"Reject” แปลว่า

คำว่า “Reject” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การปฏิเสธ การไม่ยอมรับ หรือการขับไล่ ครับ เป็นคำที่ใช้แสดงออกถึงการไม่ต้องการสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือไม่เห็นด้วยกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Reject” ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเราสมัครงานแล้วบริษัทไม่รับ เราก็อาจจะถูก “Reject” หรือเมื่อเรายื่นข้อเสนออะไรไปแล้วอีกฝ่ายไม่ตกลง ก็ถือเป็นการ “Reject” ข้อเสนอของเราครับ บางครั้งเราอาจจะใช้คำนี้กับสิ่งของด้วย เช่น ถ้าเราซื้อของมาแล้วชำรุด เราก็อาจจะส่งคืนเพื่อ “Reject” สินค้านั้นได้

ความหมายและการใช้งาน

“Reject” แปลตรงตัวว่า การปฏิเสธ การไม่ยอมรับ หรือการขับไล่ ใช้ได้ทั้งกับคน สิ่งของ หรือความคิดเห็น

ตัวอย่างการใช้งาน

  • The job application was rejected. (ใบสมัครงานถูกปฏิเสธ)
  • She rejected his proposal. (เธอปฏิเสธข้อเสนอของเขา)
  • The system rejected the login attempt. (ระบบปฏิเสธการพยายามเข้าสู่ระบบ)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Reject” มักใช้ในบริบทที่เป็นทางการ เช่น การสมัครงาน การยื่นข้อเสนอ หรือการตัดสินใจต่างๆ รวมถึงการปฏิเสธทางสังคม หรือการไม่ยอมรับในกลุ่ม

“Reject” มีความหมายเหมือนกับ “Refuse” หรือไม่?

โดยทั่วไปมีความหมายใกล้เคียงกันคือ “ปฏิเสธ” แต่ “Reject” อาจมีความหมายที่หนักแน่นกว่า หรือหมายถึงการ “ขับไล่” หรือ “ไม่ยอมรับอย่างสิ้นเชิง” ในขณะที่ “Refuse” อาจเป็นการปฏิเสธธรรมดา

เราสามารถใช้ “Reject” กับสิ่งของได้หรือไม่?

ได้ครับ เราสามารถใช้ “Reject” กับสิ่งของได้ในกรณีที่สิ่งของนั้นไม่เป็นไปตามที่เราต้องการ หรือมีตำหนิ เช่น การส่งคืนสินค้าที่ชำรุด

Similar Posts

  • "Breaks” แปลว่า

    คำว่า “Breaks” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การหยุดพัก การพักผ่อน หรือช่วงเวลาที่หยุดทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งชั่วคราว เพื่อให้ร่างกายและจิตใจได้ผ่อนคลายก่อนที่จะกลับไปทำกิจกรรมนั้นต่อ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Breaks” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น การพักจากการทำงาน การเรียน หรือแม้แต่การพักจากการเดินทาง คนส่วนใหญ่จะใช้ช่วงเวลาพักนี้ในการยืดเส้นยืดสาย ดื่มน้ำ หาอะไรทาน หรือพูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน/เพื่อนฝูง เพื่อลดความเหนื่อยล้าและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานหรือกิจกรรมต่อไป ความหมายและการใช้งาน “Breaks” มาจากคำกริยา “break” ที่แปลว่า แตก หัก หรือหยุด เมื่อเติม “s” เข้าไปท้ายคำ และใช้ในรูปพหูพจน์ “Breaks” จะหมายถึง การหยุดพักหลายๆ ครั้ง หรือช่วงเวลาพักที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ตัวอย่างการใช้งาน ในที่ทำงาน เราอาจจะได้ยินคำว่า “Let’s take a short break.” ซึ่งหมายถึง “เรามาพักกันสักครู่เถอะ” หรือในบริบทของการเดินทาง อาจมีคนพูดว่า “We’ll make a few breaks…

  • "Allow” แปลว่า

    คำว่า “Allow” เป็นภาษาอังกฤษ แปลว่า “อนุญาต” หรือ “ยินยอม” เป็นคำกริยาที่ใช้บอกว่าเรายอมให้บางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น หรือยอมให้ใครทำอะไรบางอย่างได้ ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Allow” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เวลาผู้ใหญ่บอกให้เด็กทำอะไร หรือเวลาเราต้องขออนุญาตใครก่อนจะทำอะไรบางอย่าง หรือแม้กระทั่งระบบคอมพิวเตอร์ที่ต้องมีการ “Allow” การเข้าถึงบางอย่าง เป็นต้น มันคือการเปิดไฟเขียวให้สิ่งนั้นๆ ดำเนินไปได้ ความหมายและการใช้งาน “Allow” หมายถึง การให้สิทธิ์, การยอมให้, หรือการไม่อนุญาตให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น ในบริบทของการอนุญาต มักจะใช้ในรูปของ “allow someone to do something” (อนุญาตให้ใครบางคนทำอะไร) หรือ “allow something to happen” (ยอมให้บางสิ่งเกิดขึ้น) ตัวอย่างการใช้งาน The teacher allowed the students to leave early. (คุณครูอนุญาตให้นักเรียนกลับก่อนได้) My parents don’t…

  • "Windy” แปลว่า

    คำว่า “Windy” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษที่ใช้อธิบายลักษณะของสภาพอากาศที่มีลมพัดแรง หรือมีลมจำนวนมาก โดยทั่วไปแล้ว เมื่อเราพูดว่า “It’s windy” หมายถึง มีลมพัดอยู่ตลอดเวลา ทำให้รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของอากาศที่ชัดเจน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Windy” เพื่อบอกเล่าสภาพอากาศให้คนอื่นทราบ เช่น ก่อนจะออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือเมื่อต้องการอธิบายว่าทำไมถึงรู้สึกหนาวกว่าปกติ เพราะลมที่พัดแรงสามารถทำให้รู้สึกเย็นกว่าอุณหภูมิที่แท้จริงได้ นอกจากนี้ ยังอาจใช้เปรียบเปรยถึงสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปมาอย่างรวดเร็ว หรือมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้องจนคาดเดาได้ยาก แม้ว่าความหมายหลักจะเกี่ยวข้องกับลม แต่บริบทการใช้งานก็สามารถขยายความไปถึงสิ่งอื่นได้เช่นกัน ความหมายและการใช้งาน “Windy” มีความหมายหลักว่า มีลมพัดแรง หรือมีลมพัดอยู่มาก ใช้เพื่อบรรยายสภาพอากาศที่ลมพัดอย่างต่อเนื่อง อาจจะทำให้รู้สึกเย็น หรือทำให้สิ่งของปลิวได้ ในการใช้งานทั่วไป มักจะใช้กับสภาพอากาศ เช่น “The weather is very windy today” (วันนี้อากาศลมแรงมาก) หรือ “Be careful, it’s windy outside” (ระวังนะ ลมข้างนอกแรง) ตัวอย่างการใช้งาน “It’s too windy to…

  • "None” แปลว่า

    คำว่า “None” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายว่า “ไม่มี” หรือ “ว่างเปล่า” ครับ เป็นคำที่ใช้บ่งบอกถึงการไม่มีอยู่ของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือการไม่มีค่าใดๆ ที่จะระบุได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “None” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อกรอกแบบฟอร์มออนไลน์ แล้วมีช่องให้เลือกตอบ แต่เราไม่ต้องการเลือกหรือไม่สามารถเลือกอะไรได้ ก็อาจจะเห็นตัวเลือกเป็น “None” หรือเมื่อมีคนถามว่ามีอะไรเหลืออยู่ไหม และคำตอบคือ “None” ก็หมายถึงว่าไม่มีอะไรเหลือแล้วนั่นเองครับ ความหมายและการใช้งาน “None” ใช้เพื่อระบุว่าไม่มีสิ่งใดเลย ไม่มีจำนวน ไม่มีตัวเลือก หรือไม่มีข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวข้อง บริบทและการใช้งานทั่วไป เรามักจะเห็นคำว่า “None” ในบริบทของการเลือก การตอบคำถาม หรือการแสดงสถานะว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น เช่น ในเมนูตัวเลือก (dropdown menu) ที่ให้เลือกจำนวนหรือประเภทของสินค้า ถ้าไม่มีสิ่งที่ต้องการหรือไม่มีการเลือก ก็จะแสดงเป็น “None” หรือในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เมื่อต้องการระบุว่าไม่มีค่า (null value) ก็อาจใช้คำว่า “None” ได้เช่นกัน FAQ SECTION…

  • "Intimacy” แปลว่า

    คำว่า “Intimacy” (อิน-ทิ-มะ-ซี) ในภาษาไทยมีความหมายถึง “ความใกล้ชิดสนิทสนม” หรือ “ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง” เป็นการบ่งบอกถึงระดับความผูกพันทางอารมณ์ ความไว้วางใจ และความสบายใจระหว่างบุคคลสองคนขึ้นไป ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า Intimacy เพื่ออธิบายถึงความสัมพันธ์ที่มากกว่าแค่คนรู้จักทั่วไป เช่น ความสัมพันธ์ในครอบครัว เพื่อนสนิท หรือคู่รัก ที่มีการแบ่งปันเรื่องราวส่วนตัว ความรู้สึก และสนับสนุนซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดความรู้สึกผูกพันที่แน่นแฟ้น ความหมายและการใช้งาน Intimacy ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความสัมพันธ์ทางกายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความใกล้ชิดทางอารมณ์และสติปัญญาด้วย การมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด (Intimacy) หมายถึงการที่บุคคลสามารถเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงต่ออีกฝ่ายได้อย่างสบายใจ รู้สึกปลอดภัย และได้รับการยอมรับ ตัวอย่างการใช้งาน เราอาจพูดว่า “ความสัมพันธ์ของพวกเขามี Intimacy ที่สูงมาก” หมายถึง ทั้งสองคนมีความผูกพันที่ลึกซึ้ง เข้าใจกันและกันเป็นอย่างดี หรือในบริบทของเพื่อน อาจกล่าวว่า “ฉันรู้สึกโชคดีที่มีเพื่อนที่มี Intimacy กับฉันแบบนี้” แสดงถึงความสัมพันธ์ที่ไว้วางใจและสนิทสนม บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า Intimacy มักถูกใช้ในบริบทของความสัมพันธ์ที่ต้องการความเข้าใจ ความไว้วางใจ และการสนับสนุนทางอารมณ์ เช่น ความสัมพันธ์แบบคู่รัก ครอบครัว หรือมิตรภาพที่แน่นแฟ้น…

  • "Slow” แปลว่า

    คำว่า “Slow” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายว่า “ช้า” หรือ “ค่อยๆ” เป็นคำที่ใช้อธิบายถึงการเคลื่อนไหว, การทำงาน, หรือกระบวนการที่ไม่รวดเร็ว เป็นไปอย่างเนิบๆ หรือมีความล่าช้า ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Slow” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อพูดถึงการจราจรที่ติดขัด เราอาจจะบอกว่า “รถติดมากเลย today is very slow” หรือเมื่อพูดถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ช้า เราอาจจะบ่นว่า “เน็ตช้าจังเลย internet is so slow today” นอกจากนี้ยังใช้ในการอธิบายลักษณะนิสัยของคนได้ด้วย เช่น “เขาเป็นคนคิดช้าๆ a bit slow on the uptake” หรือการบอกให้ใครทำอะไรช้าๆ ลง เช่น “ค่อยๆ ทำนะ don’t rush, go slow” ความหมายและการใช้งาน “Slow” หมายถึง สภาพที่ไม่มีความเร็ว, การเคลื่อนที่หรือการดำเนินไปอย่างเชื่องช้า,…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *