"These” แปลว่า

คำว่า “These” เป็นคำสรรพนามชี้เฉพาะ (Demonstrative Pronoun) ในภาษาอังกฤษ ใช้เพื่อกล่าวถึงสิ่งของหรือบุคคลหลายสิ่งหลายอย่างที่อยู่ใกล้ตัวผู้พูด หรือเพิ่งถูกกล่าวถึงไปก่อนหน้านี้ โดยมีความหมายตรงกับคำว่า “เหล่านี้” ในภาษาไทย

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นการใช้ “These” บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุย การเขียน หรือสื่อต่างๆ เช่น เมื่อเราเห็นหนังสือหลายเล่มวางอยู่บนโต๊ะ เราอาจจะพูดว่า “These books are mine” (หนังสือเหล่านี้เป็นของฉัน) หรือเมื่อเรากำลังพูดถึงเพื่อนหลายคนที่เราสนิทด้วย เราอาจจะกล่าวว่า “These are my best friends” (เหล่านี้คือเพื่อนสนิทของฉัน) เป็นต้น การใช้ “These” ช่วยให้เราสามารถระบุเจาะจงถึงกลุ่มสิ่งของหรือบุคคลที่เรากำลังพูดถึงได้อย่างชัดเจน

ความหมายและการใช้งาน

“These” ใช้เพื่ออ้างถึงสิ่งของ คน หรือแนวคิดหลายอย่างที่อยู่ใกล้ผู้พูด หรือเพิ่งถูกกล่าวถึงไปแล้ว มีความหมายเหมือนกับ “เหล่านี้”

ตัวอย่างการใช้งาน

  • These apples are very sweet. (แอปเปิ้ลเหล่านี้หวานมาก)
  • Can you help me with these bags? (คุณช่วยฉันถือกระเป๋าเหล่านี้หน่อยได้ไหม)
  • I like these songs. (ฉันชอบเพลงเหล่านี้)

บริบทการใช้งานทั่วไป

“These” มักใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการระบุสิ่งของหรือบุคคลหลายอย่างที่อยู่ใกล้ หรืออยู่ในขอบเขตที่ผู้พูดสามารถชี้ถึงได้ง่ายๆ ทั้งในเชิงกายภาพและเชิงนามธรรม

🔷 FAQ SECTION

“These” กับ “Those” ต่างกันอย่างไร?

“These” ใช้กับสิ่งที่อยู่ใกล้ ส่วน “Those” ใช้กับสิ่งที่อยู่ไกลกว่า

“These” ใช้กับคำนามเอกพจน์ได้หรือไม่?

ไม่ได้ “These” ใช้กับคำนามพหูพจน์เท่านั้น หากต้องการกล่าวถึงสิ่งเดียวที่อยู่ใกล้ จะใช้ “This”

Similar Posts

  • "Begin” แปลว่า

    คำว่า “Begin” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ มีความหมายว่า “เริ่มต้น” หรือ “เริ่มทำ” เป็นการบ่งบอกถึงการกระทำแรกสุด หรือจุดเริ่มต้นของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม เหตุการณ์ หรือกระบวนการใดๆ ก็ตาม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Begin” เพื่อสื่อถึงการเริ่มทำสิ่งต่างๆ เช่น การเริ่มงาน การเริ่มเรียน หรือแม้กระทั่งการเริ่มเดินทาง ผู้คนมักจะพูดว่า “Let’s begin the meeting” เพื่อเป็นการบอกให้ทุกคนพร้อมที่จะเริ่มการประชุม หรือ “I need to begin my homework now” เพื่อบอกว่าถึงเวลาที่ต้องเริ่มทำการบ้านแล้ว เป็นคำที่ใช้สื่อถึงการก้าวเข้าสู่การกระทำแรกได้อย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา ความหมายและการใช้งาน “Begin” หมายถึง การเริ่มดำเนินการ การปรากฏตัวครั้งแรก หรือการทำให้บางสิ่งบางอย่างเริ่มต้นขึ้น สามารถใช้ได้ทั้งในบริบทที่เป็นรูปธรรม เช่น การเริ่มวิ่ง หรือในบริบทที่เป็นนามธรรม เช่น การเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง ตัวอย่าง “The concert will begin at…

  • "Conflicts” แปลว่า

    คำว่า “Conflicts” ในภาษาไทยมีความหมายว่า ความขัดแย้ง ซึ่งหมายถึง สภาวะที่ความคิดเห็น ความต้องการ การกระทำ หรือผลประโยชน์ของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลไม่สอดคล้องกัน จนนำไปสู่ความไม่ลงรอยกัน การต่อต้าน หรือการเผชิญหน้ากัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเจอ “Conflicts” ได้ในหลายสถานการณ์ เช่น การโต้เถียงกับเพื่อนเรื่องเล็กๆ น้อยๆ การไม่เห็นด้วยกับนโยบายของที่ทำงาน หรือแม้แต่ความขัดแย้งภายในใจตัวเองเมื่อต้องเลือกระหว่างสองสิ่ง การเข้าใจความหมายและจัดการกับ “Conflicts” อย่างเหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ความสัมพันธ์ราบรื่นและชีวิตดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ความหมายและการใช้งาน “Conflicts” หมายถึง ความขัดแย้ง ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นความแตกต่างทางความคิด ทัศนคติ ค่านิยม หรือแม้กระทั่งการแข่งขันเพื่อแย่งชิงทรัพยากรที่มีจำกัด คำนี้สามารถใช้ได้ทั้งในบริบทส่วนตัว สังคม การเมือง หรือแม้กระทั่งในระดับนานาชาติ ตัวอย่าง ความขัดแย้งในครอบครัว: พี่น้องทะเลาะกันเรื่องการแบ่งมรดก ความขัดแย้งในที่ทำงาน: เพื่อนร่วมงานมีความคิดเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับวิธีการดำเนินโครงการ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ: ประเทศสองประเทศมีข้อพิพาทเกี่ยวกับเขตแดน บริบทที่ใช้บ่อย “Conflicts” มักถูกใช้เมื่อกล่าวถึงสถานการณ์ที่มีความไม่ลงรอยกัน การต่อต้าน หรือการเผชิญหน้ากัน ไม่ว่าจะเป็นในระดับบุคคล กลุ่ม หรือองค์กร การทำความเข้าใจ “Conflicts” ช่วยให้เราสามารถหาวิธีแก้ไขหรือจัดการกับปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ…

  • "Preservation” แปลว่า

    คำว่า “Preservation” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การสงวนรักษา การอนุรักษ์ หรือการรักษาสภาพเดิมไว้ ไม่ให้เสื่อมโทรมหรือสูญหายไป ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำนี้เมื่อพูดถึงการดูแลสิ่งต่างๆ ให้คงอยู่ต่อไป เช่น การสงวนรักษาโบราณสถาน การอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือแม้แต่การถนอมอาหาร การใช้คำว่า “Preservation” จึงสื่อถึงความตั้งใจที่จะปกป้องบางสิ่งบางอย่างให้คงคุณค่าหรือสภาพเดิมไว้ให้นานที่สุด ความหมายและการใช้งาน โดยทั่วไป “Preservation” หมายถึง การกระทำหรือกระบวนการในการรักษาสิ่งต่างๆ ให้อยู่ในสภาพเดิม หรือป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย การเสื่อมเสีย หรือการสูญหายไป คำนี้สามารถใช้ได้กับทั้งสิ่งที่เป็นรูปธรรม เช่น วัตถุโบราณ สิ่งมีชีวิต หรือสิ่งแวดล้อม และสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น วัฒนธรรม ภาษา หรือประเพณี ตัวอย่างการใช้งาน เรามักจะเห็นคำว่า “Preservation” ในบริบทต่างๆ ดังนี้: การอนุรักษ์ธรรมชาติ (Nature Preservation): การปกป้องระบบนิเวศ สัตว์ป่า และพืชพรรณไม่ให้ถูกทำลาย การสงวนรักษาโบราณสถาน (Monument Preservation): การดูแลซ่อมแซมและรักษาสถาปัตยกรรมหรือสิ่งก่อสร้างที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ การถนอมอาหาร (Food Preservation):…

  • "Gardening” แปลว่า

    คำว่า “Gardening” ในภาษาไทยหมายถึง “การทำสวน” ซึ่งเป็นการดูแลรักษาต้นไม้ ดอกไม้ หรือพืชผักต่างๆ ในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ ไม่ว่าจะเป็นสวนหย่อมในบ้าน สวนหลังบ้าน หรือแม้กระทั่งการปลูกพืชในกระถาง การทำสวนเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเพาะปลูก การรดน้ำ ใส่ปุ๋ย การกำจัดวัชพืช และการดูแลให้พืชเจริญเติบโตอย่างแข็งแรง ในชีวิตประจำวัน ผู้คนมักใช้คำว่า “Gardening” เพื่อพูดถึงกิจกรรมยามว่างที่พวกเขาชอบทำ หรือเมื่อพูดถึงการตกแต่งบ้านและบริเวณรอบๆ บ้านด้วยต้นไม้ การทำสวนอาจเป็นการปลูกดอกไม้สวยๆ เพื่อประดับบ้าน ปลูกผักสวนครัวไว้ทานเอง หรือแม้กระทั่งการจัดสวนให้ร่มรื่นน่าอยู่ หลายคนมองว่าการทำสวนเป็นวิธีผ่อนคลายความเครียดที่ดี และยังได้ใช้เวลากับธรรมชาติอีกด้วย ความหมายและการใช้งาน Gardening คือ กิจกรรมการปลูกและดูแลรักษาพืชพันธุ์ต่างๆ เช่น ต้นไม้ ดอกไม้ หรือผักในพื้นที่ที่จัดไว้ให้เป็นสวน สามารถทำได้ทั้งในพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น สวนสาธารณะ สวนหลังบ้าน หรือในพื้นที่ขนาดเล็ก เช่น ระเบียง หรือแม้กระทั่งในอาคาร การทำสวนครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมดิน การเพาะเมล็ด การย้ายกล้า การรดน้ำ ใส่ปุ๋ย การตัดแต่งกิ่ง การกำจัดศัตรูพืช และการเก็บเกี่ยวผลผลิต ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น เมื่อมีคนพูดว่า…

  • "Pilot” แปลว่า

    คำว่า “Pilot” ในภาษาไทยนั้นมีความหมายหลักๆ ได้แก่ นักบิน หรือ ผู้ควบคุมอากาศยาน ซึ่งเป็นบุคคลที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนและนำเครื่องบิน ยานพาหนะทางอากาศ หรือแม้กระทั่งยานอวกาศ ให้เดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งได้อย่างปลอดภัย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Pilot” หรือ “นักบิน” ในบริบทของการเดินทางทางอากาศ เช่น เวลาที่เรากำลังจะขึ้นเครื่องบิน หรือเมื่อพูดถึงอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการบิน พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินอาจจะประกาศว่า “เรียนท่านผู้โดยสาร ขณะนี้กัปตัน (Captain) และนักบินผู้ช่วย (First Officer) ของเรา กำลังเตรียมเครื่องบินสำหรับการเดินทาง” หรือบางครั้งเราอาจจะเห็นข่าวเกี่ยวกับนักบินที่ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ก็จะใช้คำว่า “Pilot” เพื่อเรียกขานถึงพวกเขา ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Pilot” หมายถึง ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและได้รับใบอนุญาตในการควบคุมอากาศยาน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินเล็ก เครื่องบินพาณิชย์ เครื่องบินทหาร หรือแม้กระทั่งเฮลิคอปเตอร์ ในบางบริบท คำว่า “Pilot” ยังสามารถหมายถึง “ผู้ทดลอง” หรือ “โครงการนำร่อง” ได้ด้วย เช่น “pilot project” หมายถึง โครงการทดลองที่ทำขึ้นเพื่อประเมินผลก่อนนำไปใช้จริงในวงกว้าง…

  • "Catch” แปลว่า

    คำว่า “Catch” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “จับ” หรือ “คว้า” ครับ เป็นคำกริยาที่ใช้เมื่อเราต้องการรับหรือยึดสิ่งของที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาหาเรา หรือเมื่อเราต้องการทำให้บางสิ่งหยุดนิ่ง ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Catch” บ่อยครั้งในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เวลาเล่นกีฬา เช่น “catch a ball” (รับลูกบอล) หรือ “catch a fish” (จับปลา) นอกจากนี้ยังใช้ในความหมายอื่นๆ ได้อีก เช่น “catch a cold” (เป็นหวัด) หรือ “catch a train/bus” (ขึ้นรถไฟ/รถประจำทางให้ทัน) บางครั้งก็ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการรับทราบหรือเข้าใจ เช่น “Did you catch what I said?” (คุณเข้าใจที่ฉันพูดไหม?) หรือ “catch up” ที่แปลว่า “ตามให้ทัน” หรือ…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *