"Flatten” แปลว่า

คำว่า “Flatten” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายว่า ทำให้แบนราบ หรือ ทำให้เรียบ ไม่นูน ไม่หนา หรือไม่เป็นชั้น การใช้คำนี้จะขึ้นอยู่กับบริบทของประโยคและสิ่งที่เรากำลังพูดถึง

ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเจอคำว่า “Flatten” ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเราพูดถึงการทำให้เอกสารที่ยับย่นกลับมาเรียบ หรือเมื่อเราต้องการให้สิ่งของที่พับอยู่คลี่ออกจนแบนราบ หรือแม้แต่ในบริบทของการเจริญเติบโตที่ช้าลงจนหยุดนิ่ง เราก็อาจใช้คำนี้เพื่ออธิบายภาวะดังกล่าวได้เช่นกัน

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Flatten” หมายถึง การทำให้แบนราบ การทำให้เรียบ หรือการทำให้ไม่เป็นรูปร่างเดิมที่นูน หนา หรือเป็นชั้น การใช้งานมีความหลากหลาย เช่น

  • ทำให้แบนราบ: เช่น Flatten a piece of paper (ทำให้กระดาษแบนราบ), Flatten a balloon (ทำให้ลูกโป่งแบน)
  • ทำให้เรียบ: เช่น Flatten dough (รีดแป้งให้แบน), Flatten hair (ทำให้ผมเรียบตรง)
  • ทำให้ลดลงหรือหยุดนิ่ง: ในเชิงเปรียบเทียบ เช่น Flatten the curve (การทำให้เส้นกราฟการระบาดของโรคมีแนวโน้มลดลงและช้าลง)

ตัวอย่าง

  • Please flatten the cardboard box before you throw it away. (กรุณาทำให้กล่องกระดาษแบนก่อนทิ้ง)
  • The baker flattened the dough with a rolling pin. (คนทำขนมรีดแป้งให้แบนด้วยไม้คลึง)
  • The doctor hopes the new policy will flatten the number of COVID-19 cases. (หมอหวังว่านโยบายใหม่จะช่วยทำให้จำนวนผู้ป่วย COVID-19 ลดลงและไม่เพิ่มสูงขึ้น)

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “Flatten” มักถูกใช้ในบริบทที่ต้องการสื่อถึงการทำให้สิ่งต่างๆ มีสภาพที่แบนราบ หรือการลดทอนความสูง ความหนา หรือความนูนของวัตถุ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่ออธิบายถึงแนวโน้มที่ลดลงหรือคงที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในข่าวสารเกี่ยวกับสถิติหรือการระบาดของโรค

🔷 FAQ SECTION

“Flatten the curve” หมายถึงอะไร?

“Flatten the curve” เป็นสำนวนที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในช่วงการระบาดของโรค โดยหมายถึง การทำให้เส้นกราฟแสดงจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ในแต่ละวันมีแนวโน้มที่แบนลง หรือไม่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้ระบบสาธารณสุขรับภาระหนักเกินไป

มีคำพ้องความหมายของ “Flatten” หรือไม่?

มีคำที่ใกล้เคียงกัน เช่น “level” (ทำให้เรียบ, ทำให้เท่ากัน), “smooth” (ทำให้เรียบ), “press” (กด) ซึ่งแต่ละคำก็จะมีความแตกต่างกันเล็กน้อยในรายละเอียดของการใช้งาน

Similar Posts

  • "Cross” แปลว่า

    คำว่า “Cross” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ข้าม” หรือ “ไขว้” เป็นคำกริยา (verb) ที่ใช้บอกถึงการเคลื่อนที่จากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่ง หรือการวางสิ่งของทับกันในลักษณะที่ตัดกัน ในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Cross” ในหลายบริบท เช่น การบอกให้ข้ามถนน (cross the street) หรือการพูดถึงสัญลักษณ์กากบาท (a cross) ที่เห็นได้ทั่วไป นอกจากนี้ยังอาจหมายถึงการผสมข้ามสายพันธุ์ เช่น สุนัขพันธุ์ผสม (crossbreed) หรือการนำสิ่งสองสิ่งมาเชื่อมโยงกัน ความหมายและการใช้งาน “Cross” สามารถหมายถึง: การข้าม (To go across): เช่น Cross the river (ข้ามแม่น้ำ), Cross the road (ข้ามถนน) การตัดกัน (To intersect): เช่น Two lines cross (เส้นสองเส้นตัดกัน) เครื่องหมายกากบาท (A…

  • "Reason” แปลว่า

    คำว่า “Reason” ในภาษาอังกฤษนั้นมีความหมายหลักๆ คือ “เหตุผล” หรือ “สาเหตุ” ครับ เป็นคำที่ใช้อธิบายว่าทำไมบางสิ่งบางอย่างถึงเกิดขึ้น หรือทำไมเราถึงตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง ในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Reason” บ่อยๆ เวลาใครถามถึงที่มาที่ไปของเรื่องราวต่างๆ เช่น เมื่อเราทำผิดพลาด อาจมีคนถามว่า “What’s your reason?” ซึ่งก็คือ “มีเหตุผลอะไรถึงทำแบบนั้น?” หรือเวลาเราจะอธิบายการตัดสินใจของเรา เราก็จะบอก “The reason I did that is…” เพื่อบอกถึงเหตุผลเบื้องหลังการกระทำนั้นๆ ครับ ความหมายและการใช้งาน “Reason” หมายถึง สิ่งที่ทำให้เกิดผลลัพธ์บางอย่าง หรือเหตุผลที่สนับสนุนการกระทำ ความคิด หรือความเชื่ออย่างใดอย่างหนึ่ง มันช่วยให้เราเข้าใจที่มาที่ไป และสามารถอธิบายสิ่งต่างๆ ได้อย่างมีตรรกะ ตัวอย่าง What is the reason for the delay? (อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ล่าช้า?) She gave a…

  • "Rule” แปลว่า

    คำว่า “Rule” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายว่า “กฎ” หรือ “ข้อบังคับ” ซึ่งเป็นสิ่งที่กำหนดขึ้นเพื่อให้ทุกคนปฏิบัติตาม เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย หรือเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาต่างๆ เป็นหลักการที่ใช้ในการควบคุมหรือชี้นำการกระทำต่างๆ ให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องตามที่กำหนดไว้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือพบเห็นคำว่า “Rule” ในหลายบริบท เช่น กฎจราจร กฎของโรงเรียน กฎของที่ทำงาน หรือแม้กระทั่งกฎกติกาในการเล่นเกมต่างๆ การเข้าใจและปฏิบัติตาม “Rule” เหล่านี้จะช่วยให้การอยู่ร่วมกันในสังคมเป็นไปอย่างราบรื่น และลดข้อขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นได้ การใช้คำว่า “Rule” ในการสื่อสารจึงเป็นเรื่องที่พบเห็นได้บ่อยและมีความสำคัญในการทำความเข้าใจบริบทต่างๆ ความหมายและการใช้งาน “Rule” หมายถึง กฎ, ข้อบังคับ, กติกา, หลักเกณฑ์ หรือคำสั่งที่ต้องปฏิบัติตาม ซึ่งอาจเป็นกฎที่เขียนขึ้นอย่างเป็นทางการ หรือเป็นข้อตกลงที่เข้าใจกันโดยทั่วไป ในการใช้งานทั่วไป “Rule” มักจะสื่อถึงสิ่งที่ต้องทำหรือไม่ต้องทำ เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบ ปลอดภัย หรือเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์บางอย่าง ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น ในโรงเรียนอาจมี “School Rules” (กฎของโรงเรียน) เช่น นักเรียนต้องมาโรงเรียนตรงเวลา หรือห้ามใช้โทรศัพท์ในห้องเรียน ในการแข่งขันกีฬา ก็จะมี…

  • "Tue” แปลว่า

    คำว่า “Tue” เป็นตัวย่อของวันอังคาร (Tuesday) ในภาษาอังกฤษ เป็นคำที่ใช้กันทั่วไปในการสื่อสารแบบไม่เป็นทางการ โดยเฉพาะเมื่อต้องการระบุวันในสัปดาห์อย่างรวดเร็ว ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นคำว่า “Tue” ในตารางนัดหมาย ปฏิทิน หรือเมื่อเพื่อนฝูงพูดคุยกันถึงแผนการในสัปดาห์ เช่น “เจอกัน Tue หน้านะ” หรือ “ประชุม Tue ตอนบ่าย” เพื่อความสะดวกและประหยัดเวลาในการเขียนหรือพูด ความหมายและการใช้งาน “Tue” มาจากคำว่า “Tuesday” ซึ่งเป็นวันที่สามของสัปดาห์ในปฏิทินสากล เป็นการย่อคำเพื่อให้ง่ายต่อการสื่อสารในบริบทที่ไม่เป็นทางการ ตัวอย่าง “ส่งงานให้ทันภายใน Tue นี้” “นัดหมอ Tue เช้า” “หนังเข้า Tue หน้า” บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “Tue” มักใช้ในข้อความแชท อีเมลสั้นๆ หรือการสนทนาที่ต้องการความกระชับ เช่น ในการวางแผนกิจกรรม นัดหมาย หรือแจ้งข่าวสารเกี่ยวกับวันใดวันหนึ่งในสัปดาห์ 🔷 FAQ SECTION “Tue” ย่อมาจากวันอะไร? “Tue” ย่อมาจากวัน…

  • "Quite” แปลว่า

    “Quite” เป็นคำวิเศษณ์ (adverb) ในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ คือ “ค่อนข้าง” หรือ “ทีเดียว” ใช้เพื่อบ่งบอกระดับที่ไม่มากนัก แต่ก็ไม่น้อยจนเกินไป เป็นการแสดงความรู้สึกหรือการประเมินสิ่งต่างๆ ในระดับปานกลาง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Quite” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเมื่อต้องการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ได้ดีเลิศหรือแย่จนเกินไป เช่น ถ้ามีคนถามว่าอาหารอร่อยไหม เราอาจจะตอบว่า “It’s quite good” ซึ่งหมายถึง อาหารก็อร่อยดีนะ ไม่ได้อร่อยเลิศเลอ แต่ก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดี หรือถ้าเจออากาศที่ไม่ได้หนาวมาก แต่อากาศเย็นสบาย เราก็อาจจะบอกว่า “It’s quite cold today” เพื่อสื่อว่าอากาศเย็นพอสมควร ไม่ได้หนาวจัดจนทนไม่ไหว ความหมายและการใช้งาน “Quite” ใช้เพื่อเน้นย้ำถึงระดับของคำคุณศัพท์ (adjective) หรือคำวิเศษณ์ (adverb) อื่นๆ โดยมีความหมายว่า “ค่อนข้าง” หรือ “พอสมควร” เป็นการบอกว่าสิ่งนั้นๆ มีคุณสมบัติตามที่กล่าวในระดับหนึ่ง ไม่มากไป ไม่น้อยไป ตัวอย่าง This book…

  • "Expression” แปลว่า

    คำว่า “Expression” ในภาษาไทยมีความหมายว่า การแสดงออก หรือ การสำแดงออกมา ซึ่งสามารถเป็นการแสดงออกทางสีหน้า ท่าทาง คำพูด หรือแม้กระทั่งการกระทำ เพื่อสื่อสารความรู้สึก ความคิด หรืออารมณ์ต่างๆ ออกไปให้ผู้อื่นได้รับรู้ ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Expression” อยู่บ่อยครั้งโดยไม่รู้ตัว เช่น เวลาเราเห็นเพื่อนทำหน้าบึ้งตึง เราอาจจะบอกว่า “หน้าตาเขาดูไม่มี Expression เลย” ซึ่งหมายถึง เขาไม่ได้แสดงอารมณ์อะไรออกมาทางสีหน้าเลย หรือเมื่อเราชื่นชมการแสดงของนักแสดง เราอาจจะพูดว่า “นักแสดงคนนี้มี Expression ที่ดีมาก” หมายถึง เขาสามารถถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติและน่าเชื่อถือ ความหมายและการใช้งาน Expression หมายถึง การแสดงออกซึ่งสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นความคิด ความรู้สึก อารมณ์ หรือเจตนา โดยอาจผ่านช่องทางต่างๆ เช่น: สีหน้า (Facial Expression): การแสดงออกทางใบหน้า เช่น ยิ้ม เศร้า โกรธ ท่าทาง (Body Language/Gesture): การแสดงออกทางร่างกาย…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *