"Strip” แปลว่า

คำว่า “Strip” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่เมื่อแปลเป็นภาษาไทยแล้วมีความหมายหลากหลาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่นำไปใช้ โดยทั่วไปแล้ว “Strip” สามารถหมายถึง การปอกเปลือก การลอกออก การถอดออก หรือการเปลือยเปล่า นอกจากนี้ยังสามารถหมายถึงแถบยาวๆ หรือแผ่นบางๆ ได้อีกด้วย

ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “Strip” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การ “strip” การ์ดออกจากซอง การ “strip” สีออกจากผนัง หรือแม้แต่ในบริบทของการแสดงที่เรียกว่า “striptease” ซึ่งหมายถึงการถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้น นอกจากนี้ยังอาจใช้ในความหมายของการตัดทอนหรือย่อให้สั้นลง เช่น “strip down the details” หมายถึงการย่อรายละเอียดให้สั้นลง

ความหมายและการใช้งาน

“Strip” มีความหมายหลักๆ ดังนี้:

  • **การปอก/ลอกออก:** เช่น strip the bark from a tree (ปอกเปลือกต้นไม้), strip paint from a wall (ลอกสีออกจากผนัง)
  • **การถอดออก:** เช่น strip off your wet clothes (ถอดเสื้อผ้าเปียกออก), strip a car for parts (ถอดชิ้นส่วนรถยนต์)
  • **การเปลือย/เปิดเผย:** เช่น strip naked (เปลือยกาย)
  • **แถบ/แผ่น:** เช่น a strip of land (ที่ดินที่เป็นแถบยาว), a strip mall (ศูนย์การค้าที่มีร้านค้าเรียงกันเป็นแถบ)

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “Please strip the wallpaper before we repaint.” (กรุณาลอกวอลเปเปอร์ออกก่อนที่เราจะทาสีใหม่)
  • “The comedian told a joke that was a bit too much, almost a striptease.” (นักแสดงตลกเล่าเรื่องตลกที่ค่อนข้างแรง เกือบจะเป็นการแสดงเปลื้องผ้า)
  • “We bought a long strip of land by the river.” (เราซื้อที่ดินที่เป็นแถบยาวริมแม่น้ำ)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Strip” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่เกี่ยวกับการนำบางสิ่งออก การทำให้บริสุทธิ์ หรือการลดทอนให้เหลือแต่แก่นแท้ นอกจากนี้ยังพบได้ในชื่อสถานที่ หรือรูปแบบของอาคาร เช่น “strip mall” ซึ่งเป็นรูปแบบร้านค้าที่ได้รับความนิยมในบางพื้นที่

🔷 FAQ SECTION

“Strip” แปลว่า “ลอก” อย่างเดียวใช่ไหม?

ไม่เสมอไปครับ “Strip” มีความหมายได้หลากหลาย ทั้งการปอก การลอก การถอด หรือการเปลือย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้

คำว่า “striptease” มาจากคำว่า “strip” หรือไม่?

ใช่ครับ “striptease” มาจากคำว่า “strip” ซึ่งหมายถึงการถอดออก และ “tease” ที่หมายถึงการยั่วเย้าหรือล่อใจ รวมกันจึงหมายถึงการแสดงเปลื้องผ้าทีละชิ้นอย่างยั่วยวน

Similar Posts

  • "Mythic” แปลว่า

    คำว่า “Mythic” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษ หมายถึง เกี่ยวกับตำนาน หรือเหมือนกับตำนาน มีลักษณะที่ยิ่งใหญ่ เกินจริง หรือเป็นที่เล่าขานสืบต่อกันมา มักใช้เพื่ออธิบายสิ่งที่น่าทึ่ง มีพลังอำนาจพิเศษ หรือมีความสำคัญอย่างมากจนกลายเป็นตำนานไปแล้ว ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “Mythic” ถูกนำไปใช้ในบริบทต่างๆ เช่น การพูดถึงเรื่องราวที่เหลือเชื่อแต่มีคนเชื่อกันมาก หรือการยกย่องบางสิ่งบางอย่างว่ามีความพิเศษเหนือธรรมดาจนอาจกลายเป็นตำนานได้ในอนาคต บางครั้งก็ใช้เพื่อกล่าวถึงความแข็งแกร่งหรือความสามารถที่โดดเด่นมากๆ จนยากที่จะหาใครเทียบได้ เป็นการเปรียบเปรยให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ที่ยากจะหาตัวจับยากนั่นเอง ความหมายและการใช้งาน “Mythic” แปลว่า เกี่ยวกับตำนาน หรือเป็นเหมือนตำนาน ในภาษาไทยเราอาจจะแปลได้ว่า “เป็นตำนาน” “เล่าขานกันมา” หรือ “ยิ่งใหญ่ราวกับตำนาน” คำนี้มักใช้เพื่อสื่อถึงสิ่งที่น่าอัศจรรย์ มีพลังพิเศษ หรือมีความสำคัญอย่างมากจนกลายเป็นที่กล่าวขานและจดจำได้ยากที่จะลืมเลือน ตัวอย่างการใช้งาน ในวงการเกม อาจมีตัวละครหรือไอเท็มที่ถูกเรียกว่า “Mythic” เพื่อบ่งบอกถึงความหายาก ความแข็งแกร่ง หรือความพิเศษที่เหนือกว่าไอเท็มทั่วไปอย่างมาก จนกลายเป็นที่ใฝ่ฝันของนักเล่นเกมหลายคน ในการพูดถึงบุคคลที่มีความสามารถโดดเด่นมากๆ หรือสร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่จนเป็นที่ประจักษ์ เราอาจกล่าวว่า “ความสำเร็จของเขาเป็นระดับ Mythic” เพื่อสื่อว่าเขาได้สร้างตำนานให้กับวงการนั้นๆ บริบทที่พบบ่อย คำว่า “Mythic” มักพบเห็นได้บ่อยในสื่อบันเทิงต่างๆ เช่น ภาพยนตร์…

  • "Deliberate” แปลว่า

    คำว่า “deliberate” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ การกระทำที่ทำอย่างตั้งใจ จงใจ หรือไตร่ตรองมาก่อน ไม่ใช่การกระทำโดยบังเอิญ หรือเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำนี้เพื่ออธิบายการตัดสินใจหรือการกระทำที่ผ่านการคิดมาอย่างรอบคอบแล้ว เช่น เวลาใครวางแผนอะไรบางอย่าง หรือพูดอะไรบางอย่างออกมาอย่างจงใจ ไม่ใช่พลั้งปากไป การกระทำที่ “deliberate” มักจะบ่งบอกถึงความรอบคอบ การมีเป้าหมาย หรือความตั้งใจที่ชัดเจน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “deliberate” สามารถใช้ได้ทั้งเป็นคำกริยา (verb) และคำคุณศัพท์ (adjective) **ในฐานะคำกริยา:** หมายถึง การคิดใคร่ครวญอย่างรอบคอบ หรือการปรึกษาหารือกันอย่างจริงจัง **ในฐานะคำคุณศัพท์:** หมายถึง การกระทำที่ทำอย่างจงใจ ตั้งใจ หรือผ่านการไตร่ตรองมาแล้ว ตัวอย่างการใช้งาน “He made a deliberate choice to quit his job.” (เขาตัดสินใจอย่าง จงใจ ที่จะลาออกจากงาน) “The committee will deliberate on the…

  • "Driver” แปลว่า

    คำว่า “Driver” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “ผู้ขับขี่” หรือ “คนขับ” ซึ่งหมายถึงบุคคลที่ทำหน้าที่ควบคุมยานพาหนะ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ส่วนตัว รถแท็กซี่ รถบรรทุก รถเมล์ หรือยานพาหนะอื่นๆ เพื่อนำพาผู้โดยสารหรือสิ่งของไปยังจุดหมายที่ต้องการ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเจอคำว่า “Driver” ในหลายบริบท เช่น เมื่อเราเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ เราก็จะบอกว่า “เรียก Driver มาส่งหน่อย” หรือเมื่อเราพูดถึงอาชีพ เราก็จะบอกว่า “เขาทำงานเป็น Driver ส่งของ” นอกจากนี้ คำว่า “Driver” ยังถูกใช้ในความหมายที่กว้างขึ้น เพื่ออธิบายถึงสิ่งที่ “ขับเคลื่อน” หรือ “เป็นปัจจัยสำคัญ” ที่ทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นหรือดำเนินไป เช่น “Technology is the main driver of economic growth.” (เทคโนโลยีคือตัวขับเคลื่อนหลักของการเติบโตทางเศรษฐกิจ) ความหมายและการใช้งาน โดยทั่วไป “Driver” หมายถึง ผู้ที่ควบคุมยานพาหนะ แต่ในบางกรณีอาจหมายถึง โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ต่างๆ…

  • "Feverish” แปลว่า

    คำว่า “Feverish” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง มีอาการไข้ หรือมีไข้สูง ซึ่งเป็นภาวะที่อุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติ โดยทั่วไปแล้วมักจะมาพร้อมกับอาการอื่นๆ เช่น หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามตัว หรืออ่อนเพลีย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Feverish” เมื่อพูดถึงอาการป่วยของตัวเองหรือคนรอบข้าง เช่น เมื่อรู้สึกไม่สบาย ตัวร้อน หรือมีไข้ ก็จะบอกว่า “I’m feeling feverish” หรือเมื่อสังเกตว่าลูกมีไข้ ก็จะพูดว่า “My child has a feverish temperature” นอกจากนี้ คำว่า “Feverish” ยังสามารถใช้ในเชิงเปรียบเทียบได้อีกด้วย เช่น อธิบายถึงความกระตือรือร้นอย่างมาก หรือความเร่งรีบที่ผิดปกติ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Feverish” แบ่งออกเป็นสองความหมายหลัก คือ ความหมายตรงตัว: เกี่ยวกับอาการไข้ หรือมีไข้สูง ความหมายเปรียบเทียบ: แสดงถึงความกระตือรือร้นอย่างมาก ความเร่งรีบ หรือความบ้าคลั่งอย่างผิดปกติ ตัวอย่าง ความหมายตรงตัว: “After a…

  • "Season” แปลว่า

    คำว่า “Season” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ฤดูกาล ซึ่งเป็นการแบ่งช่วงเวลาของปีตามลักษณะอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 4 ฤดูกาลหลักๆ ได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว แต่ในบางภูมิภาคที่มีลักษณะอากาศแตกต่างออกไป ก็อาจมีการแบ่งฤดูกาลที่ต่างออกไป เช่น ฤดูแล้งและฤดูฝน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Season” เพื่อพูดถึงช่วงเวลาต่างๆ ของปี เช่น การวางแผนท่องเที่ยวในช่วง “Summer season” (ฤดูร้อน) หรือการพูดถึงแฟชั่นที่เปลี่ยนไปตาม “Fashion season” (ฤดูกาลแฟชั่น) นอกจากนี้ คำว่า “Season” ยังสามารถนำไปใช้ในบริบทอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น ในกีฬา อาจหมายถึง “season” ของการแข่งขัน หรือในรายการทีวี อาจหมายถึง “season” ของตอนต่างๆ ที่ออกอากาศ ความหมายและการใช้งาน “Season” แปลว่า ฤดูกาล ซึ่งเป็นการแบ่งช่วงเวลาของปีตามสภาพอากาศที่แตกต่างกันไปในแต่ละช่วง โดยทั่วไปในประเทศแถบอบอุ่นจะแบ่งเป็น 4 ฤดู…

  • "Cancel” แปลว่า

    คำว่า “Cancel” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายว่า การยกเลิก การบอกเลิก หรือการทำให้เป็นโมฆะ เมื่อนำมาใช้ในภาษาไทย เรามักจะเข้าใจในความหมายของการยุติ ยกเลิก หรือทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งสิ้นสุดลง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Cancel” ในสถานการณ์ที่หลากหลาย เช่น การยกเลิกนัดหมาย การยกเลิกคำสั่งซื้อสินค้า หรือแม้แต่การยกเลิกแผนการเดินทาง เป็นต้น การใช้คำนี้แสดงให้เห็นถึงการตัดสินใจที่จะไม่ดำเนินการตามแผนเดิม หรือยุติความสัมพันธ์หรือข้อตกลงที่มีอยู่ ความหมายและการใช้งาน ความหมายหลักของ “Cancel” คือการทำให้สิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้ว หรือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ถูกยุติลง ไม่ให้ดำเนินต่อไป หรือทำให้ไม่มีผลอีกต่อไป ในบริบทต่างๆ ความหมายอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อย แต่แก่นแท้คือการยุติหรือยกเลิก ตัวอย่างการใช้งาน ยกเลิกนัด: “ฉันต้องขอ Cancel นัดหมอวันนี้ เพราะไม่สบาย” (I have to cancel today’s doctor’s appointment because I’m not feeling well.) ยกเลิกคำสั่งซื้อ: “ลูกค้าต้องการ Cancel…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *