"Weaker” แปลว่า

คำว่า “Weaker” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “อ่อนแอกว่า” หรือ “ด้อยกว่า” เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับสิ่งอื่น ๆ ที่แข็งแรงกว่า หรือดีกว่า

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Weaker” เพื่ออธิบายถึงสิ่งต่างๆ ที่มีกำลังน้อยกว่า มีประสิทธิภาพน้อยกว่า หรือมีความทนทานน้อยกว่า เช่น กล้ามเนื้อที่อ่อนแอกว่าปกติเนื่องจากการบาดเจ็บ หรือการแข่งขันที่ทีมหนึ่งมีผู้เล่นที่ฝีมืออ่อนแอกว่าอีกทีมหนึ่ง

ความหมายและการใช้งาน

“Weaker” มาจากคำว่า “weak” ที่แปลว่า “อ่อนแอ” เมื่อเติม “-er” เข้าไป จะกลายเป็นการเปรียบเทียบขั้นกว่า (comparative degree) ใช้เพื่อบอกว่าสิ่งหนึ่งมีคุณสมบัติ “อ่อนแอ” หรือ “ด้อยกว่า” อีกสิ่งหนึ่ง

ตัวอย่างการใช้งาน

1. “This rope is weaker than the one we used before.” (เชือกเส้นนี้อ่อนแอกว่าเส้นที่เราเคยใช้มาก่อน)

2. “He felt weaker after being sick for a week.” (เขารู้สึกอ่อนแอกว่าหลังจากป่วยไปหนึ่งสัปดาห์)

3. “The economy this year is weaker compared to last year.” (เศรษฐกิจปีนี้อ่อนแอกว่าปีที่แล้ว)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Weaker” มักใช้ในการเปรียบเทียบในหลากหลายบริบท ทั้งทางกายภาพ (เช่น ร่างกาย, กล้ามเนื้อ), ทางจิตใจ (เช่น ความตั้งใจ, ความเชื่อมั่น), หรือในเชิงนามธรรม (เช่น เศรษฐกิจ, การแข่งขัน, ประสิทธิภาพ)

🔷 FAQ SECTION

“Weaker” ต่างจาก “Weak” อย่างไร?

“Weak” เป็นคำคุณศัพท์ที่แปลว่า “อ่อนแอ” โดยทั่วไป ส่วน “Weaker” เป็นรูปขั้นกว่า ใช้เมื่อต้องการเปรียบเทียบว่าสิ่งหนึ่ง “อ่อนแอกว่า” อีกสิ่งหนึ่ง

มีคำอื่นที่ใช้แทน “Weaker” ได้ไหม?

ในบางบริบท อาจใช้คำอื่นที่ใกล้เคียงกันได้ เช่น “less strong”, “inferior”, หรือ “poorer” ขึ้นอยู่กับความหมายที่ต้องการสื่อ

Similar Posts

  • "Obliged” แปลว่า

    คำว่า “Obliged” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ การถูกผูกมัด หรือ การมีพันธะหน้าที่ที่ต้องทำ ซึ่งมักจะเกิดจากกฎหมาย ข้อตกลง หรือความจำเป็นบางอย่างที่ทำให้เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเจอสถานการณ์ที่ต้องใช้คำว่า “Obliged” ในลักษณะของการรู้สึกว่าต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อตอบแทนบุญคุณ หรือเพื่อรักษาความสัมพันธ์ เช่น เมื่อมีคนช่วยเหลือเรา เราก็อาจจะรู้สึก “obliged” ที่จะต้องช่วยเหลือเขากลับในภายหลัง หรือในสถานการณ์ที่เป็นทางการมากขึ้น เช่น บริษัทอาจจะ “obliged” ตามสัญญาที่จะต้องส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าภายในเวลาที่กำหนด ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Obliged” โดยทั่วไปหมายถึง การถูกบังคับ หรือ การถูกผูกมัดให้ต้องทำบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งอาจเกิดจาก: กฎหมายหรือข้อบังคับ: เช่น บริษัทถูก “obliged” ตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ข้อตกลงหรือสัญญา: เช่น ผู้เช่าถูก “obliged” จ่ายค่าเช่าตรงเวลา ความจำเป็นหรือสถานการณ์: เช่น เขาถูก “obliged” ให้ต้องเดินทางไปต่างประเทศกะทันหัน ความรู้สึกขอบคุณหรือความสัมพันธ์: เช่น ฉันรู้สึก “obliged” ที่จะต้องตอบแทนน้ำใจที่เขาเคยให้มา ตัวอย่างการใช้งาน “Due…

  • "Today” แปลว่า

    คำว่า “Today” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้กันทั่วไป หมายถึง “วันนี้” หรือ “วันปัจจุบัน” เป็นการระบุถึงช่วงเวลาที่กำลังดำเนินอยู่ ณ ขณะที่พูดหรือเขียน ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Today” เพื่อพูดถึงเหตุการณ์ กิจกรรม หรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในวันปัจจุบัน เช่น “Today is a beautiful day” (วันนี้เป็นวันที่สวยงาม) หรือ “What are your plans for today?” (คุณมีแผนจะทำอะไรในวันนี้) มันช่วยให้เราสื่อสารเกี่ยวกับเวลาได้อย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Today” มีความหมายหลักคือ “วันนี้” ซึ่งหมายถึงวันที่กำลังดำเนินอยู่ หรือวันปัจจุบันที่แตกต่างจากเมื่อวาน (yesterday) หรือวันพรุ่งนี้ (tomorrow) เราใช้คำนี้เพื่ออ้างอิงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ หรือเพื่อวางแผนสำหรับกิจกรรมที่จะทำในวันนี้ ตัวอย่างการใช้งาน “I have a meeting today.” (วันนี้ฉันมีการประชุม) “We will go to…

  • "Tired” แปลว่า

    คำว่า “Tired” เป็นภาษาอังกฤษ แปลว่า “เหนื่อย” หรือ “อ่อนเพลีย” เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้เมื่อร่างกายหรือจิตใจได้รับการใช้งานหนักเกินไป หรือขาดการพักผ่อนที่เพียงพอ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Tired” เพื่ออธิบายความรู้สึกเมื่อเราทำกิจกรรมต่างๆ มาทั้งวัน เช่น การทำงาน การเรียน หรือการออกกำลังกาย บางครั้งอาจจะรู้สึกง่วงนอนร่วมด้วย หรือบางทีก็แค่รู้สึกหมดแรง ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะทำอะไรต่อ ความหมายและการใช้งาน “Tired” หมายถึง สภาพของความเหนื่อยล้า อ่อนแรง หรือหมดกำลังกาย/ใจ มักใช้เพื่อบอกถึงสภาวะทางร่างกายหรือจิตใจที่ต้องการการพักผ่อน สามารถใช้ได้ทั้งในสถานการณ์ทั่วไปและสถานการณ์ที่เฉพาะเจาะจง ตัวอย่างการใช้งาน I’m so tired after a long day at work. (ฉันเหนื่อยมากหลังจากทำงานมาทั้งวัน) She looked tired because she didn’t sleep well last night. (เธอดูเหนื่อยเพราะเมื่อคืนนอนไม่หลับ) Are you tired? Let’s…

  • "Getting” แปลว่า

    คำว่า “Getting” ในภาษาอังกฤษ เป็นคำกริยา (verb) ที่มีความหมายหลากหลาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ โดยทั่วไปแล้ว “Getting” จะสื่อถึงการได้รับ การได้มา การกลายเป็น หรือการไปถึงสถานการณ์หรือสภาพบางอย่าง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Getting” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เวลาเราพูดถึงการได้สิ่งของมา (“I’m getting a new phone”) การเปลี่ยนแปลงสภาพ (“It’s getting cold”) หรือการไปถึงที่หมาย (“We’re getting there”) เป็นคำที่ใช้บ่อยและมีความยืดหยุ่นสูงในการสื่อสาร ความหมายและการใช้งาน “Getting” มาจากกริยา “get” ซึ่งเป็นคำที่มีความหมายกว้างมาก สามารถแปลได้หลายอย่าง เช่น: การได้รับ: เช่น “getting a gift” (ได้รับของขวัญ), “getting a promotion” (ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง) การได้มา: เช่น “getting a…

  • "Throw” แปลว่า

    คำว่า “Throw” ในภาษาอังกฤษ เป็นคำกริยาที่มีความหมายหลักๆ ว่า “ขว้าง” หรือ “เหวี่ยง” ไปยังทิศทางใดทิศทางหนึ่ง โดยทั่วไปมักใช้กับการเคลื่อนไหวของมือและแขนเพื่อส่งวัตถุออกไปจากตัว ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Throw” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น การเล่นกีฬา เช่น “throw a ball” (ขว้างลูกบอล) หรือ “throw a punch” (ชกหมัด) นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบได้อีกด้วย เช่น “throw a party” (จัดงานปาร์ตี้) หรือ “throw a tantrum” (อาละวาด) ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงการกระทำบางอย่างอย่างรวดเร็วหรือกะทันหัน ความหมายและการใช้งาน “Throw” หมายถึง การขว้าง, การเหวี่ยง, การโยน หรือการปาวัตถุออกไป โดยใช้แรงจากแขนและมือ สามารถใช้ได้ทั้งในความหมายตรงตัวและเชิงเปรียบเทียบ ตัวอย่างการใช้งาน Throw a ball: เขาโยนลูกบอลให้ฉัน Throw a…

  • "Painted” แปลว่า

    คำว่า “Painted” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การถูกทาสี หรือการถูกแต่งแต้มด้วยสี มีความหมายตรงตัวว่า “ที่ถูกทา” หรือ “ที่ถูกลงสี” ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้กับวัตถุ สิ่งของ หรือแม้กระทั่งภาพวาดต่างๆ ที่ผ่านกระบวนการลงสีแล้ว ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Painted” ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับสิ่งต่างๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ด้วยสี เช่น การทาสีบ้าน ผนัง หรือเฟอร์นิเจอร์ รวมถึงการตกแต่งรถยนต์ หรือแม้กระทั่งการแต่งหน้าของคนเราก็อาจถูกเรียกว่าเป็นการ “Painted” ใบหน้าได้เช่นกัน เป็นคำที่อธิบายถึงผลลัพธ์ของการใช้สีเพื่อปกปิด เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มความสวยงามให้กับสิ่งต่างๆ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Painted” เป็นรูปกริยาช่อง 3 (Past Participle) ของกริยา “paint” ซึ่งแปลว่า ทา, วาด, ลงสี เมื่อใช้เป็นคำคุณศัพท์ (Adjective) จะหมายถึง “ที่ถูกทา” หรือ “ที่ถูกลงสี” เพื่ออธิบายลักษณะของนามนั้นๆ ตัวอย่าง The painted walls are…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *