้รับบาดเจ็บ) His reputation…

  • "Spotted” แปลว่า

    คำว่า “Spotted” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง การสังเกตเห็น หรือการมองเห็นบางสิ่งบางอย่างที่อาจจะยากสักหน่อย หรือเป็นการเจอโดยบังเอิญค่ะ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Spotted” เวลาที่เราเห็นคนรู้จักโดยไม่คาดคิด เช่น อาจจะเจอเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันนานที่ห้างสรรพสินค้า หรือเห็นดาราที่เราชื่นชอบเดินอยู่ตามท้องถนน เราก็จะพูดว่า “I spotted [ชื่อคน]!” ซึ่งหมายถึง “ฉันเห็น [ชื่อคน] แล้ว!” หรือ “ฉันเจอ [ชื่อคน] โดยบังเอิญ!” ค่ะ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Spotted” มาจากกริยา “spot” ที่แปลว่า สังเกตเห็น, มองเห็น, จำแนกได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ หรือเห็นได้ยาก นอกจากนี้ยังใช้ในความหมายของการพบเจอโดยบังเอิญ หรือการเจอใครบางคน/บางสิ่งบางอย่างที่กำลังมองหาอยู่ก็ได้ค่ะ ตัวอย่างการใช้งาน “I finally spotted my lost keys under the sofa.” (ในที่สุดฉันก็มองเห็นกุญแจที่หายไปของฉันใต้โซฟา) “Did you spot anyone…

  • "Fever” แปลว่า

    คำว่า “Fever” ในภาษาไทยหมายถึง “ไข้” ซึ่งเป็นภาวะที่อุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติ โดยทั่วไปมักเกิดจากการติดเชื้อหรือการอักเสบในร่างกาย เวลาเราพูดถึง “Fever” ในชีวิตประจำวัน คนไทยจะเข้าใจทันทีว่าหมายถึงอาการป่วยที่มีไข้ เช่น ถ้ามีคนบอกว่า “I have a fever” ก็จะหมายความว่า “ฉันเป็นไข้” หรือถ้าถามว่า “How is your child?” แล้วเขาตอบว่า “He has a slight fever” ก็แปลว่า “ลูกชายเขามีไข้เล็กน้อย” เป็นคำที่ใช้กันทั่วไปเมื่อพูดถึงอาการไม่สบายตัวที่เกี่ยวข้องกับอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้น ความหมายและการใช้งาน Fever หมายถึง ภาวะไข้ ซึ่งวัดได้จากอุณหภูมิร่างกายที่สูงกว่าระดับปกติ โดยทั่วไปอุณหภูมิร่างกายปกติจะอยู่ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส หากสูงกว่านี้ถือว่ามีไข้ การมีไข้เป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังต่อสู้กับการติดเชื้อหรือการอักเสบ ตัวอย่างการใช้งาน ประโยคที่ใช้คำว่า “Fever” ในชีวิตประจำวัน เช่น: “The child has a high fever.” (เด็กมีไข้สูง) “I…

  • "Legally” แปลว่า

    คำว่า “Legally” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “ตามกฎหมาย” หรือ “โดยชอบด้วยกฎหมาย” เป็นคำวิเศษณ์ (adverb) ที่ใช้อธิบายการกระทำหรือสถานการณ์ที่สอดคล้องกับกฎหมาย กฎระเบียบ หรือข้อบังคับที่กำหนดไว้ ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินหรือใช้คำว่า “Legally” ในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อพูดถึงการทำธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย การได้มาซึ่งใบอนุญาต หรือการกระทำใดๆ ที่ไม่ผิดต่อข้อกฎหมาย เช่น การขออนุญาตทำงานในต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หรือการซื้อขายสินค้าที่ได้รับอนุญาต การใช้คำนี้ช่วยยืนยันว่าสิ่งนั้นๆ เป็นไปตามกรอบของกฎหมาย ไม่ได้เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือละเมิดสิทธิ์ ความหมายและการใช้งาน “Legally” หมายถึง การกระทำที่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือดำเนินการโดยอ้างอิงตามกฎหมาย เป็นการบ่งบอกว่าสิ่งนั้นๆ ไม่ได้ขัดต่อข้อบังคับ หรือเป็นไปตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนดไว้ ตัวอย่างการใช้งาน เช่น “He is legally allowed to drive.” (เขาได้รับอนุญาตให้ขับรถได้อย่างถูกกฎหมาย) หรือ “The company operates legally.” (บริษัทดำเนินงานอย่างถูกกฎหมาย) บริบทที่ใช้บ่อย “Legally” มักใช้ในบริบทเกี่ยวกับกฎหมาย ธุรกิจ การเงิน…

  • "sick” แปลว่า

    คำว่า “sick” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ที่คนไทยคุ้นเคยกันดีคือ “ป่วย” หรือ “ไม่สบาย” ครับ เป็นคำที่ใช้บอกอาการเจ็บไข้ได้ป่วยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นอาการเป็นหวัด ปวดหัว หรือรู้สึกไม่สบายตัว ในชีวิตประจำวัน คนไทยมักจะใช้คำว่า “sick” ในบริบทที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา เมื่อเราหรือคนรอบข้างมีอาการป่วย เช่น ถ้าเพื่อนถามว่าเป็นอะไร เราอาจจะตอบว่า “I’m feeling a bit sick” ซึ่งก็หมายถึง “ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบาย/ป่วยนิดหน่อย” หรือถ้ามีอาการหนักหน่อยก็อาจจะบอกว่า “I’m really sick” แปลว่า “ฉันป่วยหนักมาก” นอกจากนี้ บางครั้งคำว่า “sick” ก็อาจจะถูกนำไปใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบหรือสแลง ซึ่งจะอธิบายเพิ่มเติมในหัวข้อถัดไปครับ ความหมายและการใช้งาน ความหมายหลักของ “sick” คือ การมีอาการป่วยทางร่างกาย หรือรู้สึกไม่สบาย ซึ่งอาจเกิดจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เช่น เป็นไข้หวัด ท้องเสีย หรือรู้สึกอ่อนเพลีย นอกจากนี้ “sick” ยังสามารถใช้ในเชิงสแลง หรือความหมายเชิงเปรียบเทียบได้ด้วย เช่น **น่าเบื่อ…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *