"Substantial” แปลว่า

คำว่า “Substantial” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การมีปริมาณมาก, สำคัญ, มีแก่นสาร, หรือหนักแน่น เป็นคำที่ใช้อธิบายถึงสิ่งที่มีความสำคัญ มีน้ำหนัก หรือมีขนาดใหญ่ในเชิงคุณภาพหรือปริมาณ

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Substantial” ในสถานการณ์ที่ต้องการสื่อถึงความสำคัญหรือปริมาณที่มากพอสมควร เช่น เมื่อพูดถึงผลกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก, การเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ, หรือการให้ความช่วยเหลือที่มีจำนวนมากจนเห็นผลชัดเจน เป็นการบอกว่าสิ่งนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย แต่มีค่าหรือมีผลกระทบที่จับต้องได้

ความหมายและการใช้งาน

โดยทั่วไป “Substantial” สามารถแปลได้หลายความหมายขึ้นอยู่กับบริบท แต่หลักๆ คือ:

  • มาก, เยอะ: ใช้กับปริมาณ จำนวน หรือขนาดที่มาก
  • สำคัญ, มีแก่นสาร: ใช้กับสิ่งที่สำคัญ มีความหมาย หรือมีคุณค่า
  • แข็งแรง, มั่นคง: ใช้กับโครงสร้าง หรือหลักฐานที่หนักแน่น

ตัวอย่างการใช้งาน

  • Substantial profit: ผลกำไรที่มากพอสมควร
  • Substantial evidence: หลักฐานที่หนักแน่นเพียงพอ
  • Substantial change: การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ
  • A substantial amount of money: เงินจำนวนมาก

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “Substantial” มักถูกใช้ในบริบทที่เป็นทางการ หรือกึ่งทางการ เช่น ในรายงานธุรกิจ, การอธิบายผลการวิจัย, หรือการกล่าวถึงข้อตกลงต่างๆ เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญหรือขนาดของสิ่งที่กำลังพูดถึง

🔷 FAQ SECTION

“Substantial” ต่างจาก “Big” อย่างไร?

คำว่า “Big” มักจะเน้นที่ขนาดทางกายภาพหรือปริมาณที่มองเห็นได้ชัดเจน ในขณะที่ “Substantial” สามารถหมายถึงปริมาณที่มาก แต่ยังรวมถึงความสำคัญ ความมีแก่นสาร หรือความหนักแน่นที่อาจไม่ได้วัดได้ด้วยขนาดเพียงอย่างเดียว

“Substantial” ใช้กับความรู้สึกได้หรือไม่?

โดยทั่วไป “Substantial” จะใช้กับสิ่งที่จับต้องได้หรือวัดผลได้ เช่น จำนวนเงิน, หลักฐาน, หรือการเปลี่ยนแปลง แต่ในบางครั้งก็อาจใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่ออธิบายถึงความรู้สึกที่หนักแน่น หรือความเชื่อที่มั่นคงได้เช่นกัน แต่ไม่บ่อยเท่ากับการใช้กับสิ่งที่เป็นรูปธรรม

Similar Posts

  • "Meals” แปลว่า

    คำว่า “Meals” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้เรียก “มื้ออาหาร” โดยทั่วไปแล้วเราจะนึกถึงมื้อหลักๆ ของวัน เช่น มื้อเช้า มื้อกลางวัน และมื้อเย็น แต่ความหมายของ “Meals” สามารถครอบคลุมอาหารทุกประเภทที่รับประทานในแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ก็ตาม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Meals” เมื่อพูดถึงการวางแผนการกิน การจัดเตรียมอาหาร หรือการพูดคุยเกี่ยวกับอาหารที่รับประทานไป เช่น การถามว่า “Have you had your meals today?” ซึ่งหมายถึง “วันนี้คุณทานอาหารครบมื้อหรือยัง?” หรือการพูดถึงร้านอาหารที่ให้บริการ “three meals a day” ก็คือร้านที่ให้บริการอาหารครบทั้งสามมื้อหลักนั่นเอง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Meals” หมายถึง ปริมาณอาหารที่รับประทานในแต่ละครั้ง หรือมื้ออาหาร ซึ่งมักจะแบ่งออกเป็นมื้อหลักๆ เช่น มื้อเช้า (Breakfast), มื้อกลางวัน (Lunch) และมื้อเย็น (Dinner) นอกจากนี้ยังสามารถหมายถึงอาหารว่างหรืออาหารที่รับประทานระหว่างมื้อได้ด้วย ตัวอย่างการใช้งาน “The hotel offers…

  • "Repair” แปลว่า

    “Repair” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้กันทั่วไป หมายถึง การซ่อมแซม การแก้ไข หรือการทำให้สิ่งของที่เสียหายหรือชำรุดกลับมาใช้งานได้ดีเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ เครื่องใช้ อุปกรณ์ หรือแม้กระทั่งความสัมพันธ์ที่แตกร้าว ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Repair” เมื่อมีสิ่งของชำรุด เช่น โทรศัพท์มือถือเสีย ทีวีพัง หรือรถยนต์มีปัญหา เราก็จะพูดว่า “ต้องเอาไป repair” หรือ “ซ่อมแซม” นั่นเอง นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในบริบทที่กว้างขึ้น เช่น การแก้ไขข้อผิดพลาดในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่การเยียวยาความรู้สึกที่บาดเจ็บ ความหมายและการใช้งาน “Repair” หมายถึง การทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เสียหาย ชำรุด หรือทำงานผิดปกติ กลับมาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์หรือใช้งานได้ดีอีกครั้ง การใช้งานในภาษาไทยมักจะทับศัพท์ว่า “รีแพร์” หรือใช้คำว่า “ซ่อมแซม” หรือ “แก้ไข” เพื่อสื่อความหมายเดียวกัน ตัวอย่างการใช้งาน “My phone screen is broken, I need to get it repaired.” (หน้าจอโทรศัพท์ของฉันแตก…

  • "Breakfast” แปลว่า

    คำว่า “Breakfast” ในภาษาไทยหมายถึง “อาหารเช้า” หรือ “มื้อเช้า” เป็นมื้ออาหารแรกของวัน ซึ่งโดยทั่วไปจะรับประทานหลังจากตื่นนอนในตอนเช้า เพื่อเติมพลังงานให้กับร่างกายหลังจากอดอาหารมาทั้งคืน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Breakfast” หรือ “อาหารเช้า” ในบริบทต่างๆ เช่น การวางแผนมื้ออาหาร การพูดคุยเรื่องร้านอาหารที่เปิดให้บริการมื้อเช้า หรือการนัดหมายเพื่อนฝูงเพื่อไปทานอาหารเช้าด้วยกัน การรับประทานอาหารเช้าเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายมีพลังงานในการทำกิจกรรมต่างๆ ตลอดทั้งวัน และยังช่วยให้มีสมาธิในการเรียนหรือการทำงานได้ดีขึ้นด้วย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Breakfast” มาจากภาษาอังกฤษ โดยคำว่า “break” หมายถึง “หยุด” และ “fast” หมายถึง “การอดอาหาร” ดังนั้น “Breakfast” จึงมีความหมายตรงตัวว่า “การหยุดอดอาหาร” ซึ่งก็คือมื้อเช้านั่นเอง ในภาษาไทยเราใช้คำว่า “อาหารเช้า” หรือ “มื้อเช้า” เพื่อสื่อความหมายเดียวกัน ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างประโยคที่ใช้คำว่า “Breakfast” หรือ “อาหารเช้า” ในชีวิตประจำวัน: “Let’s have breakfast together tomorrow…

  • "Name” แปลว่า

    “Name” แปลว่า ชื่อ ครับ เป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกสิ่งที่เราใช้ระบุตัวตน หรือสิ่งของต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ หรือแม้แต่แนวคิดต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Name” อยู่บ่อยครั้ง เช่น เวลาแนะนำตัว เราจะพูดว่า “My name is…” (มาย เนม อีส…) ซึ่งแปลว่า “ฉันชื่อ…” หรือเวลาถามชื่อเพื่อน เราก็จะถามว่า “What’s your name?” (วอทส์ ยัวร์ เนม?) แปลว่า “คุณชื่ออะไร?” นอกจากนี้ ยังใช้เรียกชื่อแบรนด์สินค้า ชื่อบริษัท หรือชื่อผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้ด้วย เช่น Google, Apple, หรือ Samsung ก็ถือเป็น “Name” ที่เราคุ้นเคยกันดี ความหมายและการใช้งาน “Name” หมายถึง ชื่อ ซึ่งเป็นคำหรือกลุ่มคำที่ใช้เรียกเพื่อบ่งบอกถึงตัวตน หรือลักษณะเฉพาะของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง…

  • "Breath” แปลว่า

    คำว่า “Breath” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักว่า “ลมหายใจ” ซึ่งหมายถึงอากาศที่เข้าและออกจากปอดของเรา เป็นกระบวนการทางชีวภาพที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Breath” ในหลากหลายบริบท เช่น การพูดถึงการหายใจของตัวเองหรือผู้อื่น การบอกว่าใครกำลังเหนื่อยหอบจากการออกกำลังกาย หรือแม้แต่ในการเปรียบเทียบเชิงเปรียบเปรย เช่น “breath of fresh air” ที่หมายถึงอะไรบางอย่างที่สดชื่นและน่าพอใจ หรือ “hold your breath” ที่หมายถึงการกลั้นหายใจด้วยความคาดหวังหรือตกใจ ความหมายและการใช้งาน “Breath” หมายถึง การหายใจ หรือ ลมหายใจ ซึ่งเป็นก๊าซ (ส่วนใหญ่คืออากาศ) ที่เข้าสู่ร่างกายผ่านทางจมูกหรือปากและออกจากร่างกายอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างการใช้งาน ในภาษาอังกฤษ เราอาจได้ยินประโยคเช่น “Take a deep breath” ซึ่งแปลว่า “สูดหายใจลึกๆ” หรือ “He was out of breath” หมายถึง “เขาหอบเหนื่อย” นอกจากนี้ยังใช้ในวลีเช่น “Catch your breath”…

  • "Grilled” แปลว่า

    “Grilled” เป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้บรรยายถึงวิธีการปรุงอาหารชนิดหนึ่ง โดยการนำอาหารไปทำให้สุกด้วยความร้อนโดยตรง มักจะใช้ตะแกรงย่าง (grill) หรือเตาปิ้งย่าง ซึ่งให้ความร้อนจากด้านล่างเป็นหลัก อาหารที่ผ่านการย่างมักจะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และอาจมีรอยตะแกรงปรากฏบนอาหารด้วย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเห็นคำว่า “Grilled” ในบริบทของการสั่งอาหารที่ร้านอาหาร หรือเวลาพูดคุยเรื่องการทำอาหาร เช่น เวลาไปร้านสเต็ก ก็อาจจะสั่ง “สเต็กเนื้อย่าง” ซึ่งในเมนูภาษาอังกฤษอาจจะเขียนว่า “Grilled Steak” หรือเวลาเพื่อนชวนไปปาร์ตี้บาร์บีคิว ก็อาจจะพูดว่า “เย็นนี้ไปปิ้งย่างกันไหม” ซึ่งก็คือการทำอาหารแบบ “Grilled” นั่นเอง นอกจากนี้ยังใช้กับอาหารทะเล หรือผักต่างๆ ได้ด้วย ความหมายและการใช้งาน “Grilled” หมายถึง การปรุงอาหารด้วยการย่างบนตะแกรง หรือใช้ความร้อนโดยตรงจากด้านล่าง ทำให้อาหารสุกและมีกลิ่นหอม มักนิยมใช้กับเนื้อสัตว์ ปลา และผัก ตัวอย่างการใช้งาน Grilled Chicken Salad: สลัดไก่ย่าง Grilled Fish: ปลาย่าง Grilled Vegetables: ผักย่าง บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Grilled” มักจะพบเห็นได้บ่อยในเมนูอาหารของร้านอาหารต่างๆ โดยเฉพาะร้านที่เน้นเมนูประเภทปิ้งย่าง…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *