"Whom” แปลว่า

“Whom” เป็นคำสรรพนามในภาษาอังกฤษที่ใช้ในฐานะกรรมของประโยคหรือหลังบุพบท มีความหมายใกล้เคียงกับ “ใคร” ในภาษาไทย แต่จะใช้เมื่อเราต้องการกล่าวถึงบุคคลที่เรากำลังพูดถึงในฐานะผู้ถูกกระทำ หรือเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคนที่ถูกกล่าวถึง

ในชีวิตประจำวัน คนส่วนใหญ่มักจะใช้ “who” แทน “whom” ในการพูดคุยทั่วไป เนื่องจาก “whom” เป็นคำที่ค่อนข้างเป็นทางการและไม่ค่อยนิยมใช้ในการสนทนาทั่วไปมากนัก อย่างไรก็ตาม การรู้จักและเข้าใจการใช้ “whom” จะช่วยให้การใช้ภาษาอังกฤษของคุณถูกต้องและสละสลวยมากขึ้น โดยเฉพาะในการเขียนที่เป็นทางการ หรือเมื่อต้องการแสดงความใส่ใจในรายละเอียดของภาษา

ความหมายและการใช้งาน

“Whom” ใช้เพื่อถามถึงหรืออ้างถึงบุคคลในฐานะกรรมของกริยา หรือกรรมของบุพบท ตัวอย่างเช่น ในประโยค “To whom should I send this letter?” (ฉันควรส่งจดหมายนี้ให้ใคร) “whom” ทำหน้าที่เป็นกรรมของบุพบท “to” หรือในประโยค “Whom did you see?” (คุณเห็นใคร) “whom” ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา “see”

ตัวอย่างการใช้งาน

  • Whom are you meeting today? (คุณกำลังจะพบใครในวันนี้?)
  • This is the person whom I helped yesterday. (นี่คือคนที่ฉันช่วยเมื่อวานนี้)
  • With whom did you go to the party? (คุณไปงานปาร์ตี้กับใคร?)

บริบทและการใช้ทั่วไป

“Whom” มักพบเห็นได้ในภาษาเขียนที่เป็นทางการ เช่น ในอีเมลธุรกิจ เอกสารทางกฎหมาย หรือในบทสนทนาที่ต้องการความเป็นทางการสูง ในการพูดคุยทั่วไป ผู้คนมักจะใช้ “who” แทน “whom” โดยไม่ถือว่าเป็นข้อผิดพลาด แต่การใช้ “whom” อย่างถูกต้องแสดงถึงความเข้าใจในโครงสร้างภาษาอังกฤษที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

“Whom” ต่างจาก “Who” อย่างไร?

“Who” ใช้ในฐานะประธานของประโยค (ใครเป็นผู้กระทำ) ในขณะที่ “whom” ใช้ในฐานะกรรมของประโยค (ใครเป็นผู้ถูกกระทำ) หรือหลังบุพบท

เมื่อไหร่ควรใช้ “Whom”?

คุณควรใช้ “whom” เมื่อคุณกำลังพูดถึงบุคคลในฐานะผู้ถูกกระทำของกริยา หรือเมื่อคำนั้นตามหลังบุพบท เช่น to, for, with, about

การใช้ “Whom” ในภาษาพูดเป็นเรื่องปกติหรือไม่?

การใช้ “whom” ในภาษาพูดไม่ค่อยเป็นเรื่องปกติในปัจจุบัน ผู้คนส่วนใหญ่มักจะใช้ “who” แทน แม้ว่าตามหลักไวยากรณ์แล้ว “whom” จะถูกต้องกว่าในบางบริบท

Similar Posts

  • "Moderately” แปลว่า

    คำว่า “Moderately” เป็นคำคุณศัพท์ (adverb) ในภาษาอังกฤษ ซึ่งเมื่อแปลเป็นภาษาไทยจะมีความหมายว่า “ปานกลาง” “พอประมาณ” หรือ “ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป” เป็นการบ่งบอกถึงระดับที่ไม่สุดโต่งไปทางใดทางหนึ่ง แต่จะอยู่กึ่งกลางหรืออยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Moderately” เพื่ออธิบายสิ่งต่างๆ ที่ไม่ได้อยู่ในระดับสูงหรือต่ำจนเกินไป เช่น สภาพอากาศที่ “moderately warm” ก็คืออากาศอบอุ่นกำลังดี ไม่ร้อนจัดและไม่หนาวจนเกินไป หรือปริมาณการบริโภคอาหารที่ “moderately healthy” ก็คือการกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากหรือน้อยเกินไป เป็นการสื่อสารให้เข้าใจถึงระดับที่ไม่สุดโต่ง และอยู่ในเกณฑ์ที่สมดุล ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Moderately” ใช้เพื่อขยายคำกริยา คำคุณศัพท์ หรือคำวิเศษณ์อื่นๆ เพื่อบ่งบอกถึงระดับที่ไม่สุดขั้ว หรืออยู่ในระดับปานกลาง ตัวอย่างเช่น การออกกำลังกายที่ “moderately intense” หมายถึงการออกกำลังกายที่มีความหนักพอประมาณ ไม่หักโหมจนเกินไป แต่ก็ไม่เบาจนไม่มีประสิทธิภาพ ตัวอย่างการใช้งาน The weather today is moderately warm. (วันนี้อากาศอบอุ่นปานกลาง) He is…

  • "White” แปลว่า

    คำว่า “White” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายว่า “สีขาว” ซึ่งเป็นสีที่ตรงกันข้ามกับสีดำ และเป็นสีที่ให้ความรู้สึกถึงความบริสุทธิ์ ความสะอาด ความสงบ หรือความเรียบง่าย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเจอการใช้คำว่า “White” ในหลากหลายบริบท เช่น การพูดถึงสีของสิ่งของรอบตัว เช่น เสื้อผ้าสีขาว (white shirt), รถยนต์สีขาว (white car), หรือผนังสีขาว (white wall) นอกจากนี้ยังสามารถใช้เพื่ออธิบายลักษณะของคน เช่น ผมสีขาว (white hair) ที่มักจะหมายถึงผมของคนสูงอายุ หรือใช้ในสำนวนต่างๆ ที่สื่อถึงความหมายเชิงเปรียบเทียบ เช่น “white lie” ที่หมายถึงการโกหกเล็กๆ น้อยๆ เพื่อไม่ให้ผู้อื่นเสียใจ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “White” คือสีขาว ซึ่งเป็นสีพื้นฐานที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป ใช้ในการอธิบายสีของวัตถุต่างๆ หรือใช้ในเชิงสัญลักษณ์เพื่อสื่อถึงคุณสมบัติต่างๆ เช่น ความดี ความไร้เดียงสา หรือความว่างเปล่า ตัวอย่างการใช้งาน “I want to…

  • "Experimenting” แปลว่า

    คำว่า “Experimenting” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า การทดลอง หรือ การลองทำสิ่งใหม่ๆ เพื่อค้นหาผลลัพธ์ หรือเพื่อเรียนรู้บางสิ่งบางอย่าง เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการสังเกต การตั้งสมมติฐาน และการลงมือปฏิบัติเพื่อตรวจสอบว่าสมมติฐานนั้นถูกต้องหรือไม่ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Experimenting” ในสถานการณ์ที่หลากหลาย เช่น การลองทำอาหารสูตรใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน หรือการลองใช้แอปพลิเคชันใหม่ๆ ที่เพิ่งออกมา เพื่อดูว่ามันมีประโยชน์หรือใช้งานง่ายแค่ไหน หรือแม้แต่ในการทำงานที่ต้องคิดค้นหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อแก้ปัญหา หรือพัฒนางานให้ดีขึ้น การ “Experimenting” เป็นส่วนสำคัญของการเรียนรู้และการเติบโต ทำให้เราได้ค้นพบสิ่งใหม่ๆ และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Experimenting” หมายถึง การกระทำที่มุ่งเน้นไปที่การทดสอบ การสำรวจ หรือการลองทำสิ่งต่างๆ โดยไม่มีความแน่ใจในผลลัพธ์ที่แน่นอน เพื่อที่จะได้เรียนรู้ หรือค้นพบข้อมูลใหม่ๆ ซึ่งอาจเป็นการทดลองในทางวิทยาศาสตร์ การทดลองในเชิงความคิดสร้างสรรค์ หรือแม้แต่การลองทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนในชีวิตประจำวัน ตัวอย่างการใช้งาน นักวิทยาศาสตร์กำลัง experimenting กับสารเคมีชนิดใหม่เพื่อหายารักษาโรค เด็กๆ ชอบ experimenting กับสีสันต่างๆ เพื่อสร้างสรรค์ภาพวาด ผมกำลัง experimenting กับการแต่งตัวสไตล์ใหม่ๆ เพื่อดูว่าแบบไหนเข้ากับตัวเองที่สุด…

  • "Stir” แปลว่า

    คำว่า “Stir” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การคน การกวน หรือการทำให้เคลื่อนไหว โดยทั่วไปแล้วมักใช้กับการคนอาหารในขณะปรุง หรือการคนเครื่องดื่มเพื่อให้ส่วนผสมเข้ากัน แต่ก็สามารถใช้ในความหมายอื่นๆ ได้เช่นกัน ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Stir” บ่อยครั้งเมื่อทำอาหาร เช่น เวลาที่คุณแม่บอกให้ “Stir the soup” ก็หมายถึงให้คนซุปเพื่อไม่ให้ติดก้นหม้อ หรือเวลาชงกาแฟแล้วคนให้น้ำตาลละลาย ก็คือการ “Stir your coffee” นอกจากนี้ “Stir” ยังอาจหมายถึงการทำให้เกิดความเคลื่อนไหวหรือก่อให้เกิดความสนใจในบางสิ่งบางอย่าง เช่น ข่าวที่ออกมาอาจจะ “stir up” ความสนใจของผู้คน หรือเหตุการณ์บางอย่างอาจจะ “stir” ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ความหมายและการใช้งาน “Stir” มีความหมายหลักๆ คือ การคน การกวน หรือการทำให้เคลื่อนไหว ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้หลากหลายสถานการณ์ ทั้งในเชิงรูปธรรม เช่น การคนอาหาร และในเชิงนามธรรม เช่น การก่อให้เกิดความรู้สึกหรือการเปลี่ยนแปลง ตัวอย่างการใช้งาน การคนอาหาร: “Please stir…

  • "Important” แปลว่า

    คำว่า “Important” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง สำคัญ มีความสำคัญ มีความหมาย หรือจำเป็น โดยทั่วไปแล้วจะใช้เพื่อบ่งบอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความสำคัญมากจนไม่ควรมองข้าม หรือเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Important” อยู่บ่อยๆ เช่น เมื่อมีคนบอกว่า “This is very important!” ก็หมายถึงว่าเรื่องนี้สำคัญมากนะ ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ หรือเมื่อเราเห็นป้ายประกาศที่เขียนว่า “Important Notice” ก็คือประกาศที่สำคัญที่ทุกคนควรอ่านและทำความเข้าใจ นอกจากนี้ ในการทำงาน เราอาจจะได้รับมอบหมายงานที่ “Important” ซึ่งหมายถึงเป็นงานที่มีความสำคัญต่อเป้าหมายขององค์กร หรือเมื่อนัดหมายอะไรไว้แล้วมีคนเตือนว่า “Don’t forget, it’s important!” ก็คืออย่าลืมนะ มันสำคัญมากจริงๆ ความหมายและการใช้งาน “Important” แปลว่า สำคัญ ใช้เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของบุคคล สิ่งของ สถานการณ์ หรือข้อมูลต่างๆ ที่ไม่ควรถูกละเลย หรือจำเป็นต้องได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ ตัวอย่างการใช้งาน 1. “This meeting is very important…

  • "Hint” แปลว่า

    คำว่า “Hint” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “การบอกใบ้” หรือ “คำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ” ที่ช่วยให้เราเข้าใจหรือค้นพบสิ่งต่างๆ ได้ง่ายขึ้น เป็นเหมือนการชี้ทางหรือให้เบาะแสบางอย่าง เพื่อให้เราสามารถเดา หรือหาคำตอบที่ต้องการได้โดยไม่ต้องบอกตรงๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Hint” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เวลาเล่นเกมทายปัญหา เพื่อนอาจจะให้ “hint” เพื่อช่วยให้เราทายคำศัพท์ได้ง่ายขึ้น หรือเวลาที่เรากำลังพยายามทำความเข้าใจอะไรบางอย่าง ครูหรือผู้ใหญ่ก็อาจจะให้ “hint” เพื่อนำทางเราไปสู่คำตอบ หรือเวลาดูหนังที่เราไม่เข้าใจฉากใดฉากหนึ่ง คนที่ดูจบแล้วอาจจะให้ “hint” เกี่ยวกับความหมายของฉากนั้นๆ โดยไม่สปอยล์เนื้อหาทั้งหมด ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Hint” หมายถึง การให้สัญญาณ เครื่องหมาย หรือข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยให้เข้าใจหรือคาดเดาอะไรบางอย่างได้ง่ายขึ้น เป็นการบอกใบ้ที่ไม่ชัดเจนจนเกินไป แต่ก็เพียงพอที่จะนำทางผู้รับสารไปสู่เป้าหมาย ตัวอย่างการใช้งาน “ครูให้ hint คำตอบของข้อสอบยากข้อนั้น” (Teacher gave a hint for that difficult exam question.)…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *