"ทำนาบนหลังคน” แปลว่า

สำนวน “ทำนาบนหลังคน” หมายถึง การหาผลประโยชน์หรือแสวงหากำไรจากความเดือดร้อน ความยากลำบาก หรือความเสียเปรียบของผู้อื่น เป็นการกระทำที่เอาเปรียบผู้อื่นโดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกหรือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับพวกเขา เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามหลักศีลธรรมและจริยธรรม

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินสำนวนนี้ถูกนำไปใช้ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อมีคนฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าในช่วงที่ขาดแคลน หรือเมื่อมีนายทุนกว้านซื้อที่ดินราคาถูกจากชาวบ้านที่กำลังเดือดร้อนจากภัยพิบัติ หรือแม้กระทั่งการกู้ยืมเงินนอกระบบที่มีการคิดดอกเบี้ยมหาโหด เหล่านี้ล้วนเป็นตัวอย่างของการ “ทำนาบนหลังคน” ทั้งสิ้น ผู้ที่กระทำการเช่นนี้มักถูกมองว่าเป็นคนเห็นแก่ตัว ไร้คุณธรรม และเอาเปรียบผู้อื่น

ความหมายและการใช้งาน

สำนวน “ทำนาบนหลังคน” เปรียบเปรยว่า การทำนาต้องอาศัยผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ แต่ในที่นี้หมายถึงการใช้ “หลังของคนอื่น” เป็นเหมือนผืนดินในการเพาะปลูกเพื่อเก็บเกี่ยวผลกำไร ซึ่งหมายถึงการเอาเปรียบผู้อื่นเพื่อประโยชน์ของตนเอง การใช้งานสำนวนนี้มักใช้ในเชิงตำหนิ หรือแสดงความไม่พอใจต่อการกระทำที่เอาเปรียบผู้อื่น

ตัวอย่าง

  • พ่อค้าคนกลางบางคนฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าในช่วงที่เกิดภาวะน้ำท่วม เรียกว่าเป็นการทำนาบนหลังคน
  • การปล่อยเงินกู้ที่คิดดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อเดือน ถือเป็นการทำนาบนหลังคนอย่างชัดเจน
  • บริษัทที่เอาเปรียบแรงงานด้วยการจ่ายค่าแรงต่ำกว่ามาตรฐาน ก็เข้าข่ายการทำนาบนหลังคน

บริบทการใช้งานทั่วไป

สำนวนนี้มักถูกใช้ในการวิพากษ์วิจารณ์การกระทำที่แสวงหาผลประโยชน์จากความทุกข์ยากของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องเศรษฐกิจ สังคม หรือแม้กระทั่งเรื่องส่วนตัว เป็นการสะท้อนถึงความไม่เป็นธรรมและการเอาเปรียบในสังคม

“ทำนาบนหลังคน” หมายถึงอะไร?

หมายถึง การหาประโยชน์หรือแสวงหากำไรจากความเดือดร้อน ความยากลำบาก หรือความเสียเปรียบของผู้อื่น เป็นการกระทำที่เอาเปรียบผู้อื่นเพื่อประโยชน์ส่วนตน

ใครคือ “คน” ในสำนวน “ทำนาบนหลังคน”?

หมายถึง ผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบ ลำบาก ยากจน หรือกำลังประสบปัญหาต่างๆ ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ถูกผู้อื่นฉวยโอกาสเอาเปรียบ

การกระทำแบบ “ทำนาบนหลังคน” มีผลกระทบอย่างไร?

ส่งผลเสียต่อผู้ที่ถูกเอาเปรียบ ทำให้เกิดความเดือดร้อน ซ้ำเติมปัญหา และอาจทำให้สถานการณ์แย่ลง นอกจากนี้ยังสร้างความรู้สึกไม่เป็นธรรมในสังคม และบั่นทอนคุณธรรมจริยธรรมของผู้กระทำ

Similar Posts

  • "Measures” แปลว่า

    คำว่า “Measures” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “มาตรการ” หรือ “การวัด” ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ โดยทั่วไปแล้ว “มาตรการ” หมายถึงวิธีการหรือขั้นตอนที่กำหนดขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหา บรรลุเป้าหมาย หรือควบคุมสถานการณ์บางอย่าง ส่วน “การวัด” หมายถึงกระบวนการในการหาปริมาณหรือขนาดของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Measures” ในบริบทของการดำเนินงานต่างๆ เช่น “มาตรการรักษาความปลอดภัย” (security measures) ที่หมายถึงขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย หรือ “มาตรการป้องกันการแพร่ระบาด” (prevention measures) ที่หมายถึงวิธีการต่างๆ เพื่อหยุดยั้งการระบาดของโรค นอกจากนี้ ในเชิงเทคนิคหรือวิทยาศาสตร์ “Measures” อาจหมายถึงการวัดค่าต่างๆ เช่น “การวัดอุณหภูมิ” (temperature measures) หรือ “การวัดผล” (performance measures) ซึ่งเป็นการประเมินผลลัพธ์ที่ได้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Measures” โดยทั่วไปแบ่งออกเป็นสองความหมายหลัก: มาตรการ (Measures): หมายถึง ชุดของกฎเกณฑ์, การกระทำ, หรือวิธีการที่ถูกนำมาใช้เพื่อจัดการกับสถานการณ์, แก้ไขปัญหา,…

  • "Correction” แปลว่า

    “Correction” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้เมื่อต้องการกล่าวถึงการแก้ไขข้อผิดพลาด การปรับปรุงให้ถูกต้อง หรือการชี้แจงข้อมูลที่คลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง โดยทั่วไปแล้วจะมีความหมายว่า “การแก้ไข” หรือ “การปรับปรุงให้ถูกต้อง” นั่นเอง ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินหรือใช้คำว่า “Correction” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อนักข่าวออกมายืนยันว่าข้อมูลที่เคยรายงานไปนั้นไม่ถูกต้องและต้องการแก้ไข หรือเมื่อครูอาจารย์ตรวจการบ้านนักเรียนแล้วพบข้อผิดพลาด จึงทำการ “Correction” เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้และปรับปรุงให้ดีขึ้น หรือแม้แต่ในการสนทนาทั่วไป หากมีใครพูดข้อมูลผิดไป เราก็อาจจะบอกว่า “Can I make a correction?” เพื่อขออนุญาตแก้ไขข้อมูลนั้นๆ ครับ ความหมายและการใช้งาน “Correction” หมายถึง การกระทำหรือกระบวนการในการแก้ไขข้อผิดพลาด ความไม่ถูกต้อง หรือความคลาดเคลื่อนต่างๆ เพื่อให้สิ่งนั้นกลับมาถูกต้องสมบูรณ์ หรือเป็นไปตามที่ควรจะเป็น สามารถใช้ได้ทั้งในเชิงนามธรรม เช่น การแก้ไขความคิดเห็น หรือในเชิงรูปธรรม เช่น การแก้ไขเอกสาร ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างที่ 1: นักข่าวโทรทัศน์กล่าวว่า “We apologize for the correction regarding the number…

  • "Candle” แปลว่า

    คำว่า “Candle” ในภาษาไทยหมายถึง “เทียนไข” หรือ “เทียน” ซึ่งเป็นวัตถุที่ทำจากไขมันแข็ง เช่น พาราฟิน หรือไขสัตว์ มีไส้ตรงกลาง เมื่อจุดไฟที่ไส้ เทียนจะค่อยๆ ละลายและให้แสงสว่าง รวมถึงความร้อน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นและใช้เทียนในหลายๆ สถานการณ์ เช่น การจุดเทียนเพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและโรแมนติกในมื้อค่ำ การใช้เทียนในงานวันเกิดเพื่อปักบนเค้ก หรือแม้กระทั่งการใช้เทียนเป็นแหล่งแสงสว่างสำรองเมื่อเกิดไฟฟ้าดับ นอกจากนี้ เทียนหอมที่ผสมน้ำมันหอมระเหยก็เป็นที่นิยมใช้เพื่อผ่อนคลายและปรับอากาศในห้อง ความหมายและการใช้งาน Candle หมายถึง เทียนไข เป็นวัตถุที่ให้แสงสว่างจากการเผาไหม้ของไข โดยมีไส้เป็นตัวนำพาความร้อนและเชื้อเพลิง การใช้งานมีความหลากหลาย ตั้งแต่ให้แสงสว่าง ให้ความร้อน ให้กลิ่นหอม หรือเพื่อประกอบพิธีกรรมต่างๆ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น “We lit a candle for the birthday cake.” แปลเป็นไทยได้ว่า “เราจุดเทียนบนเค้กวันเกิด” หรือ “The room was filled with the scent…

  • "Cheap” แปลว่า

    คำว่า “cheap” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักว่า “ราคาถูก” หรือ “ไม่แพง” ค่ะ เป็นคำที่ใช้อธิบายถึงสิ่งของหรือบริการที่มีต้นทุนต่ำเมื่อเทียบกับคุณภาพหรือคุณค่าที่ได้รับ หรืออาจหมายถึงสิ่งของที่มีราคาถูกจนดูไม่ค่อยมีคุณภาพก็ได้ ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ค่ะ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “cheap” เพื่อบอกว่าเราซื้อของมาในราคาที่ประหยัด หรือกำลังมองหาสินค้าที่มีราคาไม่สูงจนเกินไป เช่น เวลาไปซื้อของตามตลาดนัด หรือเวลาเปรียบเทียบราคาสินค้าจากหลายๆ ร้าน เราอาจจะพูดว่า “อันนี้ cheap กว่า” หรือ “หา cheap ๆ หน่อย” นอกจากนี้ บางครั้งคำว่า “cheap” ก็ถูกใช้ในเชิงลบเล็กน้อย เพื่อสื่อถึงคุณภาพที่ไม่ดีนัก หรือดูไม่น่าเชื่อถือเท่ากับของที่มีราคาสูงกว่า ก็เป็นได้ค่ะ Meaning & Usage โดยทั่วไป “cheap” หมายถึง “ราคาถูก” ใช้กับสินค้า บริการ หรือแม้กระทั่งโอกาสต่างๆ ที่มีค่าใช้จ่ายน้อย แต่ก็อาจจะมีความหมายแฝงถึงคุณภาพที่ไม่สูงนัก หากใช้ในบริบทที่ไม่เหมาะสม หรือใช้เพื่อวิจารณ์สิ่งของที่ดูไม่คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป Examples 1. “I bought this shirt…

  • "Film” แปลว่า

    คำว่า “Film” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “ภาพยนตร์” ซึ่งหมายถึงงานศิลปะประเภทหนึ่งที่นำเสนอเรื่องราวผ่านการเคลื่อนไหวของภาพและเสียง มักจะถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อความบันเทิง การให้ความรู้ หรือการสื่อสารแนวคิดต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคนพูดถึง “Film” ในหลายบริบท เช่น “วันนี้ไปดู Film กันไหม” ซึ่งหมายถึงการไปชมภาพยนตร์ที่โรงภาพยนตร์ หรืออาจจะหมายถึงการดูหนังผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ นอกจากนี้ คำว่า “Film” ยังสามารถใช้เรียกแผ่นฟิล์มที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์แบบดั้งเดิม หรือแม้กระทั่งใช้ในความหมายที่กว้างขึ้น เช่น “Film สั้น” ที่หมายถึงภาพยนตร์ที่มีความยาวไม่มากนัก ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Film” มาจากภาษาอังกฤษ แปลตรงตัวว่า “ฟิล์ม” ซึ่งในอดีตหมายถึงแผ่นวัสดุที่ไวต่อแสง ใช้ในการบันทึกภาพ ต่อมาได้พัฒนามาเป็นภาพยนตร์ที่เราชมกันในปัจจุบัน ตัวอย่างการใช้งาน “ฉันชอบดู Film แนวสยองขวัญมากที่สุด” “Film เรื่องนี้ได้รับรางวัลมากมาย” “เรามาฉาย Film เก่าๆ ที่บ้านกันดีกว่า” บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Film” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับความบันเทิง การชมภาพยนตร์ การพูดคุยเกี่ยวกับภาพยนตร์ หรือการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการสร้างภาพยนตร์ “Film”…

  • "Each” แปลว่า

    คำว่า “each” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่อกล่าวถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งแยกกันทีละอย่าง หรือกล่าวถึงสมาชิกแต่ละคนในกลุ่ม โดยมีความหมายหลักๆ คือ “แต่ละ” หรือ “แต่ละคน” นั่นเองค่ะ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “each” ในสถานการณ์ที่ต้องการเน้นย้ำถึงความเป็นส่วนตัวหรือจำนวนที่แยกออกจากกัน เช่น เมื่อพูดถึงของขวัญที่มอบให้เพื่อนแต่ละคน หรือเมื่อพูดถึงคะแนนสอบของนักเรียนแต่ละคน ทำให้ผู้ฟังเข้าใจได้ชัดเจนว่าเรากำลังพูดถึงสิ่งนั้นๆ ทีละหน่วย ไม่ใช่รวมๆ กันค่ะ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “each” ใช้เพื่อชี้เฉพาะเจาะจงไปที่สมาชิกแต่ละคนหรือแต่ละสิ่งในกลุ่ม โดยเน้นย้ำถึงความเป็นเอกเทศของสิ่งนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ หรือสิ่งของก็ตาม ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อคุณครูแจกขนมให้นักเรียนทุกคน คุณครูอาจจะพูดว่า “Each student gets one candy.” (นักเรียนแต่ละคนจะได้ขนมหนึ่งชิ้น) หรือเมื่อคุณต้องการบอกเพื่อนว่าคุณซื้อของขวัญให้ทุกคนในครอบครัว “I bought a gift for each member of my family.” (ฉันซื้อของขวัญให้สมาชิกแต่ละคนในครอบครัวของฉัน) บริบทที่พบบ่อย “Each” มักใช้ในประโยคที่ต้องการแสดงความเป็นส่วนตัว หรือเมื่อกล่าวถึงจำนวนของแต่ละสิ่งทีละอย่าง เพื่อให้เกิดความชัดเจนและไม่สับสน…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *