"Subtract” แปลว่า

คำว่า “Subtract” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า “ลบ” หรือ “หักออก” ในภาษาไทย เป็นการกระทำทางคณิตศาสตร์ที่นำจำนวนหนึ่งออกจากอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อหาผลต่าง

เวลาที่เราใช้คำว่า “Subtract” ในชีวิตประจำวัน มักจะหมายถึงการหักลบสิ่งต่างๆ ออกไป เช่น การหักส่วนลดออกจากราคาสินค้า การลบตัวเลขในใจ หรือแม้กระทั่งการหักเงินออกจากบัญชีของเรา เป็นการลดจำนวนลงเพื่อให้ได้จำนวนที่น้อยลงกว่าเดิม

ความหมายและการใช้งาน

ในทางคณิตศาสตร์ “Subtract” คือการดำเนินการพื้นฐานที่ตรงข้ามกับการบวก เมื่อเรา subtract จำนวนหนึ่งออกจากอีกจำนวนหนึ่ง ผลลัพธ์ที่ได้คือส่วนที่เหลืออยู่ หรือผลต่างระหว่างสองจำนวนนั้น

ตัวอย่างการใช้งาน

สมมติว่าคุณมีเงิน 100 บาท แล้วคุณซื้อของไป 30 บาท คุณจะใช้คำว่า “Subtract” ได้ว่า “You need to subtract 30 from 100” ซึ่งหมายถึง คุณต้องหัก 30 บาทออกจาก 100 บาท ทำให้เหลือเงิน 70 บาท

ในบริบทอื่นๆ เช่น ถ้ามีคน 5 คน แล้ว 2 คนเดินออกไป คุณสามารถพูดได้ว่า “Two people subtract from the group” หรือ “The group size subtracts by two” ซึ่งหมายถึง จำนวนคนในกลุ่มลดลงไป 2 คน

บริบททั่วไป

“Subtract” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการคำนวณ การจัดการเงิน หรือการลดปริมาณของสิ่งต่างๆ ให้ง่ายต่อการเข้าใจและนำไปปฏิบัติ

🔷 FAQ SECTION

“Subtract” ใช้ในบริบทอื่นนอกจากคณิตศาสตร์หรือไม่?

ใช่ครับ “Subtract” สามารถใช้ในบริบททั่วไปเพื่อสื่อถึงการหักออก การลดทอน หรือการเอาบางสิ่งบางอย่างออกไป เช่น การหักส่วนลดออกจากราคา หรือการลดจำนวนคน

มีคำพ้องความหมายอื่นของ “Subtract” หรือไม่?

ในภาษาอังกฤษ คำที่ใกล้เคียงกับ “Subtract” คือ “minus” ซึ่งมักใช้ในการคำนวณทางคณิตศาสตร์ หรือ “deduct” ที่มักใช้กับการหักเงินหรือค่าใช้จ่าย

Similar Posts

  • "Route” แปลว่า

    คำว่า “Route” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “เส้นทาง” หรือ “เส้นทางเดินรถ” โดยทั่วไปแล้วจะใช้เพื่ออ้างอิงถึงเส้นทางที่กำหนดไว้สำหรับการเดินทาง การขนส่ง หรือการสื่อสาร ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Route” เมื่อพูดถึงการวางแผนการเดินทาง เช่น การหา “Route” ที่เร็วที่สุดในการไปทำงาน หรือการวาง “Route” สำหรับการเดินทางท่องเที่ยว การบอกทางเพื่อน หรือแม้แต่การดูแผนที่บนแอปพลิเคชันนำทางต่างๆ ก็ล้วนเกี่ยวข้องกับ “Route” ทั้งสิ้น นอกจากนี้ ในบริบทของการสื่อสารข้อมูล “Route” ยังหมายถึงเส้นทางที่ข้อมูลเดินทางผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ด้วย ความหมายและการใช้งาน “Route” หมายถึง เส้นทางที่ถูกกำหนดไว้สำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะอย่าง เช่น การเดินทาง การขนส่ง หรือการส่งข้อมูล สามารถใช้ได้ทั้งในรูปของเส้นทางจริงบนแผนที่ หรือเส้นทางเสมือนในระบบเครือข่าย ตัวอย่างการใช้งาน “ฉันกำลังหา Route ที่ดีที่สุดเพื่อไปสนามบิน” (I am looking for the best route to the airport.) “แผนที่นี้แสดง…

  • "Reason” แปลว่า

    คำว่า “Reason” ในภาษาอังกฤษนั้นมีความหมายหลักๆ คือ “เหตุผล” หรือ “สาเหตุ” ครับ เป็นคำที่ใช้อธิบายว่าทำไมบางสิ่งบางอย่างถึงเกิดขึ้น หรือทำไมเราถึงตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง ในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Reason” บ่อยๆ เวลาใครถามถึงที่มาที่ไปของเรื่องราวต่างๆ เช่น เมื่อเราทำผิดพลาด อาจมีคนถามว่า “What’s your reason?” ซึ่งก็คือ “มีเหตุผลอะไรถึงทำแบบนั้น?” หรือเวลาเราจะอธิบายการตัดสินใจของเรา เราก็จะบอก “The reason I did that is…” เพื่อบอกถึงเหตุผลเบื้องหลังการกระทำนั้นๆ ครับ ความหมายและการใช้งาน “Reason” หมายถึง สิ่งที่ทำให้เกิดผลลัพธ์บางอย่าง หรือเหตุผลที่สนับสนุนการกระทำ ความคิด หรือความเชื่ออย่างใดอย่างหนึ่ง มันช่วยให้เราเข้าใจที่มาที่ไป และสามารถอธิบายสิ่งต่างๆ ได้อย่างมีตรรกะ ตัวอย่าง What is the reason for the delay? (อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ล่าช้า?) She gave a…

  • "Tilting” แปลว่า

    คำว่า “Tilting” ในภาษาไทยมีความหมายว่า การเอียง การลาดเอียง หรือการเอนไปข้างใดข้างหนึ่ง โดยทั่วไปแล้วจะใช้เพื่ออธิบายลักษณะทางกายภาพของการวางวัตถุในลักษณะที่ไม่ตั้งตรง หรือการเคลื่อนไหวที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมุมของวัตถุนั้นๆ ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Tilting” ในบริบทต่างๆ เช่น เวลาพูดถึงการปรับมุมของหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือการเอียงรถมอเตอร์ไซค์ขณะเข้าโค้ง หรือแม้แต่การเอียงแก้วเพื่อรินน้ำ การทำความเข้าใจความหมายของคำนี้จะช่วยให้เราสื่อสารและเข้าใจบริบทต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Tilting” หมายถึง การทำให้บางสิ่งเอียงไปจากแนวตั้งหรือแนวนอน อาจเป็นการเอียงโดยเจตนา เช่น การปรับมุมของเก้าอี้ หรือเป็นการเอียงที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือตามแรงกระทำ เช่น การเอียงของพื้นผิวถนนที่ลาดเอียง ตัวอย่างการใช้งาน “Please adjust the screen to a comfortable tilting angle.” (โปรดปรับหน้าจอให้ได้มุมที่เอียงสบายตา) “The road has a slight tilting due to the terrain.” (ถนนมีความลาดเอียงเล็กน้อยเนื่องจากสภาพภูมิประเทศ) “Be careful when…

  • "Yes” แปลว่า

    “Yes” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดคำหนึ่ง มีความหมายตรงตัวว่า “ใช่” หรือ “ตกลง” เป็นคำที่ใช้ในการตอบรับ ยืนยัน หรือแสดงความเห็นด้วยต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เป็นคำพื้นฐานที่สำคัญในการสื่อสารภาษาอังกฤษ ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Yes” ในหลากหลายสถานการณ์ ตั้งแต่การตอบรับคำถามง่ายๆ ไปจนถึงการแสดงความเห็นด้วยในการสนทนาที่ซับซ้อน เช่น เมื่อมีคนถามว่า “Are you hungry?” (คุณหิวไหม?) เราก็ตอบว่า “Yes” (ใช่) หรือเมื่อเพื่อนชวนไปเที่ยว เราก็ตอบ “Yes” (ตกลง) เพื่อแสดงความยินยอม นอกจากนี้ “Yes” ยังใช้เพื่อยืนยันข้อมูล หรือแสดงความเข้าใจ เช่น เมื่อเราฟังคำสั่งแล้วเข้าใจ ก็อาจจะพยักหน้าพร้อมกับพูดว่า “Yes” เพื่อบอกให้รู้ว่าเราเข้าใจแล้ว ความหมายและการใช้งาน “Yes” หมายถึง การตอบรับ การยืนยัน การตกลง หรือการแสดงความเห็นด้วย เป็นคำตรงข้ามกับ “No” (ไม่) ใช้เมื่อต้องการตอบสนองในเชิงบวกต่อคำถาม ข้อเสนอแนะ หรือคำสั่ง ตัวอย่างการใช้งาน คำถาม: “Do…

  • "Losses” แปลว่า

    คำว่า “Losses” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การสูญเสีย หรือ ความเสียหาย โดยทั่วไปแล้วมักจะใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ธุรกิจ หรือสถานการณ์ที่เกิดความเสียหายจนทำให้เกิดการขาดทุน หรือไม่ได้รับผลกำไรตามที่คาดหวัง ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “Losses” บ่อยครั้งในข่าวเศรษฐกิจ หรือบทวิเคราะห์เกี่ยวกับผลประกอบการของบริษัทต่างๆ เช่น บริษัท A มี “Losses” ในไตรมาสนี้ หมายความว่า บริษัท A ขาดทุน หรือมีรายได้น้อยกว่าค่าใช้จ่าย หรืออาจใช้ในสถานการณ์ทั่วไปที่เกิดความเสียหาย เช่น การสูญเสียสิ่งของ หรือโอกาสบางอย่าง ความหมายและการใช้งาน “Losses” แปลตรงตัวว่า “การสูญเสีย” หรือ “ความเสียหาย” เป็นคำนามพหูพจน์ของคำว่า “Loss” ซึ่งหมายถึงการขาดทุน การสูญเสีย หรือความพ่ายแพ้ คำนี้มักถูกใช้ในหลายบริบท: การเงินและธุรกิจ: ใช้เพื่ออธิบายผลประกอบการที่ติดลบ หรือการขาดทุนทางการเงิน เช่น “The company reported significant financial losses last year.”…

  • "Urges” แปลว่า

    คำว่า “Urges” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ความรู้สึกอยาก หรือ แรงกระตุ้น ที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ ทำให้รู้สึกอยากทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างแรงกล้า เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ หรืออาจถูกกระตุ้นจากปัจจัยภายนอกก็ได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Urges” เพื่ออธิบายความรู้สึกที่เราควบคุมได้ยาก เช่น ความรู้สึกอยากกินของหวานหลังจากมื้ออาหาร ความรู้สึกอยากออกกำลังกายเมื่อเห็นคนอื่นออกกำลังกาย หรือแม้แต่ความรู้สึกอยากพักผ่อนหลังจากทำงานหนักมาทั้งวัน มันเป็นความรู้สึกที่ผลักดันให้เราอยากจะตอบสนองต่อสิ่งนั้นๆ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Urges” มีความหมายหลักๆ คือ ความอยาก หรือ แรงกระตุ้น ที่มีความเข้มข้น ทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายใจหากไม่ได้ตอบสนองต่อความอยากนั้นๆ อาจเป็นความอยากทางกายภาพ เช่น ความหิว ความกระหาย หรือความอยากทางจิตใจ เช่น ความอยากรู้อยากเห็น ความอยากประสบความสำเร็จ ตัวอย่างการใช้งาน I have a strong urge to eat chocolate right now. (ฉันรู้สึกอยากกินช็อกโกแลตมากๆ ตอนนี้) He felt an urge…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *