"Query” แปลว่า

คำว่า “Query” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “การสอบถาม” หรือ “การค้นหาข้อมูล” เป็นคำที่ใช้เมื่อต้องการสอบถามข้อมูลบางอย่าง หรือเมื่อระบบคอมพิวเตอร์กำลังค้นหาข้อมูลตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า Query โดยไม่รู้ตัว เช่น เวลาที่เราพิมพ์คำหรือประโยคลงในช่องค้นหาของ Google หรือเมื่อเราสอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ เรากำลังทำ “Query” เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ต้องการกลับมา ในโลกของคอมพิวเตอร์และฐานข้อมูล Query จะหมายถึงคำสั่งที่ใช้ในการดึงข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงออกมาจากชุดข้อมูลขนาดใหญ่

ความหมายและการใช้งาน

Query หมายถึง การตั้งคำถาม การสอบถาม หรือคำสั่งที่ใช้ในการค้นหาข้อมูล โดยทั่วไปมักเกี่ยวข้องกับการดึงข้อมูลจากฐานข้อมูล หรือการค้นหาบนอินเทอร์เน็ต

ตัวอย่างการใช้งาน

  • เมื่อคุณพิมพ์คำว่า “สูตรทำเค้กช็อกโกแลต” ลงใน Google นั่นคือการทำ Search Query
  • ในโปรแกรมฐานข้อมูล นักพัฒนาจะเขียน SQL Query เพื่อดึงข้อมูลลูกค้าที่อยู่ในกรุงเทพฯ
  • การสอบถามพนักงานขายเกี่ยวกับราคาสินค้า ก็ถือเป็นการ Query

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า Query มักพบได้ในบริบทของการค้นหาข้อมูลบนเว็บ, การจัดการฐานข้อมูล, หรือการสอบถามข้อมูลทั่วไป

Query คืออะไร?

Query คือ การสอบถามหรือคำสั่งที่ใช้ในการค้นหาข้อมูล มักใช้ในระบบคอมพิวเตอร์และฐานข้อมูล หรือในการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต

Query ใน Google คืออะไร?

Query ใน Google หมายถึง คำหรือวลีที่คุณพิมพ์ลงในช่องค้นหา เพื่อให้ Google ค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาแสดงให้คุณ

Similar Posts

  • "class” แปลว่า

    คำว่า “class” ในภาษาอังกฤษนั้นมีความหมายที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่นำไปใช้ โดยทั่วไปแล้ว “class” สามารถหมายถึง กลุ่ม, ชั้นเรียน, ประเภท, ระดับ หรือ การจัดลำดับได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “class” ในหลายสถานการณ์ เช่น การไปโรงเรียน เราจะพูดถึง “class” ที่หมายถึง “ชั้นเรียน” ที่เรากำลังเรียนอยู่ หรือเมื่อพูดถึงการแบ่งประเภทของสิ่งของต่างๆ เราอาจจะใช้ “class” เพื่อจำแนก “ประเภท” ของสินค้าหรือบริการ เช่น “first class” หรือ “business class” ในการเดินทาง นอกจากนี้ “class” ยังสามารถหมายถึง “ระดับ” หรือ “ชนชั้น” ในสังคมได้อีกด้วย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “class” มีความหมายหลักๆ ดังนี้: ชั้นเรียน (Classroom/Lesson): กลุ่มนักเรียนที่เรียนในวิชาเดียวกัน หรือห้องเรียน ประเภท/หมวดหมู่ (Category/Type):…

  • "Both” แปลว่า

    คำว่า “Both” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “ทั้งสอง” หรือ “ทั้งคู่” เป็นคำที่ใช้เพื่อกล่าวถึงสิ่งของ สองสิ่ง หรือคนสองคน ที่ถูกกล่าวถึงไปแล้ว หรือเป็นที่เข้าใจกันอยู่แล้วว่ามีสองสิ่งนั้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Both” เมื่อต้องการพูดถึงสองสิ่งที่มีลักษณะเหมือนกัน หรือมีคุณสมบัติร่วมกัน หรือเมื่อต้องการเน้นว่าเรากำลังพูดถึงทั้งสองอย่างโดยไม่ยกเว้น เช่น เมื่อเราซื้อของสองชิ้นแล้วชอบทั้งสองชิ้น หรือเมื่อเราต้องเลือกทำกิจกรรมสองอย่างและต้องการทำทั้งสองอย่าง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Both” ใช้เพื่อบ่งบอกถึงการมีอยู่หรือการกระทำที่ครอบคลุมทั้งสองส่วน หรือทั้งสองสิ่งที่มีการอ้างถึง ตัวอย่าง “I like both apples and oranges.” (ฉันชอบทั้งแอปเปิลและส้ม) “She can speak both English and Thai.” (เธอสามารถพูดได้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย) “We need to buy both books.” (เราต้องซื้อหนังสือทั้งสองเล่ม) บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “Both” มักใช้ในประโยคที่ต้องการเน้นย้ำว่ามีสองสิ่งที่เป็นไปตามที่กล่าวถึง หรือทั้งสองสิ่งนั้นมีความสำคัญเท่าเทียมกัน 🔷…

  • "Bride” แปลว่า

    คำว่า “Bride” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง เจ้าสาว ซึ่งเป็นผู้หญิงที่กำลังจะแต่งงาน หรือเพิ่งแต่งงานไปค่ะ เป็นคำที่ใช้เรียกผู้หญิงในวันสำคัญที่สุดวันหนึ่งในชีวิตของเธอ เวลาที่เราพูดถึง “Bride” เรามักจะนึกถึงภาพของผู้หญิงที่สวยงามในชุดแต่งงานที่เธอเลือกสรรมาอย่างดี อาจจะเป็นชุดเจ้าสาวสีขาวแบบดั้งเดิม หรือชุดที่มีดีไซน์พิเศษตามความชอบของแต่ละคน นอกจากชุดแล้ว “Bride” ก็มักจะมาพร้อมกับทรงผม การแต่งหน้า และเครื่องประดับที่เสริมบุคลิกให้ดูโดดเด่นและสง่างามในวันพิธีมงคลสมรสค่ะ ในบทสนทนาทั่วไป คนไทยอาจจะใช้คำว่า “เจ้าสาว” ไปเลย หรือถ้าพูดถึงงานแต่งงานของชาวต่างชาติ ก็อาจจะใช้คำว่า “Bride” ทับศัพท์ไปเลยก็ได้เช่นกันค่ะ ความหมายและการใช้งาน “Bride” คือคำนามในภาษาอังกฤษที่แปลว่า “เจ้าสาว” ใช้เรียกผู้หญิงที่กำลังจะเข้าพิธีแต่งงาน หรือเพิ่งผ่านพิธีแต่งงานมาใหม่ๆ ค่ะ เป็นคำที่ใช้ได้ทั้งในบริบทที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ตัวอย่างการใช้งาน The bride looked stunning in her wedding dress. (เจ้าสาวดูสวยสง่ามากในชุดแต่งงานของเธอ) The groom waited nervously for his bride at the altar. (เจ้าบ่าวรอเจ้าสาวของเขาอย่างประหม่าที่แท่นพิธี)…

  • "Rushed” แปลว่า

    คำว่า “Rushed” เป็นคำคุณศัพท์ (adjective) ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การทำสิ่งต่างๆ อย่างเร่งรีบ เร่งด่วน หรือรีบร้อน จนอาจจะขาดความรอบคอบ หรือไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Rushed” เมื่อพูดถึงสถานการณ์ที่ต้องทำอะไรให้เสร็จภายในเวลาอันจำกัด เช่น การเตรียมตัวตอนเช้าก่อนไปทำงาน การทำงานที่ได้รับมอบหมายแบบกระชั้นชิด หรือแม้แต่การตัดสินใจภายใต้แรงกดดัน ความหมายและการใช้งาน “Rushed” สื่อถึงสภาวะที่ถูกบีบคั้นด้วยเวลา ทำให้ต้องทำอะไรอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลให้เกิดข้อผิดพลาด ความไม่เรียบร้อย หรือคุณภาพของงานลดลงได้ ตัวอย่างการใช้งาน 1. “I had a rushed breakfast this morning because I woke up late.” (ฉันรีบทานอาหารเช้ามากในวันนี้ เพราะตื่นสาย) 2. “The presentation felt a bit rushed; we didn’t have enough time…

  • "Resident” แปลว่า

    คำว่า “Resident” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ อยู่สองนัยที่ใช้กันบ่อย คือ “ผู้อยู่อาศัย” และ “แพทย์ประจำบ้าน” การเลือกใช้ความหมายใดจะขึ้นอยู่กับบริบทของประโยคหรือสถานการณ์นั้นๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า Resident ในความหมายของ “ผู้อยู่อาศัย” เช่น เมื่อพูดถึงคนที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ หรือหมู่บ้านจัดสรร ในอีกแง่มุมหนึ่ง คำว่า Resident ก็ถูกใช้ในวงการแพทย์อย่างแพร่หลาย หมายถึง “แพทย์ประจำบ้าน” ซึ่งเป็นแพทย์ที่กำลังฝึกอบรมเพื่อเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางหลังจากจบการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิตแล้ว ความหมายและการใช้งาน คำว่า Resident สามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบท: ผู้อยู่อาศัย (Resident): ใช้เรียกบุคคลที่อาศัยอยู่ในสถานที่ใดสถานที่หนึ่งเป็นการถาวรหรือชั่วคราว เช่น ผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม, ผู้อยู่อาศัยในประเทศ แพทย์ประจำบ้าน (Resident): ใช้เรียกแพทย์ที่กำลังศึกษาต่อเฉพาะทางในโรงพยาบาล ตัวอย่างการใช้งาน ในแง่ผู้อยู่อาศัย: “The resident of apartment 3B complained about the noise.” (ผู้อยู่อาศัยของห้อง 3B ร้องเรียนเรื่องเสียงดัง) ในแง่แพทย์ประจำบ้าน: “She…

  • "Grooming” แปลว่า

    Grooming (กรูมมิ่ง) หมายถึง การดูแลเอาใจใส่ในเรื่องความสะอาด การแต่งกาย และการตกแต่งรูปลักษณ์ภายนอกให้ดูดี สะอาดสะอ้าน และเหมาะสมกับกาลเทศะ เป็นการเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดี ทำให้ตนเองดูน่าเชื่อถือและเป็นที่ประทับใจแก่ผู้พบเห็น ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า Grooming ในบริบทของการดูแลสัตว์เลี้ยง เช่น การแปรงขนสุนัขหรือแมว การตัดเล็บ หรือการอาบน้ำให้ เพื่อให้สัตว์เลี้ยงดูสะอาดและมีสุขภาพดี แต่ในความหมายที่กว้างขึ้น Grooming ยังหมายถึงการดูแลตัวเองของมนุษย์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำ สระผม แต่งกายให้เรียบร้อย การดูแลผิวพรรณ หรือแม้แต่การจัดแต่งทรงผมให้ดูดี เพื่อให้พร้อมสำหรับการไปทำงาน การพบปะผู้คน หรือเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ความหมายและการใช้งาน Grooming มาจากภาษาอังกฤษ หมายถึง การตกแต่ง การดูแลรักษาให้ดูดี โดยทั่วไปมักใช้ในสองความหมายหลัก คือ การดูแลสัตว์เลี้ยงให้สะอาดและสวยงาม และการดูแลตนเองให้ดูดี สะอาด และเหมาะสมกับสถานการณ์ ตัวอย่างการใช้งาน การ Grooming สุนัขที่บ้านเป็นประจำ ทำให้ขนไม่พันกันและดูเงางาม ก่อนไปสัมภาษณ์งาน เขาใส่ใจเรื่อง Grooming เป็นพิเศษ ทั้งการแต่งกายและทรงผม บริษัทมีนโยบายเรื่อง Grooming สำหรับพนักงาน…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *