"What” แปลว่า

คำว่า “What” เป็นคำสรรพนามคำถาม (interrogative pronoun) ในภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่อสอบถามถึงสิ่งที่ไม่ทราบหรือไม่แน่ใจ โดยทั่วไปแล้ว “What” จะแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “อะไร” ซึ่งเป็นคำที่ใช้ถามถึงสิ่งของ ลักษณะ หรือข้อมูลที่ต้องการทราบ

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “What” บ่อยครั้งในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อมีคนถามเราว่า “What’s your name?” (ชื่ออะไรของคุณ?) หรือเมื่อเราเห็นสิ่งที่ไม่คุ้นเคยแล้วถามว่า “What is that?” (นั่นคืออะไร?) นอกจากนี้ยังใช้ในการขอให้ทวนคำพูด หรือเมื่อไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายพูด เช่น “What did you say?” (คุณพูดว่าอะไรนะ?) การใช้ “What” ช่วยให้เราสามารถสื่อสารเพื่อสอบถามข้อมูลต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความหมายและการใช้งาน

“What” ใช้เพื่อถามถึงสิ่งที่ไม่รู้จัก หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งนั้นๆ โดยสามารถใช้ได้ทั้งในรูปแบบของประโยคคำถามโดยตรง หรือใช้เป็นส่วนหนึ่งของประโยคที่ซับซ้อนขึ้น

ตัวอย่างการใช้งาน

  • What is this? (นี่คืออะไร?)
  • What do you want? (คุณต้องการอะไร?)
  • I don’t know what to do. (ฉันไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี)
  • Tell me what happened. (บอกฉันหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น)

บริบทที่ใช้บ่อย

“What” เป็นคำพื้นฐานที่ใช้ในการถามคำถามทั่วไปในภาษาอังกฤษ สามารถพบเห็นได้ในบทสนทนาประจำวัน การเรียนการสอนภาษาอังกฤษ หรือเมื่อต้องการสอบถามข้อมูลที่เฉพาะเจาะจง

🔷 FAQ SECTION

“What” กับ “Which” ต่างกันอย่างไร?

“What” ใช้ถามถึงสิ่งใดก็ได้โดยไม่มีการจำกัดตัวเลือก ในขณะที่ “Which” ใช้ถามเมื่อมีตัวเลือกที่จำกัดหรือต้องการให้เลือกจากกลุ่มที่กำหนดไว้

สามารถใช้ “What” แทน “Who” ได้หรือไม่?

ไม่ได้ “What” ใช้ถามถึงสิ่งของหรือสถานการณ์ ส่วน “Who” ใช้ถามถึงบุคคล

Similar Posts

  • "Wednesday” แปลว่า

    “Wednesday” แปลว่า วันพุธ ซึ่งเป็นวันที่สามของสัปดาห์ โดยนับจากวันอาทิตย์เป็นวันแรก หรือเป็นวันที่สี่ของสัปดาห์ หากนับวันจันทร์เป็นวันแรก ชื่อ “Wednesday” มาจากภาษาอังกฤษเก่า “Wōdnesdæg” ซึ่งมีความหมายว่า “วันแห่ง Woden” เทพเจ้าสูงสุดในตำนานนอร์ส ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Wednesday” หรือ “วันพุธ” เพื่ออ้างอิงถึงวันกลางสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นการนัดหมาย การวางแผนกิจกรรม หรือการกล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น เช่น “เจอกันวันพุธหน้านะ” หรือ “การประชุมจะจัดขึ้นในวัน Wednesday” เป็นต้น คำนี้มีความคุ้นเคยและถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในภาษาไทย ความหมายและการใช้งาน “Wednesday” หมายถึง วันพุธ ซึ่งเป็นวันลำดับที่ 3 หรือ 4 ของสัปดาห์ ขึ้นอยู่กับวิธีการนับ การใช้งานทั่วไปคือการระบุวันในสัปดาห์สำหรับการนัดหมาย กิจกรรม หรือเหตุการณ์ต่างๆ ตัวอย่างการใช้งาน “เรามีนัดตรวจสุขภาพในวัน Wednesday นี้” “หนังเรื่องใหม่จะเข้าฉายในวันพุธหน้า” “ฉันชอบวัน Wednesday เพราะเป็นวันกลางสัปดาห์ที่รู้สึกไม่เร่งรีบเกินไป” บริบทการใช้งานทั่วไป “Wednesday” ถูกใช้ในบริบททั่วไปที่เกี่ยวข้องกับเวลาและการวางแผนในชีวิตประจำวัน…

  • "โตมาชิกูลู” แปลว่า

    โตมาชิกูลู (Tomoshibulu) เป็นคำที่ใช้เรียกแทน “สมาชิก” หรือ “คนในกลุ่ม” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของกลุ่มคนที่มีความสนใจร่วมกัน หรือกิจกรรมบางอย่างที่ทำด้วยกัน เป็นคำที่ฟังดูเป็นกันเองและไม่เป็นทางการมากนัก ความหมายและการใช้งาน โดยทั่วไปแล้ว “โตมาชิกูลู” จะหมายถึง คนที่เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเพื่อน กลุ่มทำงาน กลุ่มแฟนคลับ หรือกลุ่มที่รวมตัวกันทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง คำนี้ให้ความรู้สึกของการเป็นพวกเดียวกัน หรือเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนเล็กๆ ที่มีความผูกพันกัน ตัวอย่างการใช้งาน เรามักจะได้ยินคำว่า “โตมาชิกูลู” ในประโยคประมาณนี้ เช่น “พวกเราโตมาชิกูลูของวงนี้จะไปรอรับที่สนามบินนะ” หรือ “ถ้าใครเป็นโตมาชิกูลูของชมรมถ่ายรูป ก็เตรียมอุปกรณ์มาให้พร้อมด้วย” เป็นการบอกให้รู้ว่าใครคือคนในกลุ่มที่ควรรับทราบ หรือควรมีส่วนร่วมในกิจกรรมนั้นๆ บริบทที่ใช้บ่อย คำนี้จะถูกใช้บ่อยในกลุ่มที่ค่อนข้างสนิทสนมกัน หรือในกลุ่มที่มีการจัดกิจกรรมที่ต้องการระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน เช่น กลุ่มแฟนคลับที่รวมตัวกันทำโปรเจกต์ให้ศิลปิน กลุ่มคนที่เล่นเกมออนไลน์ด้วยกัน หรือกลุ่มเพื่อนที่วางแผนไปเที่ยวด้วยกัน “โตมาชิกูลู” มาจากภาษาอะไร? คำว่า “โตมาชิกูลู” เป็นการผสมคำระหว่างภาษาไทยและภาษาอื่น โดยคำว่า “สมาชิก” มาจากภาษาไทย และคำว่า “ชูลู” (shulu) อาจจะมาจากภาษาอื่นที่ใช้เรียกกลุ่มคนหรือสมาชิก แต่โดยรวมแล้วถูกนำมาใช้ในบริบทภาษาไทยเพื่อให้มีความหมายว่า “สมาชิก” ในกลุ่มที่เฉพาะเจาะจง “โตมาชิกูลู”…

  • "Rent” แปลว่า

    คำว่า “Rent” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “ค่าเช่า” หรือ “การเช่า” ครับ โดยทั่วไปแล้ว เราจะใช้คำนี้เมื่อพูดถึงการจ่ายเงินเพื่อใช้สิ่งของหรือสถานที่ของผู้อื่นในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นบ้าน รถยนต์ หรือแม้แต่อุปกรณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Rent” บ่อยครั้ง เช่น เวลาเพื่อนชวนไปหาที่พักใหม่ๆ แล้วถามว่า “ค่า Rent เดือนเท่าไหร่?” หรือเวลาเราไปเช่ารถขับ ก็อาจจะได้ยินพนักงานบอกว่า “ค่า Rent วันละเท่านี้ครับ” หรือบางทีเวลาดูหนัง เราอาจจะเห็นตัวละครพูดถึงการ “Rent หนัง” ซึ่งก็คือการจ่ายเงินเพื่อดูหนังเรื่องนั้นๆ เป็นครั้งคราว ไม่ใช่การซื้อขาด ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Rent” หมายถึง การจ่ายเงินเพื่อแลกกับการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินหรือบริการของผู้อื่นในช่วงเวลาที่กำหนด โดยผู้ที่จ่ายเงินเรียกว่า “ผู้เช่า” (tenant) และผู้ที่ให้เช่าเรียกว่า “ผู้ให้เช่า” (landlord) หรือ “เจ้าของ” (owner) ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการเช่านี้เรียกว่า “ค่าเช่า” (rent) นั่นเอง ตัวอย่างการใช้งาน “ฉันกำลังหา…

  • "Repeat” แปลว่า

    คำว่า “Repeat” เป็นคำภาษาอังกฤษที่หมายถึง การทำซ้ำ การกล่าวซ้ำ หรือการเกิดขึ้นอีกครั้ง ในบริบททั่วไปเราใช้คำนี้เพื่ออธิบายถึงการกระทำหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากกว่าหนึ่งครั้ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Repeat” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เมื่อมีคนพูดอะไรที่เราไม่เข้าใจ ก็อาจจะขอให้เขา “Repeat” หรือพูดซ้ำอีกครั้ง หรือเมื่อเรากำลังฝึกฝนทักษะอะไรบางอย่าง เราก็ต้อง “Repeat” การฝึกซ้อมนั้นซ้ำๆ เพื่อให้เกิดความชำนาญ หรือแม้แต่ในเรื่องของเหตุการณ์ต่างๆ เช่น สภาพอากาศที่อาจจะ “Repeat” รูปแบบเดิมๆ ในแต่ละปี ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Repeat” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ การทำซ้ำ การกล่าวซ้ำ หรือการเกิดขึ้นอีกครั้ง สามารถนำไปใช้ได้หลากหลายสถานการณ์ ขึ้นอยู่กับบริบทที่กำลังพูดถึง ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น หากคุณไม่เข้าใจสิ่งที่เพื่อนพูด คุณอาจจะบอกว่า “ช่วย Repeat หน่อย” ซึ่งหมายถึง ช่วยพูดซ้ำอีกครั้ง หรือถ้าคุณกำลังฟังเพลงที่ชอบมาก คุณอาจจะกดปุ่ม “Repeat” เพื่อให้เพลงนั้นเล่นวนไปเรื่อยๆ หรือในกรณีที่นักเรียนกำลังฝึกท่องบทเรียน ก็อาจจะต้อง Repeat บทเรียนนั้นหลายๆ…

  • "Scout” แปลว่า

    คำว่า “Scout” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “การสำรวจ” หรือ “การสอดแนม” โดยทั่วไปแล้วจะหมายถึงการออกไปสืบหาข้อมูล ตรวจสอบ หรือสังเกตการณ์ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เพื่อรวบรวมข่าวสาร หรือประเมินสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “Scout” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น การที่ทีมฟุตบอลส่ง “Scout” ไปดูฟอร์มการเล่นของนักเตะคู่แข่ง เพื่อวางแผนการแข่งขัน หรือในกรณีของการผจญภัยและการสำรวจธรรมชาติ ก็อาจจะมีการ “Scout” เส้นทางก่อนออกเดินทางจริง เพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัยและเหมาะสม ความหมายและการใช้งาน “Scout” สามารถใช้ได้ทั้งในฐานะคำนาม (หมายถึง ผู้สำรวจ หรือ ทีมสำรวจ) และคำกริยา (หมายถึง การสำรวจ หรือ การสอดแนม) การใช้งานจะขึ้นอยู่กับบริบทของประโยค ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างที่ 1: “โค้ชส่ง Scout ไปดูฟอร์มของนักเตะคนใหม่ของทีมคู่แข่ง” (ในที่นี้ Scout หมายถึง ผู้ที่ทำหน้าที่สำรวจ) ตัวอย่างที่ 2: “เราต้อง Scout พื้นที่ก่อนว่ามีแหล่งน้ำเพียงพอหรือไม่” (ในที่นี้…

  • "Investigators” แปลว่า

    คำว่า “Investigators” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “นักสืบ” หรือ “ผู้สืบสวน” โดยทั่วไปแล้วหมายถึงบุคคลที่ทำหน้าที่ค้นหาความจริง รวบรวมข้อมูล หรือตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นคดีอาชญากรรม การทุจริต หรือประเด็นอื่นๆ ที่ต้องการการตรวจสอบอย่างละเอียด ในชีวิตประจำวัน เรามักจะคุ้นเคยกับคำว่า “นักสืบ” จากในภาพยนตร์หรือนิยาย ที่เป็นตัวละครที่ไขคดีปริศนาต่างๆ แต่ในความเป็นจริง “Investigators” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่นั้น อาจหมายถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังสืบคดี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ตรวจสอบการละเมิดกฎ หรือแม้แต่ผู้ตรวจสอบบัญชีที่กำลังหาข้อผิดพลาดทางการเงิน การใช้งานคำนี้จึงครอบคลุมไปถึงผู้ที่มีหน้าที่ “สืบหา” ความจริงในหลากหลายบริบท ความหมายและการใช้งาน “Investigators” หมายถึง ผู้ที่ทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อรวบรวมข้อมูล หลักฐาน หรือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคลี่คลายปริศนา ค้นหาผู้กระทำผิด หรือตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลต่างๆ การใช้งานคำนี้จะเน้นไปที่กระบวนการค้นหาและตรวจสอบอย่างเป็นระบบ ตัวอย่างการใช้งาน ในข่าว เราอาจได้ยินว่า “ทีม investigators กำลังเร่งรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ” หรือ “บริษัทได้แต่งตั้ง investigators เพื่อตรวจสอบการทุจริตภายใน” นอกจากนี้ ในบริบทของการทำงาน อาจมีตำแหน่งที่เรียกว่า “internal investigator” ซึ่งเป็นผู้ที่รับผิดชอบการสืบสวนภายในองค์กร บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *