"is” แปลว่า

คำว่า “is” เป็นคำกริยา (verb) ในภาษาอังกฤษที่สำคัญมาก โดยมีความหมายหลักๆ คือ “เป็น” “อยู่” “คือ” ใช้เพื่อบอกถึงสถานะ สภาพ หรือตัวตนของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง รวมถึงใช้เป็นกริยาช่วย (auxiliary verb) ในรูปของ Tenses บางประเภท

ในชีวิตประจำวัน เราจะพบเจอและใช้คำว่า “is” บ่อยครั้งมาก เช่น เมื่อเราแนะนำตัวเอง หรือแนะนำคนอื่น เราจะพูดว่า “My name is…” หรือ “He is a doctor.” เมื่อเราต้องการบอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่ที่ไหน ก็จะใช้ “is” เช่นกัน เช่น “The book is on the table.” หรือเมื่อเราต้องการบอกถึงคุณสมบัติของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น “The sky is blue.” นอกจากนี้ “is” ยังใช้ในรูปประโยคที่กำลังดำเนินอยู่ (present continuous tense) เช่น “She is studying.”

ความหมายและการใช้งาน

“is” เป็นรูปหนึ่งของกริยา “to be” ในปัจจุบันกาล (present tense) ใช้กับประธานที่เป็นเอกพจน์บุรุษที่ 3 (he, she, it) หรือคำนามเอกพจน์อื่นๆ เช่น The cat, My friend, This car

ตัวอย่าง

  • He is happy. (เขาเป็นคนมีความสุข)
  • She is a teacher. (เธอคือครู)
  • It is raining. (ฝนกำลังตก)
  • The dog is sleeping. (หมากำลังนอนหลับ)
  • This book is interesting. (หนังสือนี้น่าสนใจ)

บริบทที่ใช้บ่อย

“is” มักใช้ในประโยคบอกเล่า (affirmative sentences) เพื่อระบุตัวตน คุณสมบัติ หรือตำแหน่งของประธาน รวมถึงใช้ในประโยคคำถาม (interrogative sentences) และประโยคปฏิเสธ (negative sentences) โดยการเติม “not” เข้าไป เช่น “He is not here.”


“is” ใช้กับประธานแบบไหนได้บ้าง?

“is” ใช้กับประธานที่เป็นเอกพจน์บุรุษที่ 3 (he, she, it) และคำนามเอกพจน์อื่นๆ เช่น The house, John, The idea

“is” กับ “am” และ “are” ต่างกันอย่างไร?

“is” ใช้กับประธานเอกพจน์บุรุษที่ 3, “am” ใช้กับประธานบุรุษที่ 1 (I) และ “are” ใช้กับประธานพหูพจน์ (we, you, they) และคำนามพหูพจน์ รวมถึงประธานเอกพจน์บางกรณี เช่น “you” (ในความหมายสุภาพ)

Similar Posts

  • "Damned” แปลว่า

    คำว่า “Damned” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ถูกสาป” หรือ “ต้องโทษ” ในเชิงศาสนา มักจะหมายถึงคนที่ถูกพระเจ้าตัดสินลงโทษให้ตกนรก หรือต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส แต่ในภาษาพูดทั่วไป คำนี้ก็ถูกนำมาใช้ในความหมายที่เบาลง เพื่อแสดงความรู้สึกหงุดหงิด รำคาญ หรือผิดหวังในสถานการณ์ต่างๆ ได้เช่นกัน ในชีวิตประจำวัน คนไทยอาจจะไม่ได้ใช้คำว่า “Damned” ตรงๆ บ่อยนัก แต่เราสามารถเห็นการนำไปใช้ในบริบทที่หลากหลาย เช่น เวลาพูดถึงภาพยนตร์ เพลง หรือแม้กระทั่งในการแสดงอารมณ์ขันที่ออกแนวประชดประชัน ลองนึกภาพเวลาที่เราเจอเรื่องที่น่าหงุดหงิดมากๆ แล้วอุทานออกมาเบาๆ ว่า “โอ๊ย แย่จริงๆ” หรือ “น่าเบื่อชะมัด” ความรู้สึกแบบนั้นแหละที่ใกล้เคียงกับความหมายของ “Damned” ในการใช้งานแบบไม่เป็นทางการ ความหมายและการใช้งาน โดยพื้นฐาน “Damned” หมายถึงการถูกสาป หรือถูกลงโทษอย่างร้ายแรง ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับความเชื่อทางศาสนาหรือตำนาน แต่ในปัจจุบัน คำนี้ถูกนำมาใช้ในความหมายที่หลากหลายขึ้น เพื่อเน้นย้ำถึงความรู้สึกต่างๆ เช่น: ความหงุดหงิด/รำคาญ: ใช้แสดงอารมณ์เมื่อเจอเรื่องที่ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง หรือเจออุปสรรคที่น่าโมโห ความผิดหวัง: ใช้เมื่อรู้สึกผิดหวังกับผลลัพธ์บางอย่าง การเน้นย้ำ: บางครั้งใช้เพื่อเพิ่มน้ำหนักให้กับคำพูด ให้ดูหนักแน่นขึ้น ตัวอย่างการใช้งาน…

  • "Have” แปลว่า

    คำว่า “Have” เป็นคำกริยาภาษาอังกฤษที่มีความหมายหลักๆ คือ “มี” หรือ “ครอบครอง” เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในชีวิตประจำวัน เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ การมีอยู่ หรือการได้รับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เราใช้ “Have” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อต้องการบอกว่าเรามีสิ่งของอะไร เช่น “I have a car” (ฉันมีรถ) หรือเมื่อพูดถึงความสัมพันธ์ เช่น “She has two brothers” (เธอมีพี่น้องชายสองคน) นอกจากนี้ยังใช้เพื่อแสดงถึงประสบการณ์ เช่น “We have a good time” (เรามีช่วงเวลาที่ดี) หรือเมื่อพูดถึงอาการเจ็บป่วย เช่น “He has a headache” (เขามีอาการปวดหัว) เป็นต้น Meaning & Usage “Have” หมายถึง การมี การครอบครอง หรือการได้รับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ใช้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ…

  • "Myths” แปลว่า

    คำว่า “Myths” ในภาษาอังกฤษมีความหมายว่า “ตำนาน” หรือ “เรื่องเล่าปรัมปรา” เป็นเรื่องราวที่มักจะเกี่ยวข้องกับเทพเจ้า วีรบุรุษ หรือปรากฏการณ์ธรรมชาติ ซึ่งถูกเล่าสืบต่อกันมาในอดีตเพื่ออธิบายสิ่งต่างๆ ที่มนุษย์ในสมัยก่อนยังไม่สามารถหาคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ได้ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเคยได้ยินคำว่า “Myths” เมื่อพูดถึงเรื่องราวที่คนส่วนใหญ่อาจจะเชื่อว่าเป็นจริง แต่แท้จริงแล้วไม่มีหลักฐานยืนยัน หรือเป็นเพียงความเชื่อที่เล่าต่อๆ กันมา เช่น การพูดถึง “Myths about health” ซึ่งหมายถึงความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับสุขภาพ หรือ “Myths about history” ที่หมายถึงเรื่องเล่าที่บิดเบือนไปจากข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ความหมายและการใช้งาน “Myths” หมายถึง เรื่องเล่าที่เก่าแก่ มักเกี่ยวข้องกับศาสนา วัฒนธรรม หรือประวัติศาสตร์ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ มักใช้เพื่ออธิบายต้นกำเนิดของโลก มนุษย์ หรือปรากฏการณ์ธรรมชาติ ตัวอย่างการใช้งาน เช่น “ตำนานกรีกโบราณ” (Greek myths) เล่าเรื่องราวของเทพเจ้าอย่างซุส โพไซดอน หรือเทพีอะธีนา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและความเชื่อของผู้คนในยุคนั้น บริบทที่พบบ่อย คำว่า “Myths” มักปรากฏในบริบทของวรรณคดี ประวัติศาสตร์ ศาสนา…

  • "Matter” แปลว่า

    คำว่า “Matter” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ ว่า “สสาร” หรือ “วัตถุ” ครับ เป็นคำที่ใช้เรียกสิ่งที่มีมวลและกินเนื้อที่ หรือก็คือทุกสิ่งทุกอย่างที่เราสามารถสัมผัส จับต้องได้ หรือมองเห็นได้รอบตัวเรา ตั้งแต่สิ่งของเล็กๆ อย่างฝุ่นละออง ไปจนถึงสิ่งใหญ่ๆ อย่างดวงดาว ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะไม่ได้ใช้คำว่า “Matter” ตรงๆ บ่อยนัก แต่เราใช้มันในบริบทที่เกี่ยวกับสิ่งของหรือองค์ประกอบต่างๆ ที่ประกอบกันขึ้นเป็นโลกของเรา เช่น เมื่อพูดถึงวิทยาศาสตร์ เราอาจจะพูดถึง “สถานะของ Matter” (states of matter) ซึ่งก็คือของแข็ง ของเหลว ก๊าซ นั่นเอง หรือในบางครั้ง อาจจะใช้ในเชิงเปรียบเปรยถึง “ประเด็น” หรือ “เรื่องราว” ที่สำคัญก็ได้ แต่ความหมายหลักๆ ที่เป็นที่นิยมและเข้าใจกันมากที่สุดก็คือ “สสาร” ครับ ความหมายและการใช้งาน โดยพื้นฐานแล้ว “Matter” หมายถึง สิ่งที่มีมวล (mass) และต้องการพื้นที่ (occupies space)…

  • "inches” แปลว่า

    “inches” เป็นหน่วยวัดความยาวที่มาจากระบบการวัดแบบอังกฤษ (Imperial system) โดย 1 นิ้ว (inch) จะเท่ากับ 2.54 เซนติเมตร (centimeters) ซึ่งเป็นหน่วยวัดความยาวที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา และยังคงพบเห็นได้ในการระบุขนาดของสินค้าบางประเภท เช่น หน้าจอโทรทัศน์ จอคอมพิวเตอร์ หรือเสื้อผ้า ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “inches” เมื่อมีการพูดถึงขนาดของสิ่งต่างๆ ที่ไม่ใช่หน่วยวัดแบบเมตริก (metric) เช่น เวลาซื้อทีวี พนักงานอาจจะบอกว่า “จอมีขนาด 55 inches” หรือเวลาวัดความสูงของเด็ก คุณแม่อาจจะบอกว่า “ลูกสูงขึ้น 2 inches แล้วนะ” หรือแม้แต่เวลาสั่งซื้อกางเกง บางครั้งผู้ขายอาจจะระบุขนาดเป็น inches เช่น “เอว 32 inches” ซึ่งเราก็ต้องแปลงเป็นเซนติเมตรเพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น ความหมายและการใช้งาน “inches” หมายถึง หน่วยวัดความยาว โดย 1 inch เท่ากับ 2.54 เซนติเมตร…

  • "Skirt” แปลว่า

    คำว่า “Skirt” ในภาษาไทยหมายถึง “กระโปรง” ซึ่งเป็นเครื่องแต่งกายของผู้หญิงที่สวมใส่บริเวณช่วงเอวลงไปถึงขา โดยทั่วไปแล้วกระโปรงมีลักษณะเป็นผ้าที่เย็บติดกันเป็นวงกลม หรือมีลักษณะเป็นผืนผ้าที่พันรอบเอวแล้วยึดติดไว้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นและได้ยินคำว่า “กระโปรง” หรือ “Skirt” บ่อยครั้งเมื่อพูดถึงเสื้อผ้าแฟชั่น การแต่งกายสำหรับโอกาสต่างๆ หรือแม้แต่การเลือกซื้อเสื้อผ้าทั่วไป เช่น “วันนี้จะใส่ Skirt ไปทำงาน” หรือ “ชอบ Skirt ตัวนี้จัง สีสวยดี” เป็นต้น คำนี้ใช้เรียกเสื้อผ้าประเภทนี้ได้อย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นกระโปรงสั้น กระโปรงยาว กระโปรงพลีท หรือกระโปรงทรงเอ ความหมายและการใช้งาน Skirt หมายถึง กระโปรง ซึ่งเป็นเสื้อผ้าที่ผู้หญิงนิยมสวมใส่เพื่อความสวยงาม สุภาพ หรือตามโอกาสต่างๆ สามารถนำไปจับคู่กับเสื้อได้หลากหลายสไตล์ ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อพูดถึงการแต่งกายในชีวิตประจำวัน เราอาจจะพูดว่า “คุณแม่ซื้อ Skirt ตัวใหม่ให้” หรือ “ชุดนี้ต้องใส่กับ Skirt ถึงจะเข้ากัน” นอกจากนี้ยังใช้ในบริบทของการออกแบบแฟชั่น เช่น “ดีไซเนอร์ออกแบบ Skirt คอลเลคชั่นใหม่” บริบทที่ใช้ทั่วไป คำว่า…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *