"Without” แปลว่า

คำว่า “Without” เป็นคำบุพบท (preposition) ในภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่อแสดงถึงการขาดหายไป การไม่มีอยู่ หรือการไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยมีความหมายหลักๆ คือ “ปราศจาก”, “โดยไม่มี”, “หากไม่” หรือ “เว้นแต่” ซึ่งเป็นการบอกว่าบางสิ่งไม่เกิดขึ้นหรือไม่รวมอยู่ด้วย

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอการใช้ “without” ในสถานการณ์ที่หลากหลาย เช่น การบอกว่าทำบางสิ่งบางอย่างโดยไม่ต้องการอะไรมาเกี่ยวข้อง เช่น “I can’t live without coffee.” (ฉันขาดกาแฟไม่ได้เลย) หรือการบอกเงื่อนไขว่าถ้าไม่มีสิ่งนี้ จะเกิดอะไรขึ้น เช่น “You won’t succeed without hard work.” (คุณจะไม่มีวันสำเร็จหากไม่ทำงานหนัก) หรือแม้แต่ใช้ในความหมายว่า “นอกจาก” ในบางบริบท เช่น “Everyone went to the party without him.” (ทุกคนไปงานปาร์ตี้กันหมด ยกเว้นเขา) การทำความเข้าใจความหมายและการใช้งานของ “without” จะช่วยให้เราเข้าใจประโยคภาษาอังกฤษได้ดียิ่งขึ้นและสื่อสารได้อย่างถูกต้อง

Meaning & Usage

“Without” ใช้เพื่อบ่งบอกถึงการขาด การไม่มี หรือการไม่รวมสิ่งใดสิ่งหนึ่งเข้ามาเกี่ยวข้อง มีความหมายได้หลายแบบขึ้นอยู่กับบริบท เช่น:

  • ปราศจาก / โดยไม่มี: ใช้เมื่อต้องการบอกว่าไม่มีสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น “A life without love is a sad life.” (ชีวิตที่ปราศจากความรักคือชีวิตที่น่าเศร้า)
  • หากไม่: ใช้เพื่อแสดงเงื่อนไขว่าถ้าไม่ทำสิ่งนั้น จะเกิดผลตามมา เช่น “You can’t pass the exam without studying.” (คุณจะสอบไม่ผ่านหากไม่เรียน)
  • เว้นแต่ / นอกจาก: ใช้ในบางกรณีเพื่อระบุว่ามีข้อยกเว้น เช่น “She ate everything without leaving a crumb.” (เธอกินทุกอย่างจนไม่เหลือเศษ)

Examples

นี่คือตัวอย่างการใช้ “without” ในประโยคต่างๆ:

  • “He walked out of the room without saying goodbye.” (เขาเดินออกจากห้องไปโดยไม่กล่าวลา)
  • “This meal is delicious without any added salt.” (อาหารมื้อนี้อร่อยโดยไม่ต้องเติมเกลือเลย)
  • “Children learn a lot without even realizing it.” (เด็กๆ เรียนรู้มากมายโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ)
  • “We can’t go anywhere without our passports.” (เราไปไหนไม่ได้เลยถ้าไม่มีหนังสือเดินทางของเรา)

Context / Common Use

“Without” เป็นคำที่ใช้บ่อยในภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน และมักปรากฏในโครงสร้างประโยคที่แสดงถึงการขาดหาย การไม่มี หรือการแสดงเงื่อนไขที่ต้องมีบางสิ่งบางอย่างเพื่อให้สิ่งอื่นเกิดขึ้น หรือการบอกว่าสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นโดยไม่มีอีกสิ่งหนึ่งเข้ามาเกี่ยวข้อง

🔷 FAQ SECTION

“Without” แปลว่าอะไรเป็นคำหลัก?

“Without” แปลว่า “ปราศจาก” หรือ “โดยไม่มี” เป็นหลัก และอาจมีความหมายอื่นได้ตามบริบท เช่น “หากไม่” หรือ “เว้นแต่”

เราสามารถใช้ “without” กับกริยาช่องไหนได้บ้าง?

โดยทั่วไปแล้ว “without” จะตามด้วยคำนาม (noun), คำสรรพนาม (pronoun) หรือกริยาเติม -ing (gerund) เช่น “without knowing”, “without him”, “without food”

Similar Posts

  • "Fellow” แปลว่า

    คำว่า “Fellow” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “เพื่อน” หรือ “ผู้ร่วมงาน” ในบริบทที่กว้างขึ้น อาจหมายถึงบุคคลที่มีความสนใจ ประสบการณ์ หรือเป้าหมายร่วมกัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Fellow” ในหลายๆ สถานการณ์ เช่น ในแวดวงการศึกษาหรือวิชาชีพ ที่ใช้เรียกผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาหรือทุนวิจัย หรือใช้เรียกผู้ที่อยู่ในตำแหน่งหรือบทบาทที่คล้ายคลึงกัน นอกจากนี้ ยังอาจพบเห็นได้ในความหมายทั่วไปที่แสดงถึงความเป็นมิตรหรือการเป็นพวกเดียวกัน ความหมายและการใช้งาน “Fellow” สามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ เช่น: เพื่อน, สหาย: ใช้เรียกบุคคลที่เป็นเพื่อนสนิท หรือมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ผู้ร่วมงาน, สมาชิก: ใช้เรียกผู้ที่ทำงานในองค์กรเดียวกัน หรืออยู่ในกลุ่มเดียวกัน ผู้ได้รับทุน: ในแวดวงวิชาการ มักใช้เรียกผู้ที่ได้รับทุนการศึกษา ทุนวิจัย หรือทุนฝึกอบรม (เช่น Research Fellow, Postdoctoral Fellow) ผู้ที่อยู่ในระดับเดียวกัน: ใช้เรียกบุคคลที่มีสถานะ ตำแหน่ง หรือความรู้ความสามารถใกล้เคียงกัน ตัวอย่างการใช้งาน “He is a fellow student…

  • "คิมิโนโต๊ะ” แปลว่า

    คำว่า “คิมิโนโต๊ะ” (君の名は。) เป็นภาษาญี่ปุ่นที่แปลตรงตัวว่า “ชื่อของเธอคืออะไร” หรือ “เธอชื่ออะไร” เป็นวลีที่ใช้ถามชื่อของบุคคลที่เราไม่รู้จัก หรือต้องการทราบชื่อของใครบางคน เป็นคำถามที่สุภาพและเป็นกันเอง ในชีวิตประจำวัน คนญี่ปุ่นมักใช้คำนี้เมื่อต้องการถามชื่อของคนที่ไม่คุ้นเคย เช่น เมื่อเจอคนใหม่ๆ ที่โรงเรียน ที่ทำงาน หรือในงานสังคมต่างๆ บางครั้งก็อาจใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการความสนิทสนมมากขึ้น หรือเมื่อต้องการเน้นย้ำถึงความสำคัญของชื่อบุคคลนั้นๆ แต่โดยรวมแล้วเป็นคำถามพื้นฐานที่ใช้ในการเริ่มต้นบทสนทนาเพื่อทำความรู้จักกัน ความหมายและการใช้งาน “คิมิโนโต๊ะ” (君の名は。) ประกอบด้วยคำว่า “คิมิ” (君) ซึ่งแปลว่า “เธอ” (ใช้กับคนที่สนิทสนม หรือมีสถานะเท่าเทียมกัน) “โนะ” (の) เป็นคำเชื่อมแสดงความเป็นเจ้าของ คล้ายกับ “ของ” ในภาษาไทย และ “นา” (名) แปลว่า “ชื่อ” เมื่อรวมกันจึงมีความหมายว่า “ชื่อของเธอ” ตัวอย่างการใช้งาน สถานการณ์ที่ 1: พบเพื่อนใหม่ในชมรม A: “สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะ” B: “ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ… เอ่อ… คิมิโนโต๊ะ?” (หมายถึง…

  • "Stormy” แปลว่า

    คำว่า “Stormy” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “มีพายุ” หรือ “เต็มไปด้วยพายุ” ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งกับการอธิบายสภาพอากาศที่กำลังมีพายุ ฝนตกหนัก ลมแรง หรือฟ้าคะนอง ไปจนถึงการเปรียบเปรยถึงสถานการณ์ที่วุ่นวาย เต็มไปด้วยปัญหา ความขัดแย้ง หรืออารมณ์ที่รุนแรง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Stormy” บ่อยครั้งเมื่อพูดถึงสภาพอากาศ เช่น “The weather is stormy today” (วันนี้อากาศมีพายุ) หรือ “We had a stormy night” (เรามีค่ำคืนที่เต็มไปด้วยพายุ) นอกจากนี้ยังสามารถใช้เปรียบเทียบกับสถานการณ์ที่ตึงเครียดหรือเต็มไปด้วยปัญหาได้เช่นกัน เช่น “They had a stormy relationship” (พวกเขามีความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยปัญหาและความขัดแย้ง) หรือ “The company is going through a stormy period” (บริษัทกำลังผ่านช่วงเวลาที่วุ่นวายและมีปัญหา) ความหมายและการใช้งาน “Stormy” หมายถึง สภาพอากาศที่มีพายุ…

  • "Enhanced” แปลว่า

    คำว่า “Enhanced” เป็นคำคุณศัพท์ภาษาอังกฤษที่แปลเป็นไทยได้ว่า “ที่ได้รับการปรับปรุง” “ที่ได้รับการพัฒนา” หรือ “ที่ได้รับการเสริมประสิทธิภาพ” โดยมีความหมายโดยรวมว่า สิ่งนั้นๆ มีการทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม มีคุณสมบัติเพิ่มขึ้น หรือทำงานได้ดีขึ้นกว่าเวอร์ชันก่อนหน้า ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Enhanced” บ่อยๆ ในบริบทของการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการต่างๆ เช่น โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ที่อาจมี “Enhanced Camera” หมายถึง กล้องที่ได้รับการปรับปรุงให้ถ่ายภาพได้ดีขึ้น หรือซอฟต์แวร์ที่ได้รับการ “Enhanced Security Features” คือ มีการเพิ่มระบบรักษาความปลอดภัยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น บางครั้งอาจเห็นในผลิตภัณฑ์อาหารที่ระบุว่า “Enhanced with Vitamins” คือ มีการเสริมวิตามินเพิ่มเข้าไปเพื่อให้มีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น ความหมายและการใช้งาน “Enhanced” ใช้เพื่อบ่งบอกว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือการเพิ่มเติมบางอย่างที่ทำให้สิ่งนั้นมีคุณภาพ ประสิทธิภาพ หรือความสามารถดีขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะในด้านใดก็ตาม ตัวอย่างการใช้งาน Enhanced Features: คุณสมบัติที่ได้รับการปรับปรุงหรือเพิ่มเข้ามา เช่น ในแอปพลิเคชันอาจมี “Enhanced User Interface” หมายถึง หน้าตาการใช้งานที่ดูดีขึ้น ใช้งานง่ายขึ้น Enhanced Performance:…

  • "Story” แปลว่า

    คำว่า “Story” ในภาษาไทยมีความหมายโดยทั่วไปว่า “เรื่องราว” หรือ “นิทาน” เป็นการเล่าถึงเหตุการณ์ ความเป็นไป หรือประสบการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น อาจเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งก็ได้ โดยมีจุดประสงค์เพื่อสื่อสาร ถ่ายทอดความรู้สึก หรือให้ความบันเทิงแก่ผู้ฟังหรือผู้อ่าน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Story” ในหลากหลายบริบท เช่น การเล่าเรื่องส่วนตัวให้เพื่อนฟัง การอ่านนิยาย การดูหนัง หรือแม้กระทั่งการโพสต์เรื่องราวสั้นๆ ลงบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งในกรณีหลังนี้ คำว่า “Story” มักจะหมายถึงเนื้อหาที่โพสต์แล้วจะหายไปภายใน 24 ชั่วโมง เช่น Instagram Stories หรือ Facebook Stories ความหมายและการใช้งาน “Story” หมายถึง การเล่าเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสั้น เรื่องยาว เรื่องจริง เรื่องสมมติ หรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยมีโครงสร้างที่ประกอบด้วย ตัวละคร เหตุการณ์ และฉาก เพื่อให้ผู้รับสารเข้าใจและติดตามเนื้อหาได้ ตัวอย่างการใช้งาน การเล่าเรื่องส่วนตัว: “เมื่อวานไปเที่ยวทะเลมา มีเรื่องสนุกๆ…

  • "Base” แปลว่า

    คำว่า “Base” ในภาษาอังกฤษ สามารถแปลเป็นภาษาไทยได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่นำไปใช้ โดยความหมายหลักๆ ที่นิยมใช้กันคือ “ฐาน” หรือ “ที่ตั้ง” ซึ่งสื่อถึงจุดเริ่มต้น พื้นที่หลัก หรือแหล่งกำเนิดของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเจอการใช้คำว่า “Base” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น การพูดถึง “Base Camp” หรือ “แคมป์ฐาน” ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการปีนเขา หรือ “Home Base” ที่หมายถึงบ้านหรือที่พักอาศัยหลัก นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในเชิงนามธรรม เช่น “Base of operations” ที่หมายถึง “ฐานปฏิบัติการ” ซึ่งเป็นที่ที่ใช้ในการวางแผนและดำเนินการต่างๆ หรือในทางธุรกิจ อาจหมายถึง “Base salary” ที่แปลว่า “เงินเดือนพื้นฐาน” ซึ่งเป็นค่าตอบแทนหลักก่อนหักค่าใช้จ่ายหรือบวกโบนัส ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Base” มีความหมายหลักๆ ดังนี้: ฐาน: หมายถึง ส่วนที่รองรับหรือเป็นรากฐานของสิ่งต่างๆ เช่น ฐานของอาคาร ฐานของภูเขา ที่ตั้งหลัก:…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *