"Prices” แปลว่า

คำว่า “Prices” เป็นคำนามในภาษาอังกฤษ หมายถึง “ราคา” หรือ “ค่าบริการ” ของสินค้า บริการ หรือสิ่งต่างๆ ที่เราต้องจ่ายเพื่อแลกเปลี่ยน

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Prices” อยู่บ่อยๆ เช่น เวลาไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือเวลาดูเมนูอาหารในร้านอาหาร เราจะเห็นป้ายราคาติดไว้ หรือระบุราคาของแต่ละรายการ ซึ่ง “Prices” ก็คือตัวเลขที่บอกว่าสินค้าหรือบริการนั้นมีมูลค่าเท่าไร และเราต้องจ่ายเงินเท่าไรเพื่อที่จะได้สิ่งนั้นมา

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Prices” มาจากคำว่า “Price” ที่แปลว่า “ราคา” เมื่อเติม s เข้าไป จะกลายเป็นรูปพหูพจน์ หมายถึง “ราคาต่างๆ” หรือ “บรรดาราคา” ซึ่งสามารถใช้กล่าวถึงราคาของหลายสิ่งหลายอย่างรวมกัน หรือใช้ในบริบทที่ต้องการเน้นว่ามีราคาหลายระดับ

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “The Prices of gasoline have increased again.” (ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอีกแล้ว)
  • “We offer competitive Prices for our services.” (เราเสนอราคาที่แข่งขันได้สำหรับบริการของเรา)
  • “Please check the Prices list before ordering.” (กรุณาตรวจสอบรายการราคาก่อนสั่งซื้อ)

บริบทที่ใช้บ่อย

“Prices” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขาย การตลาด การเงิน หรือเมื่อต้องการสื่อสารเรื่องมูลค่าของสิ่งต่างๆ เช่น ในร้านค้า เว็บไซต์ขายของ เอกสารเสนอราคา หรือบทสนทนาเกี่ยวกับการจับจ่ายใช้สอย

“Prices” หมายถึงอะไร?

“Prices” หมายถึง ราคา หรือ ค่าบริการต่างๆ ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่เราต้องจ่ายเพื่อแลกกับสินค้าหรือบริการ

เราจะเจอคำว่า “Prices” ได้ที่ไหนบ้าง?

เรามักจะเจอคำว่า “Prices” ได้ตามป้ายราคาในร้านค้า เมนูอาหาร เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ โฆษณาสินค้า หรือในเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขาย

“Prices” เป็นคำนามเอกพจน์หรือพหูพจน์?

“Prices” เป็นคำนามในรูปพหูพจน์ มาจากคำว่า “Price” (ราคา) ที่เป็นเอกพจน์ เมื่อเติม s เข้าไป จะหมายถึงราคาตั้งแต่สองราคาขึ้นไป หรือราคาโดยรวม

Similar Posts

  • "Extinct” แปลว่า

    คำว่า “Extinct” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่ออธิบายถึงสิ่งมีชีวิต พืช สัตว์ หรือแม้กระทั่งสิ่งประดิษฐ์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว หมายความว่าไม่มีสิ่งนั้นหลงเหลืออยู่อีกต่อไปแล้วในโลกนี้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำนี้เมื่อพูดถึงเรื่องราวของไดโนเสาร์ หรือสัตว์ที่เคยมีอยู่แต่ปัจจุบันสูญหายไปแล้ว เช่น เวลาดูสารคดีเกี่ยวกับสัตว์ป่า หรืออ่านข่าวเกี่ยวกับความพยายามในการอนุรักษ์สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ก็อาจจะได้ยินคำว่า “endangered species” ซึ่งหมายถึงสัตว์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์ แต่ถ้าสูญพันธุ์ไปแล้วก็จะใช้คำว่า “extinct” นี่แหละค่ะ ความหมายและการใช้งาน “Extinct” แปลว่า สูญพันธุ์ สิ้นสูญ ไม่มีอยู่แล้ว ใช้ได้กับสิ่งมีชีวิตที่ตายหมดไป หรือสิ่งที่ไม่ถูกใช้งานอีกต่อไปจนเลือนหายไปจากโลก ตัวอย่างการใช้งาน ไดโนเสาร์เป็นสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว (Dinosaurs are extinct.) นกโดโดเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่สูญพันธุ์ไป (The dodo bird is another extinct species.) เทคโนโลยีบางอย่างอาจจะกลายเป็นสิ่งที่สูญพันธุ์ไปตามกาลเวลา (Some technologies can become extinct over time.) บริบทและการใช้งานทั่วไป คำว่า “Extinct” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับชีววิทยา บรรพชีวินวิทยา และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม…

  • "Dominance” แปลว่า

    คำว่า “Dominance” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “การครอบงำ” หรือ “อำนาจที่เหนือกว่า” ซึ่งสื่อถึงสถานการณ์ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอำนาจ ควบคุม หรือมีอิทธิพลเหนือกว่าอีกฝ่ายอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นในด้านใดก็ตาม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Dominance” หรือการแสดงออกถึงการครอบงำในหลายบริบท เช่น ในการแข่งขันกีฬา ทีมที่มีฟอร์มการเล่นเหนือกว่ามากจนเอาชนะไปได้อย่างขาดลอย ก็อาจจะถูกเรียกว่าแสดง “Dominance” ออกมา หรือในความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล หากคนใดคนหนึ่งมีอำนาจตัดสินใจ หรือควบคุมสถานการณ์ได้มากกว่า ก็อาจกล่าวได้ว่าคนนั้นมี “Dominance” ในความสัมพันธ์นั้นๆ นอกจากนี้ ในโลกธุรกิจ การที่บริษัทใดบริษัทหนึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดสูงมากๆ หรือมีอิทธิพลต่อตลาดอย่างมาก ก็ถือว่าบริษัทนั้นมี “Dominance” ในอุตสาหกรรมนั้นๆ ครับ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Dominance” หมายถึง การมีอำนาจเหนือกว่า การควบคุม หรือการเป็นใหญ่เหนือผู้อื่นหรือสิ่งอื่นอย่างเด่นชัด มักใช้ในสถานการณ์ที่ฝ่ายหนึ่งมีอิทธิพลหรือความแข็งแกร่งที่เหนือกว่าอีกฝ่ายอย่างเห็นได้ชัด ทำให้สามารถกำหนดทิศทางหรือผลลัพธ์ได้ ตัวอย่าง ในฟุตบอล หากทีม A ชนะทีม B ไปด้วยสกอร์ 5-0 เราอาจกล่าวได้ว่าทีม A แสดง…

  • "เอื้อย” แปลว่า

    คำว่า “เอื้อย” เป็นคำสรรพนามที่ใช้เรียกพี่สาวหรือผู้หญิงที่มีอายุมากกว่าผู้พูดในภาษาไทยถิ่นอีสาน และภาษาไทยถิ่นเหนือบางพื้นที่ คำนี้แสดงถึงความคุ้นเคย ความสนิทสนม และความเคารพ โดยผู้พูดมักใช้เรียกพี่สาวแท้ๆ หรือผู้หญิงที่ตนเองนับถือเหมือนพี่สาว ในการใช้งานจริง “เอื้อย” มักปรากฏในบทสนทนาประจำวันอย่างเป็นธรรมชาติ เช่น เมื่อลูกเรียกแม่ว่า “เอื้อย” (ในกรณีที่แม่มีพี่สาว) หรือเมื่อเพื่อนเรียกเพื่อนที่มีอายุมากกว่าว่า “เอื้อย” เพื่อแสดงความสนิทสนม นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ในเพลง หรือวรรณกรรม เพื่อสื่อถึงความผูกพันและความอบอุ่นในครอบครัวหรือระหว่างเพื่อนฝูง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “เอื้อย” หมายถึง พี่สาว หรือหญิงที่มีอายุมากกว่าผู้พูด โดยเฉพาะในบริบทของภาษาถิ่นอีสานและเหนือ การใช้คำนี้แสดงถึงความใกล้ชิดและความเคารพ ผู้พูดสามารถใช้เรียกพี่สาวแท้ๆ หรือผู้หญิงที่ตนเองรู้สึกผูกพันเสมือนพี่สาว ตัวอย่างการใช้งาน “เอื้อยจ๋า ไปกินข้าวกันเถอะ” (เป็นการเรียกพี่สาวด้วยความสนิทสนม) “ขอบคุณหลายๆ เด้อ เอื้อย ที่ช่วยเหลือ” (ใช้เรียกผู้หญิงที่อายุมากกว่าและช่วยเหลือด้วยความเคารพ) ในเพลงลูกทุ่งมักพบคำว่า “เอื้อย” เพื่อกล่าวถึงพี่สาวหรือสาวคนรักที่มีอายุมากกว่า บริบทที่พบบ่อย คำว่า “เอื้อย” มักใช้ในครอบครัวที่มีวัฒนธรรมอีสานหรือเหนือ รวมถึงในกลุ่มเพื่อนที่สนิทสนมกัน และในงานเขียนหรืองานเพลงที่ต้องการสื่อถึงความเป็นกันเองและความอบอุ่น “เอื้อย” ใช้เรียกใครได้บ้าง? โดยทั่วไป “เอื้อย”…

  • "sacked” แปลว่า

    คำว่า “sacked” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง การถูกไล่ออกจากการทำงานอย่างกะทันหัน โดยส่วนใหญ่จะหมายถึงการถูกเลิกจ้างอย่างไม่คาดฝัน หรือถูกให้ออกจากงานโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า มักใช้ในสถานการณ์ที่พนักงานทำผิดพลาดร้ายแรง หรือบริษัทมีการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “sacked” ในข่าว หรือเมื่อพูดถึงเรื่องราวของคนรู้จักที่เพิ่งออกจากงานอย่างกะทันหัน เช่น “He was sacked from his job for being late too often” (เขาถูกไล่ออกจากงานเพราะมาสายบ่อยเกินไป) หรือ “The company decided to sack the entire marketing team” (บริษัทตัดสินใจไล่ทีมการตลาดออกทั้งหมด) มันแสดงถึงการสิ้นสุดการจ้างงานที่รวดเร็วและไม่ค่อยจะน่ายินดีนัก ความหมายและการใช้งาน “Sacked” มาจากกริยา “sack” ที่แปลว่า การปลด, การไล่ออก เป็นการเลิกจ้างที่มักจะเกิดขึ้นทันที โดยไม่จำเป็นต้องมีการแจ้งล่วงหน้า หรือจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายเสมอไป มักใช้เมื่อการเลิกจ้างนั้นเกิดจากความผิดของพนักงาน หรือการตัดสินใจอย่างเด็ดขาดของนายจ้าง บริบทการใช้งานทั่วไป คำนี้มักใช้ในบริบทของการทำงาน โดยเฉพาะเมื่อต้องการเน้นย้ำถึงความรวดเร็วและไม่คาดฝันของการถูกเลิกจ้าง นอกจากนี้ยังอาจใช้ในสถานการณ์ที่ทีมกีฬาถูกปลดผู้ฝึกสอน…

  • "Stand” แปลว่า

    คำว่า “Stand” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ที่หลากหลาย แต่โดยทั่วไปแล้วมักจะหมายถึง “ยืน” หรือ “ตั้งอยู่” ในบริบทของการกระทำของคนหรือสิ่งของ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในความหมายของการ “ทน” หรือ “อดทน” ต่อสถานการณ์บางอย่าง รวมถึงการ “ยืนหยัด” เพื่อจุดยืนหรือความเชื่อของตนเอง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Stand” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เวลาที่ครูบอกให้นักเรียน “Stand up” ซึ่งหมายถึง “ยืนขึ้น” หรือเมื่อพูดถึงสิ่งของที่ “stands” อยู่ที่ไหนสักแห่ง เช่น “The statue stands in the park” แปลว่า “รูปปั้นตั้งอยู่ในสวน” นอกจากนี้ยังใช้ในสำนวนที่แสดงถึงการสนับสนุน เช่น “I stand by you” หมายถึง “ฉันสนับสนุนคุณ” หรือในความหมายของการยืนหยัดต่อสู้ เช่น “We must stand against injustice” คือ…

  • "Vamos” แปลว่า

    คำว่า “Vamos” เป็นภาษาโปรตุเกสและสเปน มีความหมายตรงตัวว่า “ไปกันเถอะ” หรือ “มาไปกัน” เป็นคำที่ใช้แสดงออกถึงการชักชวน การกระตุ้น หรือการเริ่มต้นทำกิจกรรมบางอย่างร่วมกัน เป็นคำที่แสดงถึงความกระตือรือร้นและพลัง ในชีวิตประจำวัน ผู้คนมักใช้คำว่า “Vamos” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อต้องการชวนเพื่อนไปเที่ยว กินข้าว หรือทำกิจกรรมสนุกๆ ด้วยกัน หรือใช้ในการแข่งขันกีฬาเพื่อปลุกเร้ากำลังใจนักกีฬาก็ได้ เป็นคำที่สื่อถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและการร่วมมือกัน ความหมายและการใช้งาน “Vamos” มาจากกริยา “ir” (ไป) ในภาษาสเปนและโปรตุเกส เป็นรูปปัจจุบันกาลของบุรพบทสรรพนามบุรุษที่ 1 พหูพจน์ (nosotros/nós) หรือบุรพบทสรรพนามบุรุษที่ 3 พหูพจน์ (ellos/elas) ในรูปคำสั่ง (imperative) ที่ใช้ในเชิงชักชวน จึงมีความหมายว่า “เราไปกันเถอะ” หรือ “ไปกัน!” ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อเพื่อนชวนไปดูหนัง: “Vamos al cine?” (ไปดูหนังกันไหม?) เมื่อต้องการปลุกใจทีมฟุตบอล: “¡Vamos, equipo!” (สู้ๆ นะทีม!) เมื่อจะออกจากบ้าน:…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *