"sensitive” แปลว่า

คำว่า “sensitive” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การอ่อนไหว หรือ การไวต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เป็นได้ทั้งในแง่ของความรู้สึก อารมณ์ หรือแม้กระทั่งการตอบสนองทางร่างกายต่อสิ่งเร้าภายนอก

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “sensitive” ในหลายบริบท เช่น อาจจะพูดถึงคนที่มีนิสัย “sensitive” คือเป็นคนขี้ใจน้อย อ่อนไหวง่าย หรืออาจจะหมายถึงผิวที่ “sensitive” ซึ่งแพ้ง่าย ระคายเคืองง่ายเมื่อเจอกับสารเคมีบางชนิด หรือบางทีก็ใช้กับเรื่องข้อมูลที่ “sensitive” คือเป็นข้อมูลที่ละเอียดอ่อน ต้องระมัดระวังในการจัดการเป็นพิเศษ

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “sensitive” สามารถแปลได้หลากหลายตามบริบท แต่โดยรวมแล้วสื่อถึงการมีปฏิกิริยาตอบสนองที่ง่าย หรือรวดเร็วต่อสิ่งกระตุ้นต่างๆ

ตัวอย่างการใช้งาน

  • คน: “เธอเป็นคน sensitive มากเลยนะ พูดอะไรนิดหน่อยก็ร้องไห้แล้ว” (หมายถึง อ่อนไหวง่าย)
  • ผิว: “ฉันใช้ครีมสำหรับผิว sensitive โดยเฉพาะ เพราะผิวแพ้ง่ายมาก” (หมายถึง ผิวที่ไวต่อการระคายเคือง)
  • ข้อมูล: “ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ถือเป็น sensitive information ที่ต้องได้รับการปกป้องอย่างเข้มงวด” (หมายถึง ข้อมูลที่ละเอียดอ่อน)
  • สถานการณ์: “เรื่องนี้เป็นประเด็น sensitive ที่เราควรหลีกเลี่ยงการพูดถึงในที่สาธารณะ” (หมายถึง ประเด็นที่ละเอียดอ่อน อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งได้)

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “sensitive” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ ผิวพรรณ หรือการรักษาความลับของข้อมูล

🔷 FAQ SECTION

“Sensitive” กับ “Sensible” ต่างกันอย่างไร?

คำว่า “sensitive” หมายถึง อ่อนไหว หรือไวต่อสิ่งกระตุ้น ในขณะที่ “sensible” หมายถึง มีเหตุผล สมเหตุสมผล หรือฉลาดในการตัดสินใจ

ผิว “sensitive” ควรดูแลอย่างไร?

ผิว “sensitive” ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำหอม หรือสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง และควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและออกแบบมาสำหรับผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ

Similar Posts

  • "Desks” แปลว่า

    คำว่า “Desks” เป็นคำนามในภาษาอังกฤษที่หมายถึง “โต๊ะ” โดยทั่วไปแล้วหมายถึงเฟอร์นิเจอร์ที่มีพื้นผิวเรียบด้านบนและมีขา ใช้สำหรับวางสิ่งของ ทำงาน หรือเขียนหนังสือ โต๊ะมีหลากหลายรูปแบบและขนาด ขึ้นอยู่กับการใช้งาน เช่น โต๊ะทำงาน โต๊ะอาหาร โต๊ะคอมพิวเตอร์ หรือโต๊ะข้างเตียง ในชีวิตประจำวัน เราใช้ “Desks” กันอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือที่ทำงาน โต๊ะทำงาน (desk) คือหัวใจหลักของพื้นที่ทำงาน ช่วยให้เรามีที่สำหรับวางคอมพิวเตอร์ เอกสาร และอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีระเบียบและสะดวกสบาย สำหรับนักเรียนนักศึกษา โต๊ะเรียน (desk) ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ใช้สำหรับทำการบ้าน อ่านหนังสือ หรือติวข้อสอบ ส่วนที่บ้าน โต๊ะอาหาร (dining desk/table) เป็นศูนย์รวมของครอบครัวในการรับประทานอาหารร่วมกัน หรือแม้แต่โต๊ะข้างเตียง (bedside desk/table) ก็ช่วยให้เราหยิบของใช้ส่วนตัวได้สะดวกยามพักผ่อน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Desks” ในภาษาไทยแปลว่า “โต๊ะ” เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้สำหรับวางของ ทำงาน หรือกิจกรรมต่างๆ มีลักษณะเป็นพื้นผิวเรียบที่ยกสูงจากพื้นด้วยขา ตัวอย่างการใช้งาน ในการทำงาน เรามักจะมี…

  • "Guy” แปลว่า

    คำว่า “Guy” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ผู้ชาย” หรือ “เด็กหนุ่ม” ครับ เป็นคำที่ใช้เรียกเพศชายทั่วไป ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นอะไรมากนัก แต่ให้ความรู้สึกเป็นกันเองและไม่เป็นทางการมากนัก ในชีวิตประจำวัน คนไทยอาจจะได้ยินหรือเห็นคำว่า “Guy” บ่อยๆ จากภาพยนตร์ เพลง หรือการสนทนาของชาวต่างชาติ มักจะใช้ในบริบทที่พูดถึงผู้ชายคนใดคนหนึ่ง หรือกลุ่มผู้ชาย เช่น “That guy over there is my friend” (ผู้ชายคนนั้นที่อยู่ตรงนั้นคือเพื่อนของฉัน) หรือเวลาที่พูดถึงใครสักคนแบบไม่ระบุชื่อชัดเจน ก็อาจจะใช้คำว่า “guy” แทนไปเลย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Guy” โดยพื้นฐานแล้วหมายถึง “ผู้ชาย” หรือ “คน” ที่เป็นเพศชาย สามารถใช้เรียกได้ตั้งแต่เด็กหนุ่มไปจนถึงผู้ใหญ่ แต่จะมีความรู้สึกที่ค่อนข้างเป็นกันเอง ไม่เป็นทางการเท่าคำว่า “man” หรือ “gentleman” บางครั้งก็อาจจะใช้ในความหมายกลางๆ ว่า “คน” โดยไม่เจาะจงเพศได้เหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่จะหมายถึงผู้ชาย ตัวอย่างการใช้งาน 1. “Who…

  • "Drive” แปลว่า

    คำว่า “Drive” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อน การเคลื่อนที่ หรือการกระตุ้นให้เกิดการกระทำ โดยทั่วไปแล้วมักใช้ในบริบทของการบังคับยานพาหนะให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้า แต่ก็สามารถมีความหมายอื่นๆ ที่ลึกซึ้งกว่านั้นได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่นำไปใช้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Drive” ในสถานการณ์ที่หลากหลาย เช่น เมื่อพูดถึงการขับรถยนต์ การเดินทาง หรือแม้กระทั่งการผลักดันให้ใครสักคนทำบางสิ่งบางอย่างให้สำเร็จ นอกจากนี้ ยังอาจหมายถึงความมุ่งมั่น ความทะเยอทะยาน หรือแรงจูงใจภายในที่ทำให้คนเราพยายามไปให้ถึงเป้าหมายได้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Drive” สามารถแปลได้หลายอย่าง ขึ้นอยู่กับบริบท: ขับ (ยานพาหนะ): เป็นความหมายที่พบบ่อยที่สุด เช่น “I drive a car” (ฉันขับรถยนต์) การเคลื่อนที่/การขับเคลื่อน: ใช้ในเชิงกลไกหรือระบบ เช่น “The engine drives the wheels” (เครื่องยนต์ขับเคลื่อนล้อ) แรงผลักดัน/แรงจูงใจ: หมายถึงความต้องการหรือความทะเยอทะยานที่ทำให้คนเราทำสิ่งต่างๆ เช่น “She has a strong drive to succeed”…

  • "Collapsed” แปลว่า

    คำว่า “Collapsed” ในภาษาอังกฤษ เมื่อแปลเป็นภาษาไทยจะมีความหมายว่า “ยุบตัว” “พังทลาย” หรือ “พับลง” โดยส่วนใหญ่จะใช้ในบริบทที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งสูญเสียโครงสร้างหรือรูปทรงเดิมไป ทำให้แบนราบลง หรือหดตัวเข้ามาจนไม่เป็นรูปทรงเดิม ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Collapsed” ในหลายสถานการณ์ เช่น อาคารที่ “collapsed” หมายถึงอาคารถล่มลงมา หรือเวลาพูดถึงกล้ามเนื้อที่ “collapsed” อาจหมายถึงกล้ามเนื้ออ่อนแรงจนทรุดลง หรือแม้แต่ในบริบทของข้อมูลที่ “collapsed” ในคอมพิวเตอร์ อาจหมายถึงการยุบข้อมูลให้เล็กลง หรือการซ่อนรายละเอียดบางอย่างไว้ ความหมายและการใช้งาน “Collapsed” คือการที่บางสิ่งบางอย่างสูญเสียความแข็งแรงหรือโครงสร้าง ทำให้แบนราบลง พังทลาย หรือหดตัวเข้ามาจนไม่เป็นสภาพเดิม ตัวอย่างการใช้งาน “The bridge collapsed after the earthquake.” (สะพานยุบตัวลงหลังแผ่นดินไหว) “His legs collapsed from exhaustion.” (ขาของเขาอ่อนแรงจนทรุดลงด้วยความเหนื่อยล้า) “The accordion music was played on a collapsed…

  • "Years” แปลว่า

    คำว่า “Years” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “ปี” หรือ “หลายปี” เป็นคำนามพหูพจน์ของคำว่า “year” ซึ่งใช้ในการนับจำนวนปี หรือช่วงเวลาที่ผ่านไปเป็นปีๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Years” เพื่อบอกอายุ บอกระยะเวลาของเหตุการณ์ หรือพูดถึงปีที่เฉพาะเจาะจง เช่น “I’ve lived here for 10 years” (ฉันอยู่ที่นี่มา 10 ปีแล้ว) หรือ “This project took several years to complete” (โครงการนี้ใช้เวลาหลายปีกว่าจะเสร็จสมบูรณ์) มันเป็นคำที่ใช้กันทั่วไปในการสื่อสารเรื่องเวลาในภาษาอังกฤษ ความหมายและการใช้งาน “Years” คือรูปพหูพจน์ของ “year” ซึ่งหมายถึงช่วงเวลา 365 วัน (หรือ 366 วันในปีอธิกสุรทิน) ใช้เพื่อระบุจำนวนปีที่ผ่านไป หรือเป็นระยะเวลาที่ยาวนานกว่าหนึ่งปี ตัวอย่างการใช้งาน “She is 25 years old.”…

  • "Remain” แปลว่า

    คำว่า “Remain” เป็นคำภาษาอังกฤษที่มีความหมายหลักว่า “ยังคงอยู่” หรือ “คงเหลืออยู่” เป็นการบ่งบอกถึงการดำรงอยู่ต่อไปในสภาพเดิม หรือการไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ไม่ว่าจะผ่านกาลเวลาหรือสถานการณ์ใดๆ ก็ตาม ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินหรือใช้คำว่า “Remain” ในหลายบริบท เช่น เมื่อพูดถึงสิ่งของที่ยังคงสภาพเดิม ไม่บุบสลาย หรือเมื่อพูดถึงความรู้สึกที่ยังคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง หรือแม้แต่ในสถานการณ์ที่ต้องการให้บางสิ่งบางอย่างคงที่ ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เช่น การคงไว้ซึ่งกฎระเบียบ หรือการคงไว้ซึ่งความสัมพันธ์ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Remain” สามารถแปลได้หลายความหมายขึ้นอยู่กับบริบท แต่โดยรวมแล้วจะสื่อถึงการ “คงอยู่” หรือ “ยังคงเป็น” เช่น ยังคงอยู่ (Stays): ใช้เมื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิม หรือไม่เคลื่อนย้ายไปไหน คงเหลืออยู่ (Is left): ใช้เมื่อพูดถึงจำนวนของสิ่งของที่ยังเหลืออยู่ ยังคงเป็น (Continues to be): ใช้เมื่ออธิบายสภาพหรือคุณสมบัติของบุคคลหรือสิ่งของที่ยังคงเป็นเช่นนั้น ตัวอย่างการใช้งาน “The old building will remain here for another ten…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *