"worry” แปลว่า
คำว่า “worry” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง อาการวิตกกังวล กระวนกระวายใจ หรือเป็นห่วงในสิ่งที่จะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้น ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเมื่อเราคาดการณ์ถึงสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน หรือสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้
ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “worry” เพื่ออธิบายความรู้สึกที่เรามีต่อเรื่องต่างๆ ที่ทำให้ไม่สบายใจ เช่น การสอบ การทำงาน หรือความเป็นอยู่ของคนที่เรารัก เราอาจจะบอกเพื่อนว่า “I’m worrying about my exam tomorrow” ซึ่งแปลว่า “ฉันกำลังกังวลเกี่ยวกับการสอบของฉันในวันพรุ่งนี้” หรือเมื่อลูกยังไม่กลับบ้าน เราก็อาจจะบอกคนในครอบครัวว่า “I’m starting to worry” หมายถึง “ฉันเริ่มเป็นห่วงแล้วนะ” มันเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนเมื่อเผชิญกับความไม่แน่นอน หรือสิ่งที่เราไม่แน่ใจว่าจะจัดการได้อย่างไร
ความหมายและการใช้งาน
คำว่า “worry” ใช้เพื่อแสดงถึงสภาวะจิตใจที่เต็มไปด้วยความกังวล ความไม่สบายใจ หรือความหวาดหวั่นต่อเหตุการณ์ในอนาคต หรือสถานการณ์ปัจจุบันที่อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ มันครอบคลุมตั้งแต่ความกังวลเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงความวิตกกังวลที่รุนแรง
ตัวอย่างการใช้งาน
1. “Don’t worry too much about it.” (อย่ากังวลกับเรื่องนั้นมากเกินไป)
2. “She always worries about her children.” (เธอเป็นห่วงลูกๆ ของเธอเสมอ)
3. “He looks like he’s worrying about something.” (เขาดูเหมือนกำลังกังวลเรื่องอะไรบางอย่าง)
บริบทที่ใช้บ่อย
คำว่า “worry” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ:
- ความไม่แน่นอนของอนาคต
- ความรับผิดชอบต่อผู้อื่น
- ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น
- สถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้
“worry” แปลว่าอะไร?
คำว่า “worry” แปลว่า วิตกกังวล กระวนกระวายใจ หรือเป็นห่วง
ควรใช้ “worry” เมื่อไหร่?
คุณควรใช้คำว่า “worry” เมื่อคุณรู้สึกไม่สบายใจ กังวล หรือเป็นห่วงเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสิ่งนั้นเกี่ยวข้องกับอนาคต หรือสิ่งที่คุณไม่สามารถควบคุมได้
มีความแตกต่างระหว่าง “worry” กับ “anxiety” หรือไม่?
โดยทั่วไป “worry” มักหมายถึงความกังวลต่อสถานการณ์ที่เฉพาะเจาะจง ในขณะที่ “anxiety” อาจเป็นความรู้สึกกังวลที่ต่อเนื่องและรุนแรงกว่า โดยไม่จำเป็นต้องมีสาเหตุที่ชัดเจนเสมอไป