"Satisfactory” แปลว่า

คำว่า “Satisfactory” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง การเพียงพอ การน่าพอใจ หรือการทำให้พึงพอใจ เป็นการบอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้นดีพอแล้ว ไม่ต้องมีอะไรเพิ่มเติม หรือทำได้ดีจนเป็นที่ยอมรับ

ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะใช้คำนี้เมื่อเราได้รับผลลัพธ์ที่ตรงตามความคาดหวัง หรือดีกว่าที่คิด เช่น เมื่อทำงานเสร็จแล้วผลงานออกมาดีจนหัวหน้าบอกว่า “This is satisfactory.” ก็หมายความว่าผลงานนั้นเป็นที่น่าพอใจแล้ว หรือเวลาเราทานอาหารแล้วรู้สึกว่ารสชาติอร่อยพอดี ไม่จัดไป ไม่จืดไป ก็อาจจะบอกว่า “The taste is satisfactory.”

ความหมายและการใช้งาน

“Satisfactory” สื่อถึงระดับที่ยอมรับได้ หรือดีพอสมควร ไม่ได้หมายถึงยอดเยี่ยมที่สุด แต่ก็ไม่ถึงกับแย่ เป็นการแสดงออกถึงความพึงพอใจในระดับหนึ่ง

ตัวอย่างการใช้งาน

“The exam results were satisfactory.” (ผลการสอบอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ)
“His performance in the meeting was satisfactory.” (ผลงานของเขาในการประชุมเป็นที่น่าพอใจ)

บริบทและการใช้งานทั่วไป

คำว่า “Satisfactory” มักใช้ในการประเมินผลงาน การเรียน หรือสถานการณ์ต่างๆ เพื่อบ่งบอกว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นที่ยอมรับได้ตามมาตรฐานที่ตั้งไว้

“Satisfactory” แปลว่าอะไร?

“Satisfactory” แปลว่า เพียงพอ น่าพอใจ หรือทำให้พึงพอใจ

คำว่า “Satisfactory” ใช้ในสถานการณ์แบบไหนได้บ้าง?

สามารถใช้ได้ในหลายสถานการณ์ เช่น การประเมินผลการทำงาน ผลการเรียน หรือคุณภาพของสินค้าและบริการ เพื่อบ่งบอกว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้

Similar Posts

  • "Mis” แปลว่า

    คำว่า “Mis” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมักจะใช้เป็นคำอุปสรรค (prefix) ที่มีความหมายว่า “ผิด” “ไม่ถูกต้อง” “ตรงกันข้าม” หรือ “การกระทำที่ผิดพลาด” เมื่อนำไปเติมหน้าคำศัพท์ภาษาอังกฤษอื่น ๆ จะทำให้ความหมายของคำนั้นเปลี่ยนไปในทางตรงกันข้าม หรือหมายถึงการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามปกติ ในชีวิตประจำวัน เราอาจพบเจอคำที่มี “Mis” อยู่บ่อยครั้ง เช่น “misunderstand” ที่แปลว่า “เข้าใจผิด” หรือ “misbehave” ที่แปลว่า “ประพฤติตัวไม่ดี” การเข้าใจความหมายของ “Mis” จะช่วยให้เราสามารถตีความคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ไม่คุ้นเคยได้ง่ายขึ้น และช่วยให้การสื่อสารมีความแม่นยำมากขึ้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Mis” ทำหน้าที่เป็นคำอุปสรรคที่บ่งบอกถึงความผิดพลาด ความไม่ถูกต้อง หรือการกระทำที่ตรงกันข้ามกับความหมายเดิมของคำหลัก ตัวอย่าง Misunderstand (mis + understand) = เข้าใจผิด Mistake (mis + take) = ความผิดพลาด, ทำผิด Misplace (mis + place)…

  • "Study” แปลว่า

    คำว่า “Study” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “การศึกษา” หรือ “การเรียน” ครับ เป็นคำกริยาที่ใช้กับการกระทำที่เกี่ยวกับการหาความรู้ การเรียนรู้สิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ การเข้าชั้นเรียน การค้นคว้า หรือการฝึกฝนเพื่อเพิ่มพูนทักษะและความเข้าใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Study” ในบริบทของการเรียนเป็นหลัก เช่น นักเรียนนักศึกษาต้อง “study” เพื่อสอบ หรือคนที่ทำงานอาจจะ “study” เพื่อพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นในสายอาชีพ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ในความหมายของการพิจารณาหรือวิเคราะห์สิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างละเอียด เช่น นักวิทยาศาสตร์จะ “study” ปรากฏการณ์ธรรมชาติ หรือนักวิจัยจะ “study” ข้อมูลเพื่อหาข้อสรุป Meaning & Usage คำว่า “Study” แปลว่า “การศึกษา” หรือ “การเรียน” เป็นคำกริยาที่หมายถึงการทุ่มเทเวลาและความพยายามเพื่อเรียนรู้หรือทำความเข้าใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง อาจเป็นการอ่านหนังสือ การเข้าชั้นเรียน การค้นคว้าข้อมูล หรือการฝึกฝนทักษะ Examples I need to study for my…

  • "Provisioning” แปลว่า

    “Provisioning” (โปรวิชั่นนิ่ง) ในภาษาไทยหมายถึง กระบวนการจัดเตรียม จัดหา หรือจัดสรรทรัพยากรต่างๆ ให้พร้อมสำหรับการใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) หรือระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจรวมถึงการติดตั้ง การตั้งค่า การกำหนดสิทธิ์ และการทำให้ทรัพยากรเหล่านั้นพร้อมใช้งานตามความต้องการ ในชีวิตประจำวัน เราอาจไม่ค่อยได้ยินคำว่า “Provisioning” ตรงๆ แต่เราสัมผัสกับกระบวนการนี้อยู่เสมอ เช่น เมื่อคุณสมัครใช้บริการ Cloud Computing อย่าง Google Cloud หรือ Amazon Web Services (AWS) ระบบจะทำการ Provisioning ทรัพยากร เช่น เซิร์ฟเวอร์ พื้นที่จัดเก็บข้อมูล หรือเครือข่าย ให้กับคุณตามแพ็กเกจที่คุณเลือก หรือเมื่อคุณได้รับโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่จากบริษัท พนักงานฝ่าย IT ของบริษัทจะต้องทำการ Provisioning เครื่องนั้นก่อน โดยการติดตั้งแอปพลิเคชันที่จำเป็น ตั้งค่าอีเมลบริษัท และกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลต่างๆ เพื่อให้คุณสามารถนำไปใช้งานได้อย่างราบรื่น ความหมายและการใช้งาน “Provisioning” คือ การเตรียมพร้อมทรัพยากรให้พร้อมสำหรับการใช้งาน มักใช้ในบริบทของ IT…

  • "Depending” แปลว่า

    คำว่า “Depending” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่อแสดงว่าบางสิ่งบางอย่างขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น หรือผลลัพธ์ยังไม่แน่นอน เพราะต้องรอการตัดสินใจหรือเหตุการณ์อื่นก่อน โดยทั่วไปแล้วจะใช้ในความหมายว่า “ขึ้นอยู่กับ” หรือ “แล้วแต่” ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Depending” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อเราวางแผนกิจกรรมกับเพื่อน แล้วมีคนถามว่า “ไปกันได้ไหม?” เราอาจจะตอบว่า “Depending on the weather” ซึ่งหมายความว่า “ก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศนะ ถ้าอากาศดีก็ไป ถ้าฝนตกก็อาจจะไม่ได้ไป” หรือในที่ทำงาน เมื่อมีคนถามว่า “โปรเจกต์นี้จะเสร็จเมื่อไหร่?” เราอาจจะตอบว่า “Depending on the approval from the manager” แปลว่า “ก็ขึ้นอยู่กับการอนุมัติจากผู้จัดการนะ ถ้าท่านอนุมัติเร็ว งานก็เสร็จเร็ว” Meaning & Usage “Depending” มาจากกริยา “depend” ซึ่งมีความหมายว่า “ขึ้นอยู่กับ” เมื่อเติม “-ing” เข้าไป จะใช้เป็นส่วนหนึ่งของวลีเพื่ออธิบายว่าสิ่งหนึ่งเป็นผลมาจากอีกสิ่งหนึ่ง หรือยังไม่สามารถสรุปได้จนกว่าปัจจัยที่เกี่ยวข้องจะชัดเจนขึ้น Examples…

  • "ear” แปลว่า

    คำว่า “ear” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “หู” ซึ่งเป็นอวัยวะที่ใช้ในการได้ยินเสียง และยังมีความหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรับฟังหรือการได้ยินอีกด้วย ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “ear” หรือ “หู” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น การฟังเพลง การได้ยินเสียงเรียก การรับฟังคำสั่ง หรือแม้แต่การได้ยินข่าวสารต่างๆ นอกจากนี้ คำว่า “ear” ยังสามารถใช้ในเชิงเปรียบเทียบได้อีกด้วย เช่น เมื่อมีคนพูดอะไรที่เราไม่เข้าใจ หรือไม่ใส่ใจ เราอาจจะบอกว่า “It went in one ear and out the other” ซึ่งหมายถึง ฟังแล้วก็ลืมไป ไม่ได้ใส่ใจอะไรเลย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “ear” มีความหมายหลักคือ “หู” ซึ่งเป็นอวัยวะที่สำคัญในการรับเสียง แต่ก็สามารถใช้ในความหมายอื่นๆ ได้ด้วย เช่น: การได้ยิน: หมายถึงความสามารถในการรับรู้เสียงต่างๆ ส่วนที่ยื่นออกมา: ในบางบริบท อาจหมายถึงส่วนที่ยื่นออกมาคล้ายหู เช่น “the…

  • "Narrative” แปลว่า

    “Narrative” (เนเรทีฟ) ในภาษาไทย หมายถึง เรื่องเล่า หรือการเล่าเรื่อง เป็นการนำเสนอเหตุการณ์ ความคิด หรือประสบการณ์ต่างๆ ออกมาเป็นเรื่องราวที่ต่อเนื่องกัน อาจจะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องสมมติก็ได้ โดยมีจุดประสงค์เพื่อสื่อสาร ถ่ายทอดความรู้สึก หรือสร้างความเข้าใจให้กับผู้ฟังหรือผู้อ่าน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Narrative” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในบริบทของการสื่อสาร การตลาด หรือแม้แต่การเมือง ผู้คนมักจะใช้ “Narrative” เพื่ออธิบายถึงมุมมองหรือเรื่องราวที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อโน้มน้าวใจ หรือเพื่อกำหนดทิศทางความคิดของสังคม ตัวอย่างเช่น เวลาที่เราดูข่าว เราอาจจะได้ยินผู้ประกาศข่าวพูดถึง “Narrative” ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งหมายถึงการตีความหรือการเล่าเรื่องราวจากมุมมองใดมุมมองหนึ่ง หรือในการทำการตลาด บริษัทต่างๆ ก็จะพยายามสร้าง “Narrative” ที่ดีเกี่ยวกับสินค้าหรือแบรนด์ของตนเอง เพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกเชื่อมโยงและอยากซื้อ ความหมายและการใช้งาน “Narrative” คือ การเล่าเรื่องที่ประกอบด้วยเหตุการณ์ ตัวละคร และฉาก มีการดำเนินเรื่องที่ชัดเจน อาจมีจุดเริ่มต้น จุดกลาง และจุดจบ เพื่อถ่ายทอดข้อความหรือสร้างอารมณ์ความรู้สึกให้กับผู้รับสาร การใช้งาน “Narrative” ในภาษาไทย มักจะหมายถึงการเล่าเรื่องราวในลักษณะที่สอดคล้องกัน เพื่อสร้างภาพ หรือเพื่อสื่อสารประเด็นที่ต้องการเน้นย้ำ ตัวอย่างการใช้งาน…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *