"Sentenced” แปลว่า

คำว่า “Sentenced” ในภาษาอังกฤษนั้น เมื่อแปลเป็นภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “ถูกตัดสินลงโทษ” หรือ “ถูกพิพากษาให้รับโทษ” โดยส่วนใหญ่จะใช้ในบริบทของกฎหมาย หรือกระบวนการยุติธรรม หมายถึงการที่ศาลได้พิจารณาคดีความผิดและได้มีคำตัดสินออกมาว่าจะลงโทษผู้กระทำผิดนั้นอย่างไร เช่น จำคุก ปรับ หรือโทษอื่นๆ

ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเคยได้ยินคำนี้จากข่าว หรือจากภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับคดีความต่างๆ เช่น “นักโทษคนนั้นถูก sentenced จำคุก 10 ปี” หรือ “ผู้ต้องหาได้รับการ announced ว่าเขาจะถูก sentenced ในสัปดาห์หน้า” เป็นการบอกเล่าถึงผลลัพธ์ของการพิจารณาคดีที่ได้ข้อสรุปแล้วว่าผู้กระทำผิดจะต้องรับโทษตามกฎหมาย

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Sentenced” มาจากคำกริยา “sentence” ซึ่งหมายถึง การตัดสินลงโทษ หรือการกำหนดโทษ โดยเมื่อเติม “-ed” เข้าไป จะกลายเป็นรูปอดีต (past tense) หรือกริยาช่องที่ 3 (past participle) ที่ใช้ในรูปถูกกระทำ (passive voice) ซึ่งสื่อถึงผู้ที่ได้รับผลของการตัดสินนั้นๆ

บริบทการใช้งานทั่วไป

คำนี้มักใช้ในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นการรายงานข่าวคดีความ การพูดคุยเกี่ยวกับผลการพิจารณาของศาล หรือการกล่าวถึงชะตากรรมของผู้ที่กระทำผิดตามกฎหมาย

Sentenced กับ การตัดสินคดีต่างกันอย่างไร

คำว่า “Sentenced” เน้นที่ผลลัพธ์ของการตัดสิน นั่นคือ “การกำหนดโทษ” ที่ผู้กระทำผิดจะต้องได้รับหลังจากศาลพิจารณาแล้ว ในขณะที่ “การตัดสินคดี” (verdict หรือ judgment) เป็นกระบวนการที่ศาลพิจารณาความผิดว่าผู้ต้องหามีความผิดจริงหรือไม่ ซึ่งอาจนำไปสู่การ sentenced ต่อไป

Sentenced ใช้กับโทษประเภทไหนได้บ้าง

คำว่า “Sentenced” สามารถใช้กับโทษได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นการจำคุก (imprisonment), การปรับ (fine), การรอลงอาญา (probation), การทำงานบริการสังคม (community service) หรือโทษอื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด

Similar Posts

  • "คอมเพลน” แปลว่า

    คำว่า “คอมเพลน” (complain) เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่คนไทยนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย หมายถึง การแสดงความไม่พอใจ การบ่น หรือการร้องทุกข์เกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นสินค้า บริการ หรือสถานการณ์ต่างๆ ที่ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง หรือก่อให้เกิดความรู้สึกไม่ดี ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “คอมเพลน” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อซื้อสินค้ามาแล้วมีตำหนิ หรือบริการที่ได้รับไม่ประทับใจ เราก็อาจจะ “คอมเพลน” กับพนักงาน หรือเพื่อนๆ ก็มักจะพูดถึงเรื่องที่ตัวเอง “คอมเพลน” ให้กันฟัง เป็นการระบายความรู้สึก หรือเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “คอมเพลน” (complain) ในภาษาไทย หมายถึง การบ่น การแสดงความไม่พอใจ หรือการร้องเรียน โดยทั่วไปแล้วมักใช้ในบริบทของการที่ลูกค้ารู้สึกไม่พอใจกับสินค้าหรือบริการที่ได้รับ และต้องการแจ้งปัญหาหรือร้องขอให้มีการแก้ไข ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น: “ลูกค้าท่านนี้มาคอมเพลนเรื่องรสชาติอาหารที่ไม่ถูกปาก” “อย่าคอมเพลนเยอะเลยน่า หาทางแก้กันดีกว่า” “ฉันคอมเพลนไปแล้ว หวังว่าเขาจะปรับปรุงให้ดีขึ้น” บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “คอมเพลน” มักถูกใช้ในธุรกิจบริการต่างๆ เช่น ร้านอาหาร โรงแรม ห้างสรรพสินค้า…

  • "Challenge” แปลว่า

    คำว่า “Challenge” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ความท้าทาย” หรือ “อุปสรรคที่ต้องก้าวข้าม” เป็นสถานการณ์ที่ต้องใช้ความพยายาม ความสามารถ หรือความกล้าหาญในการเผชิญหน้าและเอาชนะ ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Challenge” เมื่อเจอเรื่องที่ยาก ต้องใช้ความคิด การวางแผน หรือการฝึกฝนอย่างหนักเพื่อให้สำเร็จลุล่วงไปได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างการลองทำอาหารสูตรใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน ไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ ในการทำงาน เช่น การต้องปิดโปรเจกต์ให้ทันกำหนด หรือการต้องปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงในองค์กร ทุกสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็น “Challenge” ที่เราต้องเผชิญและหาทางรับมือ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Challenge” หมายถึง การเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ยากลำบาก หรืออุปสรรคที่ต้องใช้ความพยายามในการแก้ไข หรือเอาชนะ มักถูกใช้ในบริบทที่ต้องการการพัฒนาตนเอง การพิสูจน์ความสามารถ หรือการก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างที่ 1: “การเรียนภาษาใหม่เป็น Challenge ที่น่าสนใจสำหรับฉัน” (การเรียนภาษาใหม่เป็นเรื่องท้าทายที่น่าตื่นเต้นสำหรับฉัน) ตัวอย่างที่ 2: “ทีมของเรากำลังเผชิญกับ Challenge ครั้งใหญ่ในการแข่งขันครั้งนี้” (ทีมของเรากำลังเจออุปสรรคหรือความยากลำบากครั้งสำคัญในการแข่งขันครั้งนี้) ตัวอย่างที่ 3: “เขาชอบรับ Challenge ใหม่ๆ…

  • "Classes” แปลว่า

    คำว่า “Classes” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง กลุ่มของสิ่งของ, คน หรือเหตุการณ์ที่มีลักษณะร่วมกัน หรือถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน การใช้คำนี้มีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่นำไปใช้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Classes” ในหลายสถานการณ์ เช่น การเรียนหนังสือ การจัดกลุ่มสิ่งของ หรือแม้กระทั่งการแบ่งระดับทางสังคม คนทั่วไปมักจะคุ้นเคยกับการใช้คำว่า “Classes” ในบริบทของการศึกษามากที่สุด ซึ่งหมายถึงวิชาเรียนหรือคาบเรียนที่ต้องเข้าเรียนในแต่ละวัน ความหมายและการใช้งาน “Classes” สามารถแปลได้หลายความหมายตามบริบท: กลุ่ม/หมวดหมู่: ใช้ในการจัดระเบียบสิ่งต่างๆ ที่มีคุณสมบัติคล้ายกัน เช่น “different classes of drugs” (ยาคนละกลุ่ม/ประเภท) ชั้นเรียน/วิชาเรียน: ในบริบทของการศึกษา หมายถึงวิชาที่เรียน หรือช่วงเวลาของการเรียนการสอน เช่น “I have three classes today” (วันนี้ฉันมีสามวิชาเรียน) ระดับ/ชนชั้น: ใช้ในการแบ่งกลุ่มคนตามสถานะทางสังคม เศรษฐกิจ หรืออำนาจ เช่น “social classes” (ชนชั้นทางสังคม) ตัวอย่างการใช้งาน “My…

  • "จบเจือ” แปลว่า

    คำว่า “จบเจือ” เป็นคำที่ใช้ในภาษาไทยเพื่ออธิบายถึงสถานการณ์ที่บางสิ่งบางอย่างมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด หรือมีความเกี่ยวพันกันในลักษณะที่แยกออกจากกันได้ยาก โดยอาจหมายถึงการรวมเข้าด้วยกัน การปะปนกัน หรือการที่สิ่งหนึ่งมีส่วนผสมของอีกสิ่งหนึ่งอยู่ด้วย ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “จบเจือ” ถูกนำไปใช้ในหลายบริบท เช่น การกล่าวถึงความสัมพันธ์ของบุคคลที่ผูกพันกันมากจนแยกไม่ออก หรือการอธิบายถึงส่วนผสมที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน ในบางครั้ง คำนี้ก็อาจใช้เพื่อสื่อถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน หรือการที่สิ่งหนึ่งมีอิทธิพลต่ออีกสิ่งหนึ่งอย่างมาก ความหมายและการใช้งาน คำว่า “จบเจือ” มีความหมายหลักๆ คือ การรวมเข้าด้วยกัน การปะปนกัน หรือการเกี่ยวพันกันอย่างใกล้ชิด ทำให้แยกออกจากกันได้ยาก โดยอาจใช้ได้ทั้งในเชิงรูปธรรมและนามธรรม ตัวอย่างการใช้งาน ความสัมพันธ์ของครอบครัวที่จบเจือกันมาก จนยากที่จะแยกใครออกจากกันได้ รสชาติของอาหารที่จบเจือกันอย่างลงตัว ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม ความคิดเห็นที่จบเจือกันไปมา จนยากจะหาข้อสรุปที่ชัดเจน บริบทที่พบบ่อย คำว่า “จบเจือ” มักถูกใช้ในบริบทที่ต้องการเน้นย้ำถึงความผูกพัน ความเกี่ยวพัน หรือการผสมผสานที่แนบแน่น เช่น ในการอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล วัตถุ หรือแม้กระทั่งแนวคิดต่างๆ “จบเจือ” หมายถึงอะไร? คำว่า “จบเจือ” หมายถึง การรวมเข้าด้วยกัน การปะปนกัน หรือการเกี่ยวพันกันอย่างใกล้ชิด จนยากที่จะแยกออกจากกันได้ มีตัวอย่างการใช้คำว่า “จบเจือ”…

  • "Canteen” แปลว่า

    “Canteen” (แคนทีน) ในภาษาไทย หมายถึง โรงอาหาร หรือ ห้องอาหารขนาดใหญ่ที่มักพบในสถานที่ทำงาน โรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือโรงพยาบาล เพื่อให้บริการอาหารแก่พนักงาน นักเรียน นักศึกษา หรือบุคลากรในองค์กรนั้นๆ โดยทั่วไปแล้ว แคนทีนจะให้บริการอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ราคาไม่แพง และมีความหลากหลายพอสมควร เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนจำนวนมาก ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Canteen” หรือ “โรงอาหาร” ถูกใช้เรียกสถานที่ที่คนจำนวนมากไปรับประทานอาหารร่วมกัน เช่น “วันนี้ไปกินข้าวที่แคนทีนกันไหม?” หรือ “แคนทีนของบริษัทนี้มีเมนูอร่อยหลายอย่างนะ” การใช้คำว่า Canteen จึงเป็นเรื่องปกติและเข้าใจได้ง่ายในบริบทของการหาอาหารในสถานที่ต่างๆ ที่ไม่ใช่ร้านอาหารทั่วไป ความหมายและการใช้งาน Canteen คือสถานที่ที่จัดเตรียมไว้สำหรับให้บริการอาหารแก่กลุ่มคนจำนวนมากในองค์กรหรือสถาบันต่างๆ โดยมีลักษณะเป็นโรงอาหารขนาดใหญ่ มีโต๊ะ เก้าอี้ และเคาน์เตอร์บริการอาหาร มักจะตั้งอยู่ในบริเวณที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับผู้ใช้งาน ตัวอย่างการใช้งาน “นักเรียนมารวมตัวกันที่ Canteen เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน” “พนักงานออฟฟิศนิยมไปทานอาหารที่ Canteen ของตึก เพราะสะดวกและราคาถูก” “โรงพยาบาลมี Canteen สำหรับเจ้าหน้าที่และผู้ป่วยที่ต้องการอาหาร” บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า Canteen…

  • "Age” แปลว่า

    คำว่า “Age” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า “อายุ” หรือ “วัย” ค่ะ เป็นคำที่ใช้อธิบายถึงระยะเวลาตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบันของบุคคล สัตว์ หรือสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Age” หรือ “อายุ” ในการพูดคุยสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐานของใครสักคน เช่น เวลาสมัครงาน สมัครเรียน หรือแม้แต่เวลาทำความรู้จักเพื่อนใหม่ นอกจากนี้ยังใช้ในการพูดถึงช่วงวัยต่างๆ ของชีวิต เช่น วัยเด็ก วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ หรือเมื่อพูดถึงอายุของสิ่งของต่างๆ ว่าเก่าหรือใหม่เพียงใด ความหมายและการใช้งาน “Age” หมายถึง จำนวนปีที่สิ่งมีชีวิตหรือสิ่งของดำรงอยู่ หรือระยะเวลาที่ผ่านไปตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน ตัวอย่างการใช้งาน What is your age? (คุณอายุเท่าไหร่?) The age of this building is over 100 years. (อายุของอาคารนี้มากกว่า 100 ปี) He is of…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *