"Except” แปลว่า

คำว่า “except” ในภาษาอังกฤษ เป็นคำบุพบท (preposition) หรือคำสันธาน (conjunction) ที่มีความหมายหลักๆ ว่า “ยกเว้น” หรือ “นอกจาก” ใช้เพื่อบอกว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ไม่รวมอยู่ในกลุ่ม หรือไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กล่าวถึง

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “except” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อพูดถึงข้อยกเว้นของกฎบางอย่าง หรือเมื่อบอกว่าสิ่งหนึ่งแตกต่างจากกลุ่มที่กล่าวถึงไปแล้ว เป็นคำที่ช่วยให้การสื่อสารมีความชัดเจนมากขึ้นว่ามีอะไรที่ไม่เข้าพวก หรืออะไรที่ได้รับการยกเว้นออกไป

ความหมายและการใช้งาน

“Except” ใช้เพื่อบ่งบอกถึงการยกเว้น หรือการแยกบางสิ่งบางอย่างออกจากกลุ่มหรือสถานการณ์ที่กล่าวถึง มักจะตามหลังด้วยคำนาม (noun), คำสรรพนาม (pronoun), หรือวลี (phrase) เพื่อระบุสิ่งที่ถูกยกเว้น

ตัวอย่างการใช้งาน

1. ประโยคบอกเล่า: All students passed the exam, except John. (นักเรียนทุกคนสอบผ่าน ยกเว้น จอห์น)

2. ประโยคปฏิเสธ: I don’t like any fruits except apples. (ฉันไม่ชอบผลไม้เลย นอกจาก แอปเปิ้ล)

3. ใช้กับสำนวน: “What’s wrong?” “Nothing, except I’m a little tired.” (“มีอะไรผิดปกติไหม?” “ไม่มีอะไร นอกจากฉันเหนื่อยเล็กน้อย”)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “except” มักถูกใช้ในบริบทที่ต้องการระบุข้อยกเว้นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นกฎ กติกา ข้อตกลง หรือการเปรียบเทียบสิ่งต่างๆ เพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจว่ามีสิ่งใดที่ไม่เข้าข่าย หรือไม่เป็นไปตามที่กล่าวถึงในประโยคหลัก

คำถามที่พบบ่อย

“Except” กับ “Besides” ต่างกันอย่างไร?

“Except” หมายถึง “ยกเว้น” สิ่งที่กล่าวถึงหลังคำนั้นจะไม่รวมอยู่ในกลุ่ม ในขณะที่ “Besides” หมายถึง “นอกจาก” โดยสิ่งที่กล่าวถึงหลังคำนั้นจะถูกเพิ่มเข้าไปในกลุ่ม หรือเป็นสิ่งเพิ่มเติม

“Except” ใช้กับอะไรได้บ้าง?

“Except” สามารถใช้ตามหลังด้วยคำนาม (noun), คำสรรพนาม (pronoun), หรือวลี (phrase) เพื่อระบุถึงสิ่งที่ถูกยกเว้น

Similar Posts

  • "Conversation” แปลว่า

    คำว่า “Conversation” ในภาษาไทยหมายถึง การสนทนา หรือการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไป เป็นกระบวนการสื่อสารที่ใช้ภาษาพูดเป็นหลักในการถ่ายทอดเรื่องราว ความรู้สึก หรือข้อมูลต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Conversation” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น การพูดคุยกับเพื่อนเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน การประชุมงานเพื่อปรึกษาหารือ หรือแม้แต่การพูดคุยกับคนแปลกหน้าในสถานการณ์ทั่วไป การสนทนาที่ดีจะช่วยสร้างความเข้าใจ ความสัมพันธ์ และนำไปสู่การแก้ปัญหาต่างๆ ได้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Conversation” หมายถึง การสนทนาโต้ตอบกัน การพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างบุคคลสองคนขึ้นไป โดยทั่วไปมักจะใช้ภาษาพูดเป็นหลัก แต่ก็สามารถรวมถึงการสื่อสารผ่านข้อความหรือลายลักษณ์อักษรในบางบริบทได้เช่นกัน ตัวอย่างการใช้งาน เราสามารถใช้คำว่า “Conversation” ในประโยคต่างๆ ได้ดังนี้: “I had a long conversation with my boss about my career goals.” (ฉันได้มีการสนทนาที่ยาวนานกับหัวหน้าของฉันเกี่ยวกับเป้าหมายในอาชีพของฉัน) “The teacher encouraged her students to have more conversations…

  • "Voyage” แปลว่า

    คำว่า “Voyage” เป็นคำภาษาอังกฤษที่มีความหมายว่า การเดินทางไกล ซึ่งมักจะหมายถึงการเดินทางทางทะเล หรือการเดินทางในอวกาศที่มีระยะทางยาวนานและมีความสำคัญ ในชีวิตประจำวัน เราอาจไม่ค่อยได้ใช้คำว่า “Voyage” บ่อยนัก แต่จะนิยมใช้คำว่า “journey” หรือ “trip” มากกว่า อย่างไรก็ตาม หากพูดถึงการเดินทางที่ยิ่งใหญ่ หรือการผจญภัยที่ต้องใช้เวลานานและมีความท้าทาย เราอาจจะเห็นการใช้คำว่า “Voyage” ได้ในบริบทเหล่านั้น เช่น การเดินทางสำรวจโลกในอดีต หรือการเดินทางของนักบินอวกาศ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Voyage” เน้นที่การเดินทางที่มีระยะทางยาวไกล มีจุดหมายที่สำคัญ หรือเป็นการเดินทางที่ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนหรือความท้าทาย มักใช้กับการเดินทางทางทะเลเป็นหลัก แต่ก็สามารถใช้กับการเดินทางประเภทอื่น ๆ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันได้ ตัวอย่าง The explorers embarked on a long voyage across the Pacific Ocean. (นักสำรวจได้ออกเดินทาง voyage อันยาวนานข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก) Space voyages are becoming more common…

  • "Opposites” แปลว่า

    คำว่า “Opposites” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง สิ่งที่ตรงกันข้ามกัน หรือขั้วตรงข้าม เป็นคำนามพหูพจน์ที่ใช้เรียกสิ่งของสองสิ่งที่มีลักษณะ คุณสมบัติ หรือการกระทำที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Opposites” อยู่บ่อยครั้ง เช่น การพูดถึงความแตกต่างระหว่างคนสองคน เช่น คนหนึ่งขี้อาย แต่อีกคนหนึ่งกล้าแสดงออก หรือการอธิบายความแตกต่างของสิ่งของ เช่น วันร้อนกับวันหนาว สีขาวกับสีดำ หรือแม้กระทั่งแนวคิดที่ตรงข้ามกัน เช่น ความดีกับความชั่ว การยอมรับกับการปฏิเสธ เป็นต้น การเข้าใจความหมายของ “Opposites” ช่วยให้เราสามารถเปรียบเทียบและอธิบายความแตกต่างของสิ่งต่างๆ ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Opposites” หมายถึง สภาวะหรือสิ่งที่ตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง ใช้เพื่ออธิบายความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างสองสิ่งหรือสองแนวคิด ตัวอย่างเช่น “hot” (ร้อน) และ “cold” (เย็น) ถือเป็น opposites ส่วน “up” (ขึ้น) และ “down” (ลง) ก็เป็น opposites เช่นกัน ในทางภาษาศาสตร์…

  • "lows” แปลว่า

    คำว่า “lows” ในภาษาไทยหมายถึง “จุดต่ำสุด” หรือ “ช่วงเวลาที่ตกต่ำ” เป็นคำที่ใช้เพื่ออธิบายสถานการณ์หรือสภาวะที่อยู่ในระดับต่ำที่สุด ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของอารมณ์, ประสิทธิภาพ, ราคา, หรือตัวชี้วัดต่างๆ ในชีวิตประจำวัน คนไทยอาจใช้คำว่า “lows” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น เมื่อพูดถึงอารมณ์ที่รู้สึกแย่มากๆ หรือเศร้าสร้อย ก็อาจจะบอกว่า “ช่วงนี้อารมณ์ดิ่งไปอยู่ใน lows เลย” หรือหากพูดถึงตลาดหุ้นที่ราคาหุ้นตกลงไปมาก ก็อาจจะกล่าวว่า “ตลาดหุ้นกำลังอยู่ในช่วง lows” เป็นต้น เป็นการสื่อถึงสภาวะที่ไม่ดีหรืออยู่ในจุดที่ต่ำที่สุดในช่วงเวลานั้นๆ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “lows” เป็นรูปพหูพจน์ของคำว่า “low” ในภาษาอังกฤษ ซึ่งแปลว่า “ต่ำ” ดังนั้น “lows” จึงหมายถึง “จุดต่ำสุดหลายๆ จุด” หรือ “ช่วงเวลาที่ตกต่ำหลายๆ ช่วง” แต่โดยทั่วไปมักใช้ในความหมายรวมๆ ว่าเป็นสภาวะที่อยู่ในระดับต่ำที่สุด ณ ขณะนั้น ตัวอย่าง อารมณ์: “หลังจากผิดหวังเรื่องงาน เขาก็รู้สึกว่าตัวเองอยู่ในช่วง lows มาตลอดสัปดาห์” การเงิน/เศรษฐกิจ:…

  • "Dullness” แปลว่า

    คำว่า “Dullness” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ความทื่อ ความจืดชืด ความไม่น่าสนใจ หรือสภาวะที่ขาดความสดใส ความมีชีวิตชีวา ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคนพูดถึง “Dullness” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อพูดถึงเรื่องที่น่าเบื่อ ไม่น่าตื่นเต้น หรือเมื่อบรรยากาศรอบข้างดูหดหู่ ไม่สดใส หรือแม้แต่เมื่อกล่าวถึงสิ่งของที่ไม่มีสีสัน หรือไม่มีความแวววาว ทำให้ดูไม่น่าดึงดูด ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Dullness” ใช้เพื่ออธิบายถึงลักษณะที่ขาดความน่าสนใจ ความสดใส หรือความกระตือรือร้น อาจใช้กับสิ่งของ เหตุการณ์ หรือแม้กระทั่งอารมณ์ความรู้สึก ตัวอย่างการใช้งาน ในบริบททั่วไป อาจมีการใช้ดังนี้: “The presentation was full of dullness, nobody paid attention.” (การนำเสนอเต็มไปด้วยความน่าเบื่อ ไม่มีใครสนใจเลย) “There was a certain dullness in the air after the bad…

  • "sister” แปลว่า

    คำว่า “sister” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ คือ “พี่สาว” หรือ “น้องสาว” ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกผู้หญิงที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดเดียวกัน หรือบางครั้งอาจใช้เรียกผู้หญิงที่สนิทสนมกันมากจนเหมือนเป็นพี่น้องแท้ๆ ก็ได้ ในชีวิตประจำวัน คนไทยมักจะใช้คำว่า “พี่สาว” หรือ “น้องสาว” ตามลำดับอายุที่ชัดเจน แต่หากพูดถึงคำว่า “sister” จากภาษาอังกฤษ ก็จะหมายถึงทั้งสองคำนี้รวมกัน โดยบริบทจะเป็นตัวกำหนดว่าหมายถึงพี่สาวหรือน้องสาว หากต้องการความชัดเจน อาจจะใช้คำว่า “older sister” (พี่สาว) หรือ “younger sister” (น้องสาว) เพิ่มเติมได้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “sister” สามารถแปลได้ทั้ง “พี่สาว” และ “น้องสาว” ขึ้นอยู่กับบริบทและอายุของผู้พูดเมื่อเทียบกับผู้ที่ถูกกล่าวถึง ในภาษาไทยเรามักจะระบุให้ชัดเจนตามอายุ แต่ในภาษาอังกฤษ คำว่า “sister” เพียงคำเดียวก็ครอบคลุมทั้งสองความหมายนี้ ตัวอย่างการใช้งาน ถ้ามีคนพูดว่า “She is my sister.” ในภาษาไทยจะแปลว่า “เธอคือพี่สาว/น้องสาวของฉัน” ซึ่งเราต้องดูจากอายุของผู้พูดและผู้ที่ถูกกล่าวถึงอีกทีว่าหมายถึงพี่หรือน้อง บริบทและการใช้ทั่วไป…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *