"this” แปลว่า

“This” ในภาษาอังกฤษเป็นคำสรรพนามชี้เฉพาะ (demonstrative pronoun) ที่ใช้บ่งบอกถึงสิ่งของ สถานที่ หรือแนวคิดที่อยู่ใกล้ตัวผู้พูด หรือกำลังถูกกล่าวถึงในขณะนั้น เพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจได้ชัดเจนว่าเป็นสิ่งใด

ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้ “this” ในการอ้างถึงสิ่งของที่เรากำลังถืออยู่ หรือกำลังชี้ไปที่สิ่งนั้น เช่น เมื่อเราต้องการให้เพื่อนหยิบปากกาที่วางอยู่ใกล้ๆ เราก็อาจจะพูดว่า “Can you pass me this pen?” (ช่วยส่งปากกาด้ามนี้ให้หน่อยได้ไหม) หรือเมื่อเรากำลังแนะนำสถานที่ที่เราอยู่ เราก็อาจจะบอกว่า “This is my house.” (นี่คือบ้านของฉัน) นอกจากนี้ “this” ยังสามารถใช้กล่าวถึงเหตุการณ์ ความคิด หรือสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นได้ด้วย เช่น “This is a great opportunity.” (นี่เป็นโอกาสที่ดีมาก)

ความหมายและการใช้งาน

“This” มีความหมายหลักๆ คือ “นี่” หรือ “อันนี้” ใช้เพื่อชี้ไปยังสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ หรือกำลังถูกพูดถึง อาจเป็นคำนามเอกพจน์ หรือกลุ่มคำนาม

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “This book is very interesting.” (หนังสือเล่มนี้ น่าสนใจมาก)
  • “What is this?” (นี่คืออะไร?)
  • “I like this song.” (ฉันชอบเพลงนี้)

บริบทที่ใช้บ่อย

“This” นิยมใช้ในบทสนทนาทั่วไป การแนะนำสิ่งของ การอธิบายสถานการณ์ หรือการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ตัว หรือเป็นประเด็นที่กำลังคุยกัน

🔷 FAQ SECTION

“This” ใช้กับอะไรได้บ้าง?

“This” สามารถใช้กับคำนามนับได้ที่เป็นเอกพจน์ หรือคำนามที่นับไม่ได้ เพื่อชี้เฉพาะเจาะจงสิ่งนั้นๆ

“This” ต่างจาก “That” อย่างไร?

“This” ใช้ชี้สิ่งที่อยู่ใกล้ผู้พูด ในขณะที่ “That” ใช้ชี้สิ่งที่อยู่ไกลออกไปจากผู้พูด

Similar Posts

  • "Responsibility” แปลว่า

    คำว่า “Responsibility” แปลว่า “ความรับผิดชอบ” ซึ่งหมายถึง หน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ หรือภาระที่ต้องแบกรับไว้ โดยต้องทำให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี หรือการยอมรับผลของการกระทำของตนเอง ทั้งในทางที่ดีและไม่ดี ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Responsibility” เพื่อสื่อถึงการที่เราต้องทำอะไรบางอย่างให้เสร็จ หรือการที่เราต้องดูแลรับผิดชอบสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น นักเรียนมีความ Responsibility ในการทำการบ้าน คุณพ่อคุณแม่มีความ Responsibility ในการดูแลลูก หรือพนักงานมีความ Responsibility ในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย การมีความ Responsibility แสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะและความน่าเชื่อถือของบุคคลนั้นๆ ความหมายและการใช้งาน Responsibility หมายถึง การมีภาระหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติให้สำเร็จ หรือการยอมรับผลของการกระทำของตนเอง ซึ่งอาจเป็นความรับผิดชอบต่อตนเอง ต่อผู้อื่น ต่อสังคม หรือต่อองค์กร ตัวอย่าง นักเรียนต้องมีความ Responsibility ในการเข้าเรียนและส่งงานตรงเวลา ผู้ปกครองมีความ Responsibility ในการเลี้ยงดูและอบรมบุตรหลาน พนักงานมีความ Responsibility ในการทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ การขับรถอย่างปลอดภัยเป็น Responsibility ของผู้ขับขี่ทุกคน บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า Responsibility มักถูกใช้ในบริบทของการทำงาน การเรียน…

  • "Booster” แปลว่า

    คำว่า “Booster” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “ตัวเร่ง” หรือ “สารเสริมประสิทธิภาพ” ครับ โดยทั่วไปแล้วใช้เพื่ออธิบายถึงสิ่งใดก็ตามที่ช่วยเพิ่มพลัง เร่งความเร็ว หรือทำให้บางสิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม ในชีวิตประจำวัน เราจะเจอคำว่า “Booster” ในบริบทที่หลากหลายครับ เช่น อาจจะเป็นส่วนผสมที่ใส่เพิ่มเข้าไปเพื่อให้อาหารเสริมทำงานได้ดีขึ้น หรือเป็นโปรแกรมที่ช่วยเพิ่มความเร็วให้กับคอมพิวเตอร์ หรือแม้กระทั่งเป็นยานพาหนะที่ใช้เร่งความเร็วในกีฬาบางประเภท คำนี้จึงเป็นคำที่ค่อนข้างยืดหยุ่นและสามารถนำไปใช้ได้หลายสถานการณ์เพื่อสื่อถึงการ “เสริม” หรือ “เร่ง” นั่นเอง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Booster” มาจากภาษาอังกฤษ หมายถึง สิ่งที่ช่วยเสริมหรือเร่งให้เกิดผลลัพธ์ที่ต้องการได้เร็วขึ้น หรือมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าปกติ อาจเป็นได้ทั้งวัตถุ สิ่งของ หรือแม้กระทั่งโปรแกรมหรือกระบวนการต่างๆ ตัวอย่างการใช้งาน Booster seat: เบาะเสริมสำหรับเด็กที่ช่วยให้เด็กนั่งในรถยนต์ได้สูงขึ้น เพื่อให้คาดเข็มขัดนิรภัยได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย Energy booster: เครื่องดื่มหรืออาหารที่ช่วยเพิ่มพลังงาน ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า Booster pump: ปั๊มน้ำที่ใช้เพิ่มแรงดันน้ำในระบบประปา Booster dose: การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น เพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน บริบทที่พบบ่อย คำว่า “Booster” มักถูกใช้ในวงการยานยนต์ (เช่น…

  • "Stable” แปลว่า

    คำว่า “Stable” ในภาษาอังกฤษ หมายถึงคงที่ หรือมั่นคง เป็นคำที่ใช้อธิบายถึงสภาวะที่ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่โยกเยก หรือไม่สั่นคลอน สามารถใช้ได้กับหลายบริบท ทั้งในเชิงกายภาพ นามธรรม หรือแม้กระทั่งทางเทคนิค ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Stable” ในสถานการณ์ที่ต้องการความแน่นอน เช่น เวลาพูดถึงความสัมพันธ์ที่มั่นคง การเงินที่มั่นคง หรือแม้กระทั่งระบบคอมพิวเตอร์ที่ทำงานได้อย่างเสถียร ไม่ค้างหรือไม่ล่มง่ายๆ มันสื่อถึงความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยว่าจะไม่เกิดปัญหาขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความหมายและการใช้งาน “Stable” หมายถึงสภาวะที่มั่นคง ไม่เปลี่ยนแปลงง่ายๆ หรือเสถียร ไม่โยกคลอน หรือไม่สั่นไหว ตัวอย่างการใช้งาน 1. ความสัมพันธ์ที่ Stable: หมายถึงความสัมพันธ์ที่แน่นอน ไม่ค่อยมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้ง หรือการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรง มีความเชื่อใจและผูกพันกันอย่างแน่นแฟ้น 2. เศรษฐกิจที่ Stable: หมายถึงสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ผันผวนมากนัก อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่ควบคุมได้ การจ้างงานมั่นคง 3. ระบบที่ Stable: ในทางคอมพิวเตอร์ หมายถึงระบบปฏิบัติการหรือโปรแกรมที่ทำงานได้อย่างราบรื่น ไม่ค่อยเกิดข้อผิดพลาด หรือแครช บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Stable” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการเน้นย้ำถึงความแน่นอน ความไม่เปลี่ยนแปลง…

  • "แอ๊ดวานซ์” แปลว่า

    คำว่า “แอ๊ดวานซ์” (Advance) เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในภาษาไทย โดยมีความหมายหลักๆ คือ การก้าวหน้า, การพัฒนาไปข้างหน้า, หรือการมีความรู้ความสามารถที่เหนือกว่าระดับพื้นฐานทั่วไป ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “แอ๊ดวานซ์” ในบริบทต่างๆ เช่น การเรียน การทำงาน หรือแม้แต่เรื่องเทคโนโลยี เมื่อมีคนพูดว่า “คอร์สนี้จะแอ๊ดวานซ์ขึ้น” หมายถึงเนื้อหาจะมีความซับซ้อนและเจาะลึกมากขึ้น หรือถ้าบอกว่า “มือถือรุ่นนี้แอ๊ดวานซ์มาก” ก็จะหมายถึงมีฟังก์ชันหรือเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยกว่าปกติ คนที่มีทักษะ “แอ๊ดวานซ์” ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ก็คือคนที่ทำสิ่งนั้นได้ดี เก่ง หรือมีความเชี่ยวชาญมากกว่าคนทั่วไปนั่นเอง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “แอ๊ดวานซ์” สื่อถึงการพัฒนาหรือความก้าวหน้าจากระดับเดิม โดยอาจหมายถึงระดับความรู้ ทักษะ เทคโนโลยี หรือสถานะที่สูงขึ้นกว่าปกติหรือมากกว่าที่เป็นมาตรฐานทั่วไป ตัวอย่างการใช้งาน “ถ้าอยากเก่งภาษาอังกฤษจริงๆ ต้องลงเรียนคอร์สแอ๊ดวานซ์” “โปรแกรมนี้มีฟีเจอร์แอ๊ดวานซ์ที่ช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้น” “เขาเป็นนักกีฬาที่มีฝีมือแอ๊ดวานซ์มาก” บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “แอ๊ดวานซ์” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการเน้นย้ำถึงระดับที่สูงขึ้นหรือเหนือกว่า เช่น ในการเรียนการสอน (คอร์สแอ๊ดวานซ์), การพูดถึงเทคโนโลยี (เทคโนโลยีแอ๊ดวานซ์), หรือการประเมินความสามารถของบุคคล (ทักษะแอ๊ดวานซ์) “แอ๊ดวานซ์” หมายถึงอะไรในภาษาไทย?…

  • "nah” แปลว่า

    คำว่า “nah” เป็นคำอุทานที่แสดงถึงการปฏิเสธ การไม่เห็นด้วย หรือการแสดงออกว่าไม่สนใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มักใช้ในภาษาพูดอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อสื่อสารอารมณ์ที่ค่อนข้างเบาๆ หรือบางครั้งอาจใช้เพื่อแสดงความประหลาดใจเล็กน้อย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “nah” บ่อยๆ ในสถานการณ์ที่เพื่อนชวนไปทำกิจกรรมที่เราไม่ต้องการไป เช่น ถ้าเพื่อนชวนไปดูหนังที่เราไม่ชอบ เราอาจจะตอบกลับไปว่า “nah, I don’t feel like it.” หรือเมื่อมีคนถามความคิดเห็นในเรื่องที่เราไม่เห็นด้วยอย่างแรง เราอาจจะอุทานว่า “nah!” เพื่อแสดงการไม่ยอมรับอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เพื่อตอบสนองต่อเรื่องที่ฟังดูไม่น่าเป็นไปได้ หรือเรื่องที่ดูตลกขบขัน เช่น ถ้ามีคนเล่าเรื่องที่เหลือเชื่อ เราอาจจะยิ้มแล้วพูดว่า “nah, you’re kidding!” ความหมายและการใช้งาน คำว่า “nah” เป็นคำสแลงที่มาจากคำว่า “no” ในภาษาอังกฤษ แต่มีความรู้สึกที่ผ่อนคลายและไม่เป็นทางการมากกว่า ใช้เพื่อปฏิเสธอย่างสุภาพแต่ชัดเจน หรือแสดงความไม่เห็นด้วยในเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ตัวอย่างการใช้งาน เพื่อน: “ไปกินข้าวกันไหม?” คุณ: “Nah, I’m not hungry.” (ไม่ล่ะ ยังไม่หิว) เพื่อน:…

  • "There’s” แปลว่า

    คำว่า “There’s” เป็นคำย่อที่มาจาก “There is” หรือ “There has” ในภาษาอังกฤษ ใช้เพื่อบอกว่ามีบางสิ่งบางอย่างอยู่ หรือบางสิ่งบางอย่างได้เกิดขึ้นแล้ว โดยส่วนใหญ่จะใช้ในรูปประโยคบอกเล่า หรือประโยคคำถาม เพื่อแสดงการมีอยู่ของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้ “There’s” บ่อยครั้ง เช่น เมื่อเราจะบอกว่ามีของบางอย่างอยู่ตรงไหนสักแห่ง หรือเมื่อเราต้องการถามว่ามีอะไรเกิดขึ้นหรือไม่ ลองนึกภาพเวลาเรากำลังหาของ แล้วเพื่อนบอกว่า “There’s your phone on the table” ก็หมายถึง โทรศัพท์ของคุณอยู่บนโต๊ะ หรือเวลาถามว่า “There’s any problem?” ก็คือ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า เป็นต้น การใช้ “There’s” ทำให้การสื่อสารกระชับและเป็นธรรมชาติมากขึ้น ความหมายและการใช้งาน “There’s” ย่อมาจาก “There is” ใช้เพื่อบอกว่ามีสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่ เช่น “There’s a book on the shelf.” (มีหนังสืออยู่บนชั้น)…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *