"Figure” แปลว่า

คำว่า “Figure” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ ได้แก่ “รูปภาพ”, “ภาพประกอบ”, “แผนภาพ”, “ตัวเลข” หรือ “บุคคลสำคัญ” ขึ้นอยู่กับบริบทที่นำไปใช้ โดยทั่วไปแล้ว “figure” จะหมายถึงสิ่งที่แสดงข้อมูลหรือเรื่องราวด้วยภาพหรือสัญลักษณ์ต่างๆ

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเจอคำว่า “figure” ได้บ่อยครั้ง เช่น ในหนังสือเรียนที่มี “figure” ประกอบเพื่ออธิบายเนื้อหา หรือในรายงานที่แสดงข้อมูลด้วย “figure” ต่างๆ หรือแม้กระทั่งเมื่อพูดถึง “figure” ของนักแสดงที่มีรูปร่างหน้าตาดี ก็สามารถใช้คำนี้ได้เช่นกัน

ความหมายและการใช้งาน

“Figure” สามารถแปลได้หลายความหมาย ดังนี้:

  • รูปภาพ/ภาพประกอบ (Illustration/Picture): ใช้เมื่อต้องการอ้างอิงถึงรูปภาพที่ปรากฏในสิ่งพิมพ์ต่างๆ เช่น รูปภาพในหนังสือ นิตยสาร หรือบทความออนไลน์
  • แผนภาพ (Diagram/Chart): ใช้เมื่อหมายถึงแผนภาพที่แสดงข้อมูลทางสถิติหรือข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ เช่น กราฟแท่ง (bar figure) หรือแผนภูมิวงกลม (pie figure)
  • ตัวเลข (Number/Digit): ใช้ในการอ้างอิงถึงตัวเลขจำนวนมาก หรือตัวเลขที่แสดงถึงปริมาณ
  • บุคคลสำคัญ (Prominent Person): ใช้เรียกบุคคลที่มีชื่อเสียงหรือมีอิทธิพลในวงการใดวงการหนึ่ง
  • รูปร่าง (Physique/Shape): ใช้กล่าวถึงลักษณะทางกายภาพหรือรูปร่างของคน

ตัวอย่างการใช้งาน

  • รูปภาพ/ภาพประกอบ: “Please refer to figure 1 for a detailed explanation.” (โปรดดู figure 1 เพื่อคำอธิบายโดยละเอียด)
  • แผนภาพ: “The sales trend is clearly shown in the bar figure.” (แนวโน้มยอดขายแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนใน figure แบบแท่ง)
  • ตัวเลข: “The company’s profit reached a significant figure this quarter.” (กำไรของบริษัทแตะระดับที่สูงเป็น figure ที่สำคัญในไตรมาสนี้)
  • บุคคลสำคัญ: “He is a leading figure in the tech industry.” (เขาเป็น figure ชั้นนำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี)
  • รูปร่าง: “She has an athletic figure.” (เธอมี figure แบบนักกีฬา)

บริบทการใช้งานทั่วไป

“Figure” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูล การวิเคราะห์ หรือการอ้างอิงถึงสิ่งที่เป็นรูปธรรมหรือเป็นที่รู้จัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงวิชาการ ธุรกิจ และสื่อต่างๆ

🔷 FAQ SECTION

“Figure” หมายถึง “รูปภาพ” เสมอไปหรือไม่?

ไม่เสมอไปครับ “Figure” สามารถหมายถึง “แผนภาพ”, “ตัวเลข”, “บุคคลสำคัญ” หรือ “รูปร่าง” ได้ ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้

เราจะรู้ได้อย่างไรว่า “Figure” ในประโยคหนึ่งๆ หมายถึงอะไร?

คุณต้องพิจารณาคำอื่นๆ ที่อยู่รอบข้างในประโยคนั้นๆ และสถานการณ์โดยรวม เพื่อทำความเข้าใจความหมายที่ถูกต้องของ “figure” ในบริบทนั้นครับ

Similar Posts

  • "Bell” แปลว่า

    คำว่า “Bell” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ระฆัง” หรือ “กระดิ่ง” ซึ่งเป็นวัตถุที่มีเสียงดังเมื่อถูกตีหรือเขย่า เพื่อใช้เป็นสัญญาณ เตือน หรือเพื่อความสวยงาม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Bell” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น ระฆังที่โบสถ์ (church bell) กระดิ่งประตูบ้าน (doorbell) หรือแม้กระทั่งการใช้เป็นคำเปรียบเทียบถึงเสียงเตือนต่างๆ เช่น เสียงโทรศัพท์ดัง (phone bell) หรือเสียงเตือนในเกม (game bell) นอกจากนี้ยังอาจหมายถึงนักร้องหรือนักแสดงที่มีเสียงไพเราะอีกด้วย ความหมายและการใช้งาน “Bell” หมายถึง ระฆัง หรือ กระดิ่ง โดยทั่วไปแล้วจะทำจากโลหะ มีลักษณะเป็นรูปถ้วยคว่ำหรือคล้ายระฆัง เมื่อมีวัตถุมากระทบภายในหรือภายนอก จะเกิดเสียงกังวานขึ้น การใช้งานมีตั้งแต่การบอกเวลา การเตือนภัย การเรียก หรือแม้กระทั่งเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงดนตรี ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น “The school bell rang.” หมายถึง “เสียงระฆังโรงเรียนดังขึ้น” หรือ “Please ring…

  • "Boil” แปลว่า

    คำว่า “Boil” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ต้ม” หรือ “เดือด” เมื่อพูดถึงน้ำหรือของเหลวอื่นๆ ที่ถูกทำให้ร้อนจนถึงจุดเดือด ส่วนอีกความหมายหนึ่งที่ใช้กันทั่วไปคือ “เดือดพล่าน” หรือ “เดือดปุดๆ” ซึ่งอาจหมายถึงการเดือดของน้ำจริงๆ หรือใช้เปรียบเปรยถึงอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน โกรธจัด หรือความรู้สึกที่อัดอั้นจนพร้อมจะระเบิดออกมา ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Boil” ในบริบทของการทำอาหาร เช่น การต้มไข่ (boil an egg) หรือการต้มน้ำสำหรับชงกาแฟ/ชา (boil water) นอกจากนี้ ยังมีการใช้ในเชิงเปรียบเปรยเพื่ออธิบายสภาวะอารมณ์ที่รุนแรง เช่น เมื่อใครบางคนโกรธจัดมากๆ จนแทบจะทนไม่ไหว เราอาจพูดว่า “He’s boiling with anger” ซึ่งหมายถึงเขากำลังเดือดดาลอย่างมาก หรือในสถานการณ์ที่ความตึงเครียดสะสมจนถึงจุดที่พร้อมจะปะทุ ก็อาจใช้คำว่า “The tension is boiling” ได้เช่นกัน Meaning & Usage ความหมาย: ต้ม: ใช้กับการทำอาหารหรือทำให้ของเหลวร้อนจนถึงจุดเดือด เดือดพล่าน: ใช้ได้ทั้งกับของเหลวที่เดือดจริงๆ…

  • "ย่าน” แปลว่า

    คำว่า “ย่าน” โดยทั่วไปหมายถึง พื้นที่หรือบริเวณที่มีลักษณะเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือเป็นที่รวมของสิ่งต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกัน อาจเป็นย่านที่อยู่อาศัย ย่านการค้า ย่านอุตสาหกรรม หรือย่านที่มีผู้คนจากเชื้อชาติเดียวกันอาศัยอยู่รวมกัน ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “ย่าน” เพื่อระบุตำแหน่งหรืออธิบายลักษณะของพื้นที่ เช่น “ฉันไปซื้อของที่ย่านสยามมา” หรือ “แถวบ้านฉันเป็นย่านที่เงียบสงบ” เป็นต้น นอกจากนี้ยังใช้เพื่อสื่อถึงบรรยากาศหรือความเป็นไปของสถานที่นั้นๆ ด้วย เช่น “ย่านนี้มีร้านอาหารอร่อยเยอะ” หรือ “เป็นย่านที่คึกคักมากในตอนกลางคืน” ความหมายและการใช้งาน คำว่า “ย่าน” มีความหมายกว้าง สามารถใช้ได้กับหลายบริบท ตั้งแต่การแบ่งเขตพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ ไปจนถึงการบ่งบอกถึงลักษณะเด่นหรือกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นๆ ตัวอย่างการใช้งาน เราอาจพูดว่า “นี่คือย่านเมืองเก่าที่มีสถาปัตยกรรมสวยงาม” หรือ “เขาทำงานอยู่ในย่านธุรกิจที่สำคัญของเมือง” นอกจากนี้ยังอาจใช้กล่าวถึงย่านที่มีชื่อเสียงในด้านใดด้านหนึ่ง เช่น “ย่านนี้ขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลสดใหม่” บริบทและการใช้งานทั่วไป คำว่า “ย่าน” มักถูกใช้ในการสนทนาทั่วไปเพื่ออ้างถึงพื้นที่ที่คุ้นเคย หรือเพื่อแนะนำสถานที่ให้กับผู้อื่น เป็นคำที่ช่วยให้การสื่อสารเกี่ยวกับสถานที่กระชับและเข้าใจง่ายขึ้น ย่าน หมายถึงอะไร? ย่าน หมายถึง พื้นที่หรือบริเวณที่มีลักษณะเฉพาะ หรือเป็นที่รวมของสิ่งต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกัน เช่น ย่านที่อยู่อาศัย…

  • "pots” แปลว่า

    คำว่า “pots” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง กระถาง หรือภาชนะสำหรับปลูกต้นไม้ โดยทั่วไปมักหมายถึงกระถางดินเผา แต่ปัจจุบันอาจหมายรวมถึงกระถางที่ทำจากวัสดุอื่นๆ เช่น พลาสติก เซรามิก หรือปูนก็ได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นคำว่า “pots” ถูกนำมาใช้ในการพูดคุยเกี่ยวกับการจัดสวน การปลูกต้นไม้ หรือแม้แต่การตกแต่งบ้าน เช่น เวลาไปเลือกซื้อต้นไม้ที่ร้าน บางครั้งพนักงานก็จะแนะนำว่าต้นไม้ต้นนี้เหมาะกับ “pots” แบบไหน หรือเราอาจจะพูดคุยกับเพื่อนเกี่ยวกับการหา “pots” สวยๆ มาวางประดับระเบียงบ้าน ความหมายและการใช้งาน “Pots” คือ ภาชนะที่ใช้สำหรับปลูกต้นไม้ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นที่อยู่ให้รากพืชเจริญเติบโตและช่วยให้การดูแลรักษาพืชทำได้สะดวกขึ้น นอกจากนี้ “pots” ยังมีบทบาทในการตกแต่ง เพิ่มความสวยงามให้กับพื้นที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภายในบ้าน นอกบ้าน หรือสวน ตัวอย่างการใช้งาน 1. “ฉันเพิ่งซื้อต้นกุหลาบมาใหม่ กำลังมองหา pots สวยๆ ไปใส่ให้มันอยู่เลย” (I just bought a new rose plant, I’m looking…

  • "Complaint” แปลว่า

    คำว่า “Complaint” ในภาษาอังกฤษมีความหมายว่า “การร้องเรียน” หรือ “การแสดงความไม่พอใจ” เป็นการสื่อสารที่แสดงออกถึงความรู้สึกไม่สบายใจ ไม่พอใจ หรือมีข้อขัดแย้งเกี่ยวกับสินค้า บริการ หรือสถานการณ์บางอย่าง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบการใช้คำว่า “Complaint” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อซื้อสินค้ามาแล้วพบว่ามีตำหนิ หรือการบริการที่ได้รับไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ผู้บริโภคมักจะทำการร้องเรียนไปยังผู้ขาย หรือบริษัทที่เกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งปัญหาและหวังว่าจะได้รับการแก้ไข หรือชดเชยตามความเหมาะสม ความหมายและการใช้งาน Complaint หมายถึง การแสดงออกถึงความไม่พอใจ หรือการกล่าวโทษต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ทำให้รู้สึกไม่ดี มักใช้เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นกับสินค้า บริการ หรือการปฏิบัติต่างๆ ที่ไม่เป็นที่น่าพอใจ ตัวอย่าง ลูกค้าส่ง Complaint เรื่องคุณภาพของสินค้าที่ได้รับ พนักงานรับฟัง Complaint จากผู้ใช้บริการด้วยความใส่ใจ บริษัทมีนโยบายจัดการกับ Complaint ของลูกค้าอย่างรวดเร็ว บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “Complaint” มักถูกใช้ในบริบทของการบริการลูกค้า การซื้อขายสินค้า หรือการจัดการข้อร้องเรียนต่างๆ ในองค์กร เพื่อสะท้อนถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและกระบวนการแก้ไข 🔷 FAQ SECTION “Complaint” ต่างจาก “Feedback”…

  • "เหมายโห่ว” แปลว่า

    เหมายโห่ว (Hemaow) เป็นคำสแลงที่ใช้กันในกลุ่มเพื่อนสนิท หรือคนรู้จักที่สนิทกันมากๆ มีความหมายถึง การที่ใครคนหนึ่งมีอารมณ์หงุดหงิด ฉุนเฉียว หรือไม่พอใจในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ โดยที่อาจจะไม่ได้มีสาเหตุที่ชัดเจน หรือมีสาเหตุมาจากเรื่องที่ดูแล้วไม่น่าจะทำให้เกิดอารมณ์ขนาดนั้น เป็นอาการที่แสดงออกถึงความไม่สบายใจ หรือความรู้สึกที่ไม่ดีออกมาให้คนรอบข้างรับรู้ คนส่วนใหญ่มักจะใช้คำว่า “เหมายโห่ว” ในสถานการณ์ที่เห็นเพื่อน หรือคนรู้จักมีท่าทีไม่พอใจ ฉุนเฉียว หรือทำหน้าบึ้งตึงโดยไม่มีเหตุผล หรือมีเหตุผลที่ไม่สมควรจะทำให้เกิดอาการดังกล่าว เช่น เพื่อนที่ปกติร่าเริงอยู่ดีๆ ก็เงียบไป หรือตอบคำถามสั้นๆ ห้วนๆ อาจจะพูดแซวกันว่า “เป็นอะไรมา เหมายโห่วเหรอวันนี้” เพื่อหยั่งเชิง หรือแสดงความห่วงใยในอีกรูปแบบหนึ่ง เป็นการสื่อสารที่แสดงถึงความสนิทสนม และเข้าใจกันในกลุ่ม ความหมายและการใช้งาน คำว่า “เหมายโห่ว” สื่อถึงสภาวะทางอารมณ์ที่แปรปรวน ไม่ราบรื่น มีความหงุดหงิด หรือไม่สบายใจเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน มักใช้บรรยายลักษณะอาการของคนที่กำลังอารมณ์เสีย หรือกำลังอยู่ในช่วงที่อารมณ์ไม่ดี โดยที่สาเหตุอาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่โต หรือบางครั้งก็อาจจะไม่มีสาเหตุที่ชัดเจนให้เห็น ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อเห็นเพื่อนทำหน้าบึ้งตึงโดยไม่มีสาเหตุ อาจจะพูดว่า “ทำไมวันนี้หน้าเหมาโห่วจัง มีอะไรไม่สบายใจเหรอ” หรือในกรณีที่เพื่อนตอบคำถามสั้นๆ ห้วนๆ อาจจะพูดติดตลกว่า “เหอะๆ เหมายโห่วอีกแล้วเรา” บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *