"Terrible” แปลว่า

คำว่า “Terrible” เป็นคำคุณศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้ในการอธิบายถึงสิ่งที่ไม่ดีอย่างมาก แย่มากๆ หรือน่ากลัวมากๆ โดยมีความหมายที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับความรู้สึกไม่สบายใจไปจนถึงความน่าสะพรึงกลัว

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Terrible” เพื่อแสดงความรู้สึกต่อเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่ไม่น่าพอใจ เช่น สภาพอากาศที่เลวร้าย อาหารที่รสชาติแย่มากๆ หรือผลการแข่งขันที่น่าผิดหวัง นอกจากนี้ยังสามารถใช้เพื่ออธิบายถึงความเจ็บปวดทางร่างกายหรือจิตใจที่รุนแรงได้ด้วย

ความหมายและการใช้งาน

“Terrible” แปลว่า แย่มาก, เลวร้าย, น่ากลัว, ร้ายแรง ใช้เพื่อเน้นย้ำถึงความไม่ดีในระดับสูง

ตัวอย่าง

สภาพอากาศ: The weather today is terrible. (อากาศวันนี้แย่มาก)

ความรู้สึก: I feel terrible about what happened. (ฉันรู้สึกแย่มากกับสิ่งที่เกิดขึ้น)

คุณภาพ: The movie was terrible. (หนังเรื่องนั้นแย่มาก)

อันตราย: There was a terrible accident. (เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้น)

บริบทการใช้งานทั่วไป

คำนี้มักใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการเน้นย้ำถึงความรู้สึกไม่ดี ความเสียหาย หรืออันตรายที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง

“Terrible” กับ “Bad” ต่างกันอย่างไร?

“Terrible” มีความหมายที่รุนแรงกว่า “Bad” มาก “Bad” ใช้กับสิ่งที่ไม่ดีในระดับทั่วไป แต่ “Terrible” ใช้กับสิ่งที่แย่มากๆ จนถึงขั้นน่ากลัวหรือร้ายแรง

มีคำอื่นที่ใช้แทน “Terrible” ได้ไหม?

มีคำอื่นที่ใกล้เคียงกัน เช่น awful, dreadful, horrible ซึ่งมีความหมายไปในทางเดียวกัน คือ แย่มาก, เลวร้าย, น่ากลัว

Similar Posts

  • "AI” แปลว่า

    AI ย่อมาจากคำว่า Artificial Intelligence ซึ่งแปลตรงตัวว่า “ปัญญาประดิษฐ์” ในภาษาไทย หมายถึงการสร้างระบบคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมที่สามารถเลียนแบบความสามารถของมนุษย์ในการคิด วิเคราะห์ เรียนรู้ และตัดสินใจได้ ในชีวิตประจำวัน เราได้พบเจอและใช้งาน AI อยู่บ่อยครั้งโดยไม่รู้ตัว ตัวอย่างเช่น เมื่อเราใช้สมาร์ทโฟน ระบบผู้ช่วยส่วนตัวอย่าง Siri หรือ Google Assistant ที่เข้าใจคำสั่งเสียงของเรา หรือเวลาที่เราดูหนังฟังเพลงบนแอปพลิเคชันสตรีมมิ่ง ระบบก็จะแนะนำเนื้อหาที่เราน่าจะชอบให้โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ AI ยังช่วยคัดกรองสแปมในอีเมล ทำให้เราได้รับเฉพาะอีเมลที่สำคัญ หรือแม้แต่ในรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ก็มีระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ใช้ AI เข้ามาประมวลผลเพื่อความปลอดภัย ความหมายและการใช้งาน AI คือการทำให้คอมพิวเตอร์มีความฉลาดเหมือนมนุษย์ สามารถรับรู้ เรียนรู้ เข้าใจ และแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องมีคนสั่งงานทุกขั้นตอน การใช้งาน AI ครอบคลุมหลากหลายวงการ ตั้งแต่การแพทย์ที่ใช้ AI ช่วยวินิจฉัยโรค การเงินที่ใช้ AI วิเคราะห์ความเสี่ยง ไปจนถึงอุตสาหกรรมบันเทิงที่ใช้ AI สร้างสรรค์ผลงาน ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ…

  • "Stairs” แปลว่า

    คำว่า “Stairs” ในภาษาไทยหมายถึง “บันได” ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ใช้ในการเชื่อมต่อระหว่างชั้นที่ต่างกันของอาคาร หรือระหว่างระดับความสูงที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปบันไดจะประกอบด้วยขั้นบันไดที่เรียงตัวกันเป็นแนวเอียงเพื่อให้ผู้คนสามารถเดินขึ้นหรือลงได้ ในชีวิตประจำวัน เราใช้ “Stairs” หรือบันไดกันอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นบันไดในบ้านพักอาศัยทั่วไป บันไดในอาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า หรือแม้กระทั่งบันไดสาธารณะตามสวนสาธารณะหรือสถานที่ท่องเที่ยว การขึ้นลงบันไดเป็นกิจกรรมที่เราทำเป็นปกติเพื่อเคลื่อนที่ไปยังชั้นต่างๆ หรือเปลี่ยนระดับความสูง การออกแบบบันไดก็มีหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่บันไดตรง บันไดวน ไปจนถึงบันไดหักมุม เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานและพื้นที่ที่มีอยู่ ความหมายและการใช้งาน “Stairs” หมายถึง บันได ซึ่งเป็นทางเดินที่มีขั้นเป็นระดับต่อเนื่องกัน ใช้สำหรับขึ้นลงระหว่างพื้นที่ต่างระดับ มีทั้งบันไดที่ทำจากวัสดุต่างๆ เช่น ไม้ คอนกรีต เหล็ก หรือหิน ตัวอย่างการใช้งาน “Please use the stairs to go up to the second floor.” (กรุณาใช้บันไดเพื่อขึ้นไปยังชั้นสอง) “The stairs in this building are quite steep.”…

  • "Oh My God” แปลว่า

    คำว่า “Oh My God” เป็นอุทานภาษาอังกฤษที่ใช้แสดงความรู้สึกประหลาดใจ ตกใจ ดีใจ เสียใจ หรือไม่เชื่อในสถานการณ์ต่างๆ เป็นการแสดงอารมณ์ที่ค่อนข้างรุนแรงและเป็นกันเอง ในชีวิตประจำวัน คนไทยมักจะใช้คำว่า “Oh My God” หรือย่อว่า “OMG” เมื่อเจอเรื่องที่ไม่คาดฝัน เช่น เห็นอะไรที่น่าทึ่งมากๆ รู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หรือแม้กระทั่งเมื่อได้รับข่าวดีที่ทำให้ดีใจจนพูดไม่ออก ก็สามารถอุทานคำนี้ออกมาได้ เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในหมู่เพื่อนฝูง หรือในสถานการณ์ที่ไม่เป็นทางการ เพื่อสื่อถึงอารมณ์ที่พลุ่งพล่านในขณะนั้น ความหมายและการใช้งาน “Oh My God” แปลตรงตัวว่า “โอ้ พระเจ้าของฉัน” เป็นการเรียกขานถึงพระเจ้าเพื่อแสดงอารมณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความตกใจสุดขีด (เช่น เห็นอุบัติเหตุ) ความประหลาดใจ (เช่น เห็นของขวัญชิ้นใหญ่) ความดีใจ (เช่น สอบผ่าน) หรือแม้กระทั่งความผิดหวัง (เช่น ทำของหล่นแตก) เป็นคำอุทานที่แสดงถึงการตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่รุนแรงและฉับพลัน ตัวอย่างการใช้งาน สถานการณ์ที่ 1: เห็นเพื่อนแต่งตัวสวยมาก “OMG! เธอสวยมากเลยวันนี้!” สถานการณ์ที่ 2:…

  • "Shapes” แปลว่า

    คำว่า “Shapes” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง รูปทรง หรือ รูปร่าง ครับ เป็นคำที่ใช้อธิบายลักษณะภายนอกของสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่เราคุ้นเคย หรือรูปร่างลักษณะของวัตถุต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Shapes” ในการพูดคุยหรืออธิบายสิ่งต่างๆ รอบตัวอยู่เสมอ เช่น เวลาเราไปร้านขายของ แล้วอยากได้ของที่มีรูปทรงกลมๆ เราก็อาจจะบอกว่า “I’m looking for something in a round shape” หรือเวลาสอนเด็กๆ เกี่ยวกับรูปทรงต่างๆ เราก็จะมีคำศัพท์ที่เกี่ยวกับ “Shapes” เหล่านี้ เช่น วงกลม (circle) สี่เหลี่ยม (square) สามเหลี่ยม (triangle) เป็นต้น หรือแม้แต่การอธิบายรูปร่างของคน สัตว์ หรือสิ่งของ ก็สามารถใช้คำนี้ได้เช่นกัน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Shapes” หมายถึง รูปทรง หรือ รูปร่าง โดยทั่วไปมักจะหมายถึงรูปทรงเรขาคณิตพื้นฐาน เช่น วงกลม…

  • "Trash” แปลว่า

    คำว่า “Trash” ในภาษาอังกฤษ แปลตรงตัวว่า “ขยะ” ครับ เป็นคำนามที่หมายถึงสิ่งของที่ไม่ต้องการแล้ว หรือสิ่งที่ถูกทิ้งแล้ว เป็นได้ทั้งของที่จับต้องได้ เช่น เศษอาหาร กล่องเปล่า หรือสิ่งของที่เสียแล้ว และยังสามารถใช้ในเชิงเปรียบเทียบได้ด้วย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Trash” ในบริบทของการทิ้งสิ่งของต่างๆ เช่น เมื่อเราทานอาหารเสร็จ ก็จะนำเศษอาหารไปทิ้งในถัง “Trash” หรือเมื่อมีของที่พังแล้ว ไม่สามารถซ่อมแซมหรือใช้งานต่อได้ ก็จะถือว่าเป็น “Trash” และต้องนำไปทิ้ง นอกจากนี้ คนยังอาจใช้คำว่า “Trash” เพื่ออธิบายถึงสิ่งที่ไม่มีคุณภาพ หรือไม่มีคุณค่าอีกต่อไป เช่น เพลงที่แย่มากๆ หรือภาพยนตร์ที่ไม่มีใครอยากดู ก็อาจถูกเรียกว่า “Trash” ได้เช่นกัน ความหมายและการใช้งาน “Trash” หมายถึง ขยะ สิ่งปฏิกูล หรือของที่ทิ้งแล้ว สามารถใช้ได้ทั้งในความหมายตรงตัว และความหมายเชิงเปรียบเทียบเพื่อสื่อถึงสิ่งไม่มีคุณภาพ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น “Put this in the trash.” (เอาอันนี้ไปทิ้งถังขยะ) หรือ…

  • "go to” แปลว่า

    คำว่า “go to” เป็นวลีภาษาอังกฤษที่ใช้กันบ่อยในชีวิตประจำวัน มีความหมายหลักๆ คือ “ไปที่” หรือ “ไปยัง” ซึ่งเป็นการบอกทิศทางหรือจุดหมายปลายทางที่เราต้องการจะไป ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “go to” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อเราถามทางเพื่อนว่า “Can you tell me how to go to the nearest BTS station?” (คุณช่วยบอกทางไปสถานี BTS ที่ใกล้ที่สุดให้หน่อยได้ไหม?) หรือเวลาที่เราบอกคนอื่นว่าเราจะไปไหน เช่น “I’m going to the supermarket to buy some groceries.” (ฉันกำลังจะไปซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้อของชำ) ความหมายและการใช้งาน “Go to” สามารถใช้ได้ทั้งกับการเดินทางไปยังสถานที่จริง และการไปยังหน้าเว็บหรือส่วนต่างๆ ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ตัวอย่าง “Let’s go to the…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *