"เจ๊ง” แปลว่า

คำว่า “เจ๊ง” เป็นคำสแลงในภาษาไทยที่ใช้อธิบายสถานการณ์ที่ธุรกิจ, กิจการ, หรือโครงการต่างๆ ประสบความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงจนไม่สามารถดำเนินต่อไปได้อีก มักหมายถึงการขาดทุนอย่างหนักจนต้องปิดตัวลง หรือไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

ในชีวิตประจำวัน คนไทยมักใช้คำว่า “เจ๊ง” เพื่อพูดถึงการล้มเหลวของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าเล็กๆ ร้านอาหาร บริษัท หรือแม้กระทั่งโครงการที่ลงทุนไปแล้วไม่เห็นผล เช่น เพื่อนอาจจะเล่าให้ฟังว่า “ร้านกาแฟที่เพิ่งเปิดไปไม่นานนี่เจ๊งแล้ว ต้องปิดไปเลย” หรืออาจจะพูดถึงตัวเองว่า “ลงทุนทำแอปพลิเคชันไปเยอะ สุดท้ายก็เจ๊ง ไม่คุ้มทุนเลย”

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “เจ๊ง” สื่อถึงความล้มเหลวอย่างสมบูรณ์ มักใช้ในบริบทของการเงินและธุรกิจที่ขาดทุนจนไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ เป็นคำที่เข้าใจง่ายและใช้กันอย่างแพร่หลายในภาษาพูด

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “ร้านอาหารตามสั่งข้างบ้านปิดไปแล้ว สงสัยจะเจ๊งเพราะพิษเศรษฐกิจ”
  • “โปรเจกต์ที่เขาทำอยู่ดูท่าจะไม่รอด น่าจะเจ๊งก่อนกำหนด”
  • “ถ้าขายของแบบนี้ต่อไปมีหวังเจ๊งแน่ ต้องปรับปรุงกลยุทธ์ด่วน”

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “เจ๊ง” มักถูกใช้ในบทสนทนาทั่วไปเกี่ยวกับการทำธุรกิจ การลงทุน หรือโครงการต่างๆ ที่ไม่ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะเมื่อเกิดการขาดทุนอย่างหนักจนต้องยุติกิจการ

คำถามที่พบบ่อย

“เจ๊ง” กับ “ขาดทุน” ต่างกันอย่างไร?

คำว่า “ขาดทุน” หมายถึงการที่รายจ่ายมากกว่ารายรับ ซึ่งอาจจะยังดำเนินธุรกิจต่อไปได้ แต่ “เจ๊ง” จะหมายถึงการล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงจนต้องเลิกกิจการไปเลย

มีคำอื่นที่ใช้แทน “เจ๊ง” ได้ไหม?

มีคำอื่นที่ความหมายใกล้เคียงกัน เช่น ล้มละลาย, ปิดกิจการ, ไม่รอด, แต่ “เจ๊ง” เป็นคำที่ใช้กันทั่วไปและเข้าใจง่ายในภาษาพูด

Similar Posts

  • "Knowledge” แปลว่า

    คำว่า “Knowledge” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ความรู้” ซึ่งหมายถึง ข้อมูล ข้อเท็จจริง ทักษะ หรือความเข้าใจที่ได้มาจากการเรียนรู้ ประสบการณ์ หรือการสังเกต เป็นสิ่งที่สะสมอยู่ในสมองและจิตใจของบุคคล ทำให้สามารถนำไปใช้ในการคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา หรือตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ได้ ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Knowledge” หรือ “ความรู้” อยู่เสมอ เช่น เมื่อเราเรียนหนังสือ เราก็กำลังสั่งสม Knowledge ในวิชาต่างๆ หรือเมื่อเราทำงาน เราก็ต้องอาศัย Knowledge ที่เกี่ยวข้องกับงานนั้นๆ เพื่อให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ บางครั้งเราอาจจะพูดถึง Knowledge ของใครบางคนว่า “เขามี Knowledge เยอะมากในเรื่องนี้” ซึ่งหมายถึง เขามีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนั้นๆ อย่างลึกซึ้ง หรือเมื่อเราต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เราก็จะมองหาแหล่ง Knowledge ต่างๆ เช่น หนังสือ อินเทอร์เน็ต หรือผู้เชี่ยวชาญ ความหมายและการใช้งาน Knowledge หมายถึง การเข้าถึงข้อมูลและเข้าใจในสิ่งนั้นๆ ไม่ใช่แค่การจำได้…

  • "Decoration” แปลว่า

    คำว่า “Decoration” ในภาษาไทยแปลว่า “การตกแต่ง” หรือ “สิ่งตกแต่ง” ครับ เป็นคำที่ใช้เรียกการทำให้สิ่งต่างๆ ดูสวยงาม น่าสนใจ หรือมีบรรยากาศที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งบ้าน การตกแต่งสถานที่ หรือแม้กระทั่งการตกแต่งสิ่งของต่างๆ ให้ดูดีขึ้น ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Decoration” บ่อยๆ ครับ เช่น เวลาจะจัดงานปาร์ตี้ เราก็จะนึกถึง “Decoration” ของงาน เช่น ลูกโป่ง ไฟประดับ หรือดอกไม้ เพื่อให้งานดูรื่นเริง หรือเวลาที่เราจะซื้อของแต่งบ้าน เราก็จะมองหา “Decoration” ที่เข้ากับสไตล์บ้านของเรา หรือเวลาที่ใครสักคนซื้อของขวัญให้ เราอาจจะบอกว่า “ของขวัญชิ้นนี้มี Decoration สวยดีนะ” ก็คือการชมว่าของขวัญนั้นมีการตกแต่งที่ดูดีนั่นเอง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Decoration” หมายถึง การกระทำหรือผลของการทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งดูสวยงามขึ้น น่าสนใจขึ้น หรือมีลักษณะพิเศษเพิ่มเข้ามา โดยการเพิ่มองค์ประกอบต่างๆ เข้าไป เช่น สีสัน ลวดลาย รูปทรง แสง หรือวัสดุพิเศษต่างๆ…

  • "Weathers” แปลว่า

    คำว่า “Weathers” ในภาษาไทยหมายถึง “สภาพอากาศ” หรือ “อากาศ” โดยทั่วไปแล้วเราใช้คำนี้เพื่ออธิบายถึงสภาวะของบรรยากาศในเวลาและสถานที่ใดเวลาหนึ่ง เช่น อุณหภูมิ ปริมาณน้ำฝน ความเร็วลม หรือความชื้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Weathers” อยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเวลาที่ต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับสภาพอากาศ เช่น การวางแผนกิจกรรมกลางแจ้ง การเดินทาง หรือแม้แต่การเลือกเสื้อผ้าที่จะสวมใส่ คนส่วนใหญ่มักจะตรวจสอบพยากรณ์อากาศ (weather forecast) ก่อนออกจากบ้าน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่อาจจะเปลี่ยนแปลงไป ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Weathers” เป็นคำนามพหูพจน์ของ “weather” ซึ่งหมายถึง สภาพอากาศโดยรวม หรือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในชั้นบรรยากาศ เช่น แดดออก ฝนตก หิมะตก ลมแรง หรืออากาศร้อนจัด เมื่อใช้ในรูปพหูพจน์ “Weathers” มักจะหมายถึงสภาพอากาศที่หลากหลาย หรือสภาพอากาศที่แตกต่างกันไปในแต่ละวัน หรือแต่ละช่วงเวลา ตัวอย่างการใช้งาน “The weather in Bangkok today is very hot.” (สภาพอากาศในกรุงเทพฯ…

  • "Mixing” แปลว่า

    คำว่า “Mixing” ในภาษาไทยมีความหมายตรงตัวว่า “การผสม” หรือ “การผสมผสาน” เป็นกระบวนการนำเอาสิ่งต่างๆ ตั้งแต่สองสิ่งขึ้นไปมารวมกันเพื่อให้เกิดเป็นสิ่งใหม่ หรือเพื่อให้ได้คุณสมบัติที่ต้องการ การผสมนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับวัตถุ สิ่งของ ของเหลว กลิ่น หรือแม้กระทั่งแนวคิดต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เราคุ้นเคยกับการ “Mixing” ในหลายบริบท เช่น การทำอาหาร เราจะ “mix” วัตถุดิบต่างๆ เข้าด้วยกันเพื่อทำเค้ก หรือการชงเครื่องดื่ม เราอาจ “mix” น้ำผลไม้หลายชนิดเข้าด้วยกันเพื่อให้ได้รสชาติที่แปลกใหม่ หรือแม้แต่การเลือกเสื้อผ้า เราก็อาจจะ “mix and match” เสื้อผ้าหลายๆ ชิ้นเข้าด้วยกันเพื่อให้ดูดี นอกจากนี้ ในวงการเพลง “Mixing” ยังหมายถึงการนำเสียงดนตรีต่างๆ มาปรับระดับความดัง เสียงแหลม เสียงทุ้ม ให้เข้ากันอย่างลงตัวก่อนที่จะนำไปผลิตเป็นเพลง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Mixing” หมายถึง การรวมกันของส่วนประกอบตั้งแต่สองส่วนขึ้นไป เพื่อสร้างส่วนผสมใหม่ หรือเพื่อปรับปรุงคุณสมบัติของสิ่งที่มีอยู่เดิม การใช้งานในภาษาไทยมักจะใช้ทับศัพท์ไปเลย หรือใช้คำว่า “ผสม” หรือ “ผสมผสาน”…

  • "Begging” แปลว่า

    คำว่า “Begging” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การขอร้องอย่างจริงจัง การวิงวอน หรือการอ้อนวอน โดยปกติแล้วมักจะใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างมาก หรือเมื่อรู้สึกสิ้นหวังจนต้องขอร้องอีกฝ่ายให้ทำตามที่ต้องการ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเคยได้ยินหรือเห็นการใช้คำนี้ในหลากหลายบริบท เช่น เวลาที่เด็กๆ อ้อนวอนขอขนมจากพ่อแม่ หรือเมื่อมีคนตกยากจนต้องขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น หรือแม้แต่ในความสัมพันธ์ที่อาจมีการขอร้องให้อีกฝ่ายให้อภัย หรือกลับมาคืนดีกัน คำว่า “Begging” สื่อถึงการขอที่เต็มไปด้วยความรู้สึก ความคาดหวัง และบางครั้งก็อาจจะมีความรู้สึกอ่อนน้อมถ่อมตนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ความหมายและการใช้งาน โดยพื้นฐานแล้ว “Begging” คือการขอร้องอย่างสุดหัวใจ เป็นการแสดงออกถึงความต้องการอย่างแรงกล้าที่จะให้ผู้ฟังตอบสนองตามที่ขอ ซึ่งอาจจะเป็นการขอเงิน ขอความช่วยเหลือ ขอโอกาส หรือแม้แต่ขอให้ยกโทษให้ การกระทำนี้มักจะมาพร้อมกับท่าทีที่แสดงความอ่อนน้อม หรือความพยายามที่จะโน้มน้าวใจอีกฝ่ายอย่างเต็มที่ ตัวอย่างการใช้งาน หากคุณเห็นเพื่อนกำลังขอร้องให้คุณช่วยทำการบ้านให้เป็นครั้งสุดท้าย คุณอาจจะพูดว่า “I’m begging you, please help me with this homework!” หรือในกรณีที่นักร้องขอให้แฟนเพลงช่วยกันโหวตในการประกวด ก็อาจจะเห็นการใช้คำว่า “We are begging for your votes!” บริบทที่พบบ่อย คำว่า…

  • "Ill” แปลว่า

    คำว่า “Ill” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่ออธิบายถึงอาการป่วยหรือไม่สบาย โดยทั่วไปแล้วหมายถึงการรู้สึกไม่ดี มีอาการเจ็บป่วย หรือกำลังป่วยเป็นโรค ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคนพูดว่า “I’m feeling ill today” ซึ่งหมายถึง “วันนี้ฉันรู้สึกไม่สบาย” หรือ “He’s been ill for a week” แปลว่า “เขาป่วยมาสัปดาห์หนึ่งแล้ว” เราอาจใช้คำนี้เพื่อบอกว่าเราไม่สามารถไปทำงานหรือไปเรียนได้เนื่องจากมีอาการป่วย หรืออาจใช้เพื่ออธิบายถึงอาการที่ไม่รุนแรงนัก เช่น รู้สึกมึนๆ หรืออ่อนเพลีย ความหมายและการใช้งาน “Ill” หมายถึง ป่วย ไม่สบาย หรือมีอาการเจ็บป่วย สามารถใช้ได้กับทั้งคนและสัตว์ และยังสามารถใช้ในเชิงเปรียบเทียบได้ เช่น “ill feeling” ที่หมายถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดี ตัวอย่างการใช้งาน The child is ill and cannot go to school. (เด็กป่วยและไปโรงเรียนไม่ได้) She felt ill after…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *