"Throws” แปลว่า

คำว่า “Throws” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ ว่า “การขว้าง” หรือ “การเหวี่ยง” สิ่งของต่างๆ ออกไปด้วยแรงมือ

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Throws” ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของแขนและมือเพื่อส่งบางสิ่งบางอย่างไปข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬา การทิ้งของ หรือแม้แต่การแสดงท่าทางต่างๆ เช่น เวลาเราบอกเพื่อนว่า “Can you throws me the ball?” ก็หมายถึง “เธอขว้างบอลมาให้ฉันหน่อยได้ไหม” หรือเวลาพูดถึงการขว้างหินลงน้ำ ก็อาจจะใช้คำว่า “He likes to throws stones into the river.”

Meaning & Usage

“Throws” มาจากกริยา “throw” ซึ่งหมายถึง การขว้าง, การเหวี่ยง, การปา, การโยน ในรูปของคำนาม (plural) จะหมายถึง การขว้างหลายๆ ครั้ง หรือการขว้างสิ่งของหลายชิ้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในความหมายอื่น ๆ ได้ เช่น การทำให้บางสิ่งบางอย่างหลุดออกจากตำแหน่ง หรือการทำให้บางคนรู้สึกไม่สบายใจ

Examples

  • The pitcher made a strong throws to the batter. (นักขว้างได้ทำการขว้างที่ทรงพลังไปยังผู้ตี)
  • She gave the old blanket a good throws in the washing machine. (เธอเอาผ้าห่มเก่าไปปั่นในเครื่องซักผ้าอย่างดี)
  • His sudden outburst made everyone uncomfortable, with several awkward throws of glances. (การระเบิดอารมณ์อย่างกะทันหันของเขาทำให้ทุกคนอึดอัด มีการมองหน้ากันอย่างอึดอัดหลายครั้ง)

Context / Common Use

คำว่า “Throws” มักจะพบเห็นได้บ่อยในบริบทของกีฬา เช่น เบสบอล บาสเกตบอล หรือการขว้างจักร การใช้ในชีวิตประจำวันอาจจะหมายถึงการโยนสิ่งของให้กัน หรือการเหวี่ยงแขนในลักษณะของการขว้าง

🔷 FAQ SECTION

“Throws” กับ “Throw” ต่างกันอย่างไร?

“Throw” คือรูปกริยาช่องที่ 1 ใช้เมื่อพูดถึงการขว้าง 1 ครั้ง หรือใช้เป็นคำสั่ง (เช่น Throw the ball!) ส่วน “Throws” คือรูปพหูพจน์ของคำนาม หมายถึง การขว้างหลายๆ ครั้ง หรือการขว้างสิ่งของหลายๆ อย่าง

มีคำอื่นที่แปลว่า “Throws” ได้อีกไหม?

ในบางบริบท อาจใช้คำว่า “การขว้าง”, “การเหวี่ยง”, “การปา” หรือ “การโยน” แทนได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่ใช้ครับ

Similar Posts

  • "Toes” แปลว่า

    “Toes” เป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่หมายถึง นิ้วเท้า ซึ่งก็คือส่วนปลายสุดของเท้าที่มีลักษณะเป็นข้อๆ คล้ายกับนิ้วมือของเรานั่นเองค่ะ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “toes” พูดถึงนิ้วเท้าในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เวลาพูดถึงการเดิน การวิ่ง การใส่รองเท้า หรือแม้กระทั่งเวลาที่เราเจ็บนิ้วเท้า การใช้คำว่า “toes” จะช่วยให้เราสื่อสารได้ชัดเจนและเข้าใจตรงกันได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเมื่อพูดคุยกับชาวต่างชาติที่ใช้ภาษาอังกฤษค่ะ ความหมายและการใช้งาน “Toes” หมายถึง นิ้วเท้า ซึ่งประกอบด้วยกระดูกข้อเล็กๆ หลายข้อเรียงต่อกัน โดยทั่วไปแล้วคนเราจะมีนิ้วเท้าข้างละ 5 นิ้ว รวมเป็น 10 นิ้ว คำนี้สามารถใช้ได้ทั้งในรูปเอกพจน์ (toe – นิ้วเท้าเดียว) และพหูพจน์ (toes – หลายนิ้วเท้า) ค่ะ ตัวอย่างการใช้งาน * I stubbed my **toes** on the table. (ฉันเดินชนนิ้วเท้ากับโต๊ะ) * Make sure your **toes** are…

  • "Rude” แปลว่า

    คำว่า “Rude” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง การหยาบคาย, การไม่สุภาพ, การแสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสม หรือการพูดจาที่ไม่ให้เกียรติผู้อื่น เป็นคำที่ใช้บรรยายพฤติกรรมหรือคำพูดที่ทำให้คนอื่นรู้สึกไม่พอใจ เสียใจ หรือรู้สึกถูกดูหมิ่น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นการใช้คำว่า “Rude” เมื่อมีคนแสดงพฤติกรรมที่ไม่น่ารัก เช่น พูดแทรกขณะที่คนอื่นกำลังพูด, ไม่สบตาเมื่อสนทนา, ทำเสียงดังรบกวนผู้อื่น หรือแสดงท่าทีไม่พอใจอย่างชัดเจนโดยไม่มีเหตุผลที่สมควร การถูกมองว่า “Rude” อาจทำให้เสียความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้างได้ ความหมายและการใช้งาน โดยทั่วไป “Rude” ใช้เพื่ออธิบายการกระทำหรือคำพูดที่ขาดมารยาท ขาดความเคารพ หรือไม่คำนึงถึงความรู้สึกของผู้อื่น อาจเป็นการกระทำโดยเจตนาหรือไม่เจตนา แต่ผลลัพธ์คือทำให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบรู้สึกไม่ดี บริบทและการใช้ทั่วไป คำว่า “Rude” มักถูกใช้ในสถานการณ์ทางสังคมต่างๆ เช่น ในที่ทำงาน, ในครอบครัว, หรือแม้แต่ในพื้นที่สาธารณะ เพื่อตำหนิหรืออธิบายพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของใครบางคน เช่น “It was rude of him to leave without saying goodbye” (เขาหยาบคายมากที่จากไปโดยไม่บอกลา) หรือ “Her tone…

  • "Opponent” แปลว่า

    คำว่า “Opponent” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้ในภาษาไทย หมายถึง คู่ต่อสู้ หรือฝ่ายตรงข้าม ในบริบทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขัน กีฬา การเมือง หรือแม้แต่ในการสนทนาทั่วไป ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Opponent” ในสถานการณ์ที่ต้องมีการแข่งขัน หรือมีความขัดแย้งกัน เช่น ในการแข่งขันฟุตบอล เราอาจจะพูดถึง “Opponent” ของทีมเราว่าใคร หรือในการโต้วาที ก็จะมี “Opponent” ที่เราต้องนำเสนอข้อโต้แย้งด้วย หรือแม้แต่ในการเล่นเกมออนไลน์ ก็จะมี “Opponent” ที่เราต้องเอาชนะ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Opponent” โดยทั่วไปหมายถึง บุคคล กลุ่มบุคคล หรือทีม ที่อยู่ตรงข้ามกับเราในการแข่งขัน หรือมีความคิดเห็นที่แตกต่าง หรือเป็นอุปสรรคต่อเป้าหมายของเรา ตัวอย่างการใช้งาน ในการแข่งขันเทนนิส นักกีฬาทั้งสองฝ่ายถือเป็น “Opponent” ของกันและกัน ในการเลือกตั้ง พรรคการเมืองที่แข่งขันกันก็ถือเป็น “Opponent” ทางการเมือง ในการอภิปราย ผู้ที่แสดงความคิดเห็นตรงข้ามกับเราก็คือ “Opponent” ของเรา บริบทที่ใช้บ่อย “Opponent” มักถูกใช้ในบริบทของการแข่งขันกีฬา…

  • "Lesson” แปลว่า

    คำว่า “Lesson” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง บทเรียน หรือ การสอน ซึ่งเป็นคำที่ใช้กันทั่วไปในหลากหลายบริบท ไม่ว่าจะเป็นการเรียนในห้องเรียน การเรียนรู้จากประสบการณ์ หรือแม้แต่การสอนสั่งในชีวิตประจำวัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Lesson” อยู่บ่อยครั้ง เช่น เมื่อเราพูดถึงการเรียนในโรงเรียน เราอาจจะบอกว่า “Today’s lesson is about history” ซึ่งหมายถึง “บทเรียนวันนี้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์” หรือเมื่อเราทำผิดพลาด เราก็อาจจะพูดว่า “I learned a hard lesson from that mistake” ซึ่งหมายถึง “ฉันได้เรียนรู้บทเรียนราคาแพงจากความผิดพลาดนั้น” นอกจากนี้ ยังอาจใช้ในความหมายของการฝึกสอน เช่น “He is taking piano lessons” หมายถึง “เขากำลังเรียนเปียโนอยู่ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Lesson” สามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ โดยหลักๆ แล้วจะหมายถึง: บทเรียน:…

  • "Activity” แปลว่า

    คำว่า “Activity” เป็นคำภาษาอังกฤษที่นิยมใช้กันแพร่หลายในภาษาไทย หมายถึง กิจกรรม หรือ การกระทำต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมที่ทำเพื่อความบันเทิง การเรียนรู้ การทำงาน หรือกิจกรรมทางสังคมต่างๆ เป็นคำที่ครอบคลุมการเคลื่อนไหว การปฏิบัติ หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Activity” ในหลายบริบท เช่น ในโรงเรียน คุณครูอาจจะประกาศเกี่ยวกับ “School Activity” ซึ่งหมายถึง กิจกรรมของโรงเรียน หรือในที่ทำงาน หัวหน้าอาจจะพูดถึง “Team Building Activity” เพื่อส่งเสริมความสามัคคีในทีม นอกจากนี้ยังอาจหมายถึง กิจกรรมที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ เช่น “Social Media Activity” ที่หมายถึง การมีปฏิสัมพันธ์ต่างๆ บนโซเชียลมีเดีย ความหมายและการใช้งาน โดยทั่วไป “Activity” หมายถึง การกระทำ การปฏิบัติ หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สามารถแบ่งความหมายได้ดังนี้ การกระทำหรือการปฏิบัติ: สิ่งที่คนเราทำ เช่น การออกกำลังกาย การอ่านหนังสือ การทำงาน…

  • "Noise” แปลว่า

    คำว่า “Noise” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง เสียงรบกวน หรือ เสียงที่ดังจนน่ารำคาญ ซึ่งเป็นเสียงที่ไม่ได้เกิดจากการสื่อสารที่ตั้งใจ หรือเป็นเสียงที่ทำให้การรับฟังเสียงอื่น ๆ นั้นทำได้ยากขึ้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Noise” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น เสียงดังจากก่อสร้างที่รบกวนการทำงาน เสียงเพลงที่เปิดดังเกินไปจนเพื่อนบ้านรำคาญ หรือแม้แต่เสียงซ่า ๆ ที่แทรกเข้ามาในการสนทนาทางโทรศัพท์ คำนี้ยังถูกนำไปใช้ในความหมายเปรียบเปรยถึงข้อมูลที่ไม่จำเป็น หรือสิ่งรบกวนสมาธิที่ทำให้เราไม่สามารถโฟกัสกับเรื่องที่สำคัญได้ ความหมายและการใช้งาน Noise หมายถึง เสียงที่ไม่ได้ต้องการ เสียงที่ดังเกินไป หรือเสียงที่แทรกเข้ามาจนทำให้การได้ยินเสียงอื่น ๆ หรือการทำความเข้าใจสิ่งต่าง ๆ นั้นยากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเสียงทางกายภาพ เช่น เสียงรถยนต์ เสียงก่อสร้าง หรือเสียงอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ ตัวอย่างการใช้งาน เสียงดังจากเครื่องปรับอากาศที่เปิดตลอดเวลา ถือเป็น Noise ที่รบกวนสมาธิในการอ่านหนังสือ ถ้ามีการพูดคุยกันหลายคนพร้อม ๆ กันในห้องประชุม เสียงเหล่านั้นก็จะกลายเป็น Noise ที่ทำให้จับใจความสำคัญของการสนทนาหลักได้ยาก ในทางเทคโนโลยี Noise อาจหมายถึงสัญญาณรบกวนที่เกิดขึ้นในระบบสื่อสาร ทำให้ข้อมูลผิดเพี้ยน…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *