"Urged” แปลว่า

คำว่า “urged” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ ซึ่งมีความหมายว่า ถูกกระตุ้น, ถูกเร่งเร้า, ถูกผลักดัน, หรือถูกขอร้องอย่างจริงจัง มักใช้เมื่อมีคนพยายามโน้มน้าวหรือกดดันให้ใครบางคนทำบางสิ่งบางอย่าง หรือเมื่อสถานการณ์บางอย่างทำให้ต้องรีบดำเนินการ

ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินหรือเห็นคำว่า “urged” ในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อรัฐบาล “urged” ให้ประชาชนฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคระบาด หรือเมื่อผู้จัดการ “urged” ให้พนักงานส่งรายงานให้เสร็จตามกำหนดเวลา หรือแม้กระทั่งในข่าวที่นักการเมือง “urged” ให้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายบางอย่าง เป็นการแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการกระตุ้นหรือผลักดันให้เกิดการกระทำขึ้น

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “urged” มาจากกริยา “urge” ที่แปลว่า กระตุ้น, เร่งเร้า, สนับสนุน, หรือวิงวอน เมื่ออยู่ในรูปอดีตกาลหรือกริยาช่อง 3 (Past Participle) คือ “urged” จะหมายถึง “ถูกกระตุ้น” หรือ “ถูกเร่งเร้า” โดยทั่วไปแล้ว คำนี้จะบ่งบอกถึงการกระทำที่เกิดขึ้นจากแรงผลักดันจากภายนอก หรือจากความจำเป็นเร่งด่วนของสถานการณ์

ตัวอย่าง

ตัวอย่างการใช้งานในประโยค:

  • The doctor urged him to quit smoking. (หมอเร่งเร้าให้เขาเลิกสูบบุหรี่)
  • She urged them to make a decision quickly. (เธอเร่งเร้าให้พวกเขาตัดสินใจอย่างรวดเร็ว)
  • The government urged citizens to stay at home during the lockdown. (รัฐบาลกระตุ้นให้ประชาชนอยู่บ้านในช่วงล็อกดาวน์)

บริบทที่ใช้บ่อย

“Urged” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการให้เกิดการกระทำอย่างเร่งด่วน หรือเมื่อมีคนพยายามโน้มน้าวอย่างหนักเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการขอร้อง การแนะนำอย่างจริงจัง หรือการออกคำสั่งที่ต้องปฏิบัติตาม


“Urged” หมายถึงอะไร?

“Urged” หมายถึง ถูกกระตุ้น, ถูกเร่งเร้า, หรือถูกขอร้องอย่างจริงจัง เพื่อให้ทำบางสิ่งบางอย่าง หรือเพื่อให้เกิดการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง

เราใช้คำว่า “Urged” ในสถานการณ์แบบไหน?

เราใช้คำว่า “urged” ในสถานการณ์ที่ต้องการสื่อว่ามีแรงผลักดันหรือความพยายามที่จะให้ใครบางคนทำบางสิ่งบางอย่าง หรือเมื่อสถานการณ์บังคับให้ต้องรีบดำเนินการ เช่น หมอสั่งให้คนไข้พักผ่อน หรือรัฐบาลขอความร่วมมือประชาชน

Similar Posts

  • "Family” แปลว่า

    คำว่า “Family” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ครอบครัว” ครับ ซึ่งหมายถึงกลุ่มคนที่ผูกพันกันด้วยสายเลือดหรือการแต่งงาน อาศัยอยู่ร่วมกันและมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน เป็นหน่วยพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของสังคม ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Family” หรือ “ครอบครัว” เพื่ออ้างถึงกลุ่มคนที่เรารักและผูกพันด้วย ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ พี่ น้อง หรือแม้กระทั่งญาติสนิทที่รู้สึกเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน เราอาจจะพูดถึงแผนการไปเที่ยวกับ “Family” หรือถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของ “Family” ของเพื่อนฝูง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคำนี้มีความหมายที่ลึกซึ้งและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรา ความหมายและการใช้งาน Family แปลว่า ครอบครัว ซึ่งหมายถึงกลุ่มบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด อาจจะด้วยสายเลือด การแต่งงาน หรือการยอมรับซึ่งกันและกัน โดยทั่วไปมักหมายถึง พ่อ แม่ ลูก แต่ก็สามารถขยายความรวมถึง ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา หรือแม้กระทั่งครอบครัวบุญธรรม ที่มีความผูกพันและดูแลซึ่งกันและกัน ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น: “My family is going on…

  • "Forget” แปลว่า

    คำว่า “Forget” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง การลืม หรือ การไม่สามารถจดจำสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ เป็นการสูญเสียความทรงจำหรือข้อมูลที่เคยมีอยู่ ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Forget” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเราลืมสิ่งของที่ต้องนำไปด้วย ลืมวันสำคัญ หรือแม้กระทั่งลืมเรื่องราวในอดีต เป็นคำที่ใช้สื่อสารได้ง่ายและเข้าใจตรงกันในวงกว้าง ความหมายและการใช้งาน เมื่อเราพูดว่า “I forget” หรือ “I forgot” หมายถึง ฉันลืมไปแล้ว หรือ ฉันลืมไปแล้วในอดีต สามารถใช้ได้กับทั้งสิ่งของ เหตุการณ์ หรือแม้กระทั่งความรู้สึกก็ได้ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น หากคุณนัดเพื่อนไว้แล้วลืมไป คุณอาจจะพูดว่า “Oh, I’m so sorry, I forgot about our meeting.” (โอ้ ขอโทษที ฉันลืมเรื่องนัดของเราไปเลย) หรือหากคุณลืมของสำคัญ คุณอาจจะบอกว่า “I forgot my keys inside the…

  • "Flowers” แปลว่า

    คำว่า “Flowers” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ดอกไม้ ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สวยงามและมีกลิ่นหอมของพืชหลายชนิด โดยทั่วไปแล้ว ดอกไม้จะมีความหลากหลายทั้งในด้านรูปร่าง สีสัน และขนาด และมักใช้เป็นสัญลักษณ์แทนความรู้สึกต่างๆ เช่น ความรัก ความสุข ความเศร้า หรือการแสดงความยินดี ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นและใช้ Flowers ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น การนำดอกไม้ไปตกแต่งบ้านเพื่อเพิ่มความสดชื่นและสวยงาม การมอบ Flowers ให้เป็นของขวัญในโอกาสพิเศษต่างๆ เช่น วันเกิด วันวาเลนไทน์ หรือวันครบรอบ หรือแม้กระทั่งการนำ Flowers ไปใช้ในงานพิธีต่างๆ เช่น งานแต่งงาน หรืองานศพ นอกจากนี้ Flowers ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปิน นักเขียน และนักดนตรีในการสร้างสรรค์ผลงานอีกด้วย ความหมายและการใช้งาน Flowers หมายถึง ดอกไม้ ซึ่งเป็นส่วนที่สวยงามและมักมีกลิ่นหอมของพืชดอก ใช้เพื่อการตกแต่ง การมอบให้เป็นของขวัญ หรือเป็นสัญลักษณ์แทนความรู้สึกต่างๆ ตัวอย่างการใช้งาน “ฉันชอบซื้อ Flowers มาปักแจกันที่บ้าน” “เขาให้ Flowers…

  • "ซาโยนาระ” แปลว่า

    คำว่า “ซาโยนาระ” (さようなら) เป็นภาษาญี่ปุ่น หมายถึง การกล่าวลา โดยมีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า “ลาก่อน” ในภาษาไทย เป็นการบอกลาที่อาจจะใช้ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างเป็นทางการ หรือเมื่อไม่ได้คาดว่าจะได้พบกันอีกในเร็วๆ นี้ ในชีวิตประจำวัน คนญี่ปุ่นอาจจะไม่ได้ใช้คำว่า “ซาโยนาระ” บ่อยเท่าคำอื่นที่ใช้บอกลาทั่วไป เช่น “แจมาตะ” (じゃあね – ลาก่อน, แล้วเจอกัน) หรือ “มาตะเนะ” (またね – แล้วเจอกันนะ) ซึ่งมีความเป็นกันเองมากกว่า “ซาโยนาระ” มักจะถูกใช้ในการจากลาที่อาจจะยาวนาน หรือเมื่อถึงจุดสิ้นสุดของบางสิ่งบางอย่าง เช่น การจบการศึกษา การย้ายงาน หรือการจากลาที่อาจจะไม่ได้เจอกันอีกเลย ความหมายและการใช้งาน โดยทั่วไป “ซาโยนาระ” (さようなら) มีความหมายว่า “ลาก่อน” เป็นการบอกลาที่แสดงถึงการสิ้นสุดของการพบปะในขณะนั้น อาจมีความหมายแฝงถึงการจากลาที่ค่อนข้างถาวร หรือการจากลาที่ยาวนานกว่าปกติ ต่างจากคำทักทายอื่นๆ ที่ใช้บอกลาในชีวิตประจำวัน ซึ่งมักจะมีความหมายว่า “แล้วเจอกันใหม่” ในอนาคตอันใกล้ ตัวอย่างการใช้งาน นักเรียนอาจกล่าว “ซาโยนาระ” กับคุณครูเมื่อจบปีการศึกษา หรือเมื่อต้องย้ายโรงเรียน เพื่อนที่กำลังจะย้ายไปต่างประเทศอาจกล่าว…

  • "i Missed You” แปลว่า

    “I Missed You” เป็นวลีภาษาอังกฤษที่ใช้แสดงความรู้สึกคิดถึงใครบางคนอย่างมากค่ะ เมื่อเราไม่ได้เจอหรือไม่ได้คุยกับคนที่เราห่วงใยเป็นเวลานาน ความรู้สึกนี้ก็จะผุดขึ้นมา เป็นการบอกให้เขารู้ว่าเรานึกถึงเขาอยู่เสมอ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “I Missed You” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อกลับมาเจอกับเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันนาน หรือเมื่อคู่รักที่อยู่ห่างไกลกันได้พูดคุยกัน เป็นการแสดงความรู้สึกอบอุ่นและยืนยันว่าความสัมพันธ์ยังคงแน่นแฟ้น แม้จะไม่ได้อยู่ใกล้กันก็ตาม ความหมายและการใช้งาน “I Missed You” แปลตรงตัวว่า “ฉันคิดถึงคุณ” เป็นการบอกว่าเรารู้สึกโหยหา หรือคิดถึงบุคคลที่เรากำลังพูดด้วย เมื่อเราไม่ได้พบเจอหรือติดต่อกับเขาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว วลีนี้แสดงถึงความผูกพันและความปรารถนาที่จะได้เจอหรือได้พูดคุยกับคนๆ นั้นอีกครั้ง บริบทการใช้งานทั่วไป วลีนี้มักใช้ในความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด เช่น ระหว่างเพื่อนสนิท ครอบครัว หรือคนรัก เมื่อมีการพลัดพรากจากกัน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลของการเดินทาง การย้ายถิ่นฐาน หรือแม้แต่การไม่ได้เจอกันเพียงไม่กี่วัน ก็สามารถใช้ “I Missed You” เพื่อแสดงความรู้สึกได้ เป็นการสื่อสารที่แสดงถึงความห่วงใยและความสำคัญของอีกฝ่ายในชีวิตของเรา คำถามที่พบบ่อย “I Missed You” ใช้กับใครได้บ้าง? สามารถใช้ได้กับทุกคนที่คุณรู้สึกคิดถึง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ครอบครัว คนรัก หรือแม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงที่คุณผูกพัน…

  • "What’s Up” แปลว่า

    คำว่า “What’s up” เป็นสำนวนภาษาอังกฤษที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในชีวิตประจำวัน มีความหมายโดยรวมคล้ายคลึงกับคำทักทายในภาษาไทย เช่น “เป็นไงบ้าง” “มีอะไรหรือเปล่า” หรือ “สบายดีไหม” เป็นการถามไถ่สารทุกข์สุกดิบหรือถามว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างในช่วงเวลานั้นๆ ในชีวิตจริง คนส่วนใหญ่มักใช้ “What’s up” เป็นคำทักทายแบบไม่เป็นทางการกับเพื่อนฝูง คนรู้จัก หรือคนในวัยเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเจอกันโดยบังเอิญ หรือเมื่อเริ่มต้นบทสนทนา อาจใช้เดี่ยวๆ หรือใช้ร่วมกับคำทักทายอื่นๆ เช่น “Hey, what’s up?” หรือ “Hi, what’s up?” เป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็วในการแสดงความเป็นมิตรและเปิดโอกาสให้เกิดการพูดคุยต่อ ความหมายและการใช้งาน “What’s up” สามารถแปลได้หลายแบบขึ้นอยู่กับบริบท แต่โดยหลักๆ แล้วคือการถามถึงความเป็นไป หรือสถานการณ์ในขณะนั้นๆ ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อเจอกับเพื่อน: “Hey, what’s up?” (เฮ้ เป็นไงบ้าง?) เมื่อต้องการถามว่ามีอะไรเกิดขึ้น: “You look worried, what’s up?” (เธอดูเป็นกังวล มีอะไรหรือเปล่า?) เมื่อเริ่มต้นแชท: “What’s…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *