"Poisonous” แปลว่า

คำว่า “Poisonous” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษที่ใช้อธิบายถึงสิ่งที่สามารถก่อให้เกิดอันตรายหรือทำให้เสียชีวิตได้เมื่อรับประทาน สัมผัส หรือสูดดมเข้าไป โดยทั่วไปแล้วจะหมายถึงสารพิษที่พบได้ในพืช สัตว์ หรือสารเคมีบางชนิด

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Poisonous” ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย เช่น ป้ายเตือนตามผลิตภัณฑ์ต่างๆ หรือคำแนะนำเกี่ยวกับอาหารที่เราควรหลีกเลี่ยง การเข้าใจความหมายของคำนี้ช่วยให้เราสามารถระมัดระวังและป้องกันตัวเองจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้

ความหมายและการใช้งาน

“Poisonous” หมายถึง มีพิษ สามารถทำให้เจ็บป่วยหรือตายได้เมื่อเข้าสู่ร่างกาย

ตัวอย่าง

เห็ดบางชนิดมีพิษและเป็น “poisonous” ไม่ควรกิน

งูเห่ามีพิษร้ายแรง ทำให้มันเป็นสัตว์ “poisonous”

สารเคมีบางอย่างที่ใช้ในบ้านเรือนอาจเป็น “poisonous” หากไม่ใช้งานอย่างระมัดระวัง

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Poisonous” มักใช้ในบริบทของการเตือนภัยเกี่ยวกับอันตรายจากสารพิษในธรรมชาติ เช่น พืช สัตว์ หรือในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อให้ผู้คนหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือบริโภค

“Poisonous” กับ “Venomous” ต่างกันอย่างไร?

“Poisonous” หมายถึง สิ่งที่มีพิษเมื่อเรากินหรือสัมผัส แต่ “Venomous” หมายถึง สิ่งที่มีพิษเมื่อมันกัดหรือต่อยเรา เช่น งูพิษส่วนใหญ่จะเป็น venomous

มีคำอื่นที่ความหมายใกล้เคียงกับ “Poisonous” หรือไม่?

มีคำอื่นที่มีความหมายใกล้เคียง เช่น “toxic” ซึ่งหมายถึงเป็นพิษเช่นกัน แต่ “poisonous” มักจะเน้นไปที่สิ่งที่อันตรายเมื่อรับประทานหรือสัมผัสโดยตรง

Similar Posts

  • "Tired” แปลว่า

    คำว่า “Tired” เป็นภาษาอังกฤษ แปลว่า “เหนื่อย” หรือ “อ่อนเพลีย” เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้เมื่อร่างกายหรือจิตใจได้รับการใช้งานหนักเกินไป หรือขาดการพักผ่อนที่เพียงพอ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Tired” เพื่ออธิบายความรู้สึกเมื่อเราทำกิจกรรมต่างๆ มาทั้งวัน เช่น การทำงาน การเรียน หรือการออกกำลังกาย บางครั้งอาจจะรู้สึกง่วงนอนร่วมด้วย หรือบางทีก็แค่รู้สึกหมดแรง ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะทำอะไรต่อ ความหมายและการใช้งาน “Tired” หมายถึง สภาพของความเหนื่อยล้า อ่อนแรง หรือหมดกำลังกาย/ใจ มักใช้เพื่อบอกถึงสภาวะทางร่างกายหรือจิตใจที่ต้องการการพักผ่อน สามารถใช้ได้ทั้งในสถานการณ์ทั่วไปและสถานการณ์ที่เฉพาะเจาะจง ตัวอย่างการใช้งาน I’m so tired after a long day at work. (ฉันเหนื่อยมากหลังจากทำงานมาทั้งวัน) She looked tired because she didn’t sleep well last night. (เธอดูเหนื่อยเพราะเมื่อคืนนอนไม่หลับ) Are you tired? Let’s…

  • "him” แปลว่า

    คำว่า “him” เป็นสรรพนามบุรุษที่ 3 ในรูปกรรม (object pronoun) ของบุรุษสรรพนาม “he” ซึ่งใช้แทนผู้ชาย หรือสิ่งของที่ถือว่าเป็นเพศชายในภาษาอังกฤษ หมายถึง “เขา” หรือ “แด่เขา” หรือ “ให้กับเขา” ใช้เป็นกรรมของประโยค หรือใช้ตามหลังบุพบท ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้ “him” เมื่อเราพูดถึงผู้ชายคนใดคนหนึ่งที่เราได้กล่าวถึงไปแล้ว หรือเป็นที่เข้าใจกันอยู่แล้ว เช่น เมื่อเพื่อนถามว่า “Did you see John?” เราอาจจะตอบว่า “Yes, I saw him at the park.” หรือเมื่อเราต้องการจะให้ของแก่ใครสักคน เราก็อาจจะพูดว่า “I bought this gift for him.” เพื่อบอกว่าของขวัญชิ้นนี้มีไว้สำหรับเขาคนนั้น ความหมายและการใช้งาน “Him” ใช้แทนผู้ชายคนเดียว หรือสิ่งของที่ถูกระบุว่าเป็นเพศชายในบริบทนั้นๆ โดยจะทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยค (Object of the…

  • "Temples” แปลว่า

    คำว่า “Temples” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “วัด” หรือ “โบสถ์” ในภาษาไทย โดยทั่วไปแล้วหมายถึงสถานที่สักการะบูชาทางศาสนา ไม่ว่าจะเป็นศาสนาพุทธ คริสต์ หรือศาสนาอื่นๆ ซึ่งมักจะมีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและมีความสำคัญทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ในชีวิตประจำวัน คนไทยอาจจะใช้คำว่า “Temples” เมื่อพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาในต่างประเทศ เช่น เวลาพูดถึงการไปเที่ยวประเทศแถบเอเชียที่เต็มไปด้วยวัดสวยงาม หรือเมื่อพูดถึงโบสถ์เก่าแก่ในยุโรป คนก็อาจจะเรียกทับศัพท์ว่า “Temples” ไปเลย โดยไม่ต้องแปลเป็นคำอื่น หรืออาจจะใช้ในบริบทของการศึกษาเกี่ยวกับศาสนาและวัฒนธรรมของประเทศต่างๆ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Temples” มาจากภาษาอังกฤษ หมายถึงสถานที่ที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา การบูชา หรือการปฏิบัติธรรม ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกันไปตามแต่ละศาสนาและวัฒนธรรม ในภาษาไทย เรามักจะแปลคำนี้ว่า “วัด” สำหรับศาสนาพุทธ หรือ “โบสถ์” สำหรับศาสนาคริสต์ แต่เมื่อพูดถึงในบริบทสากล หรือเมื่อต้องการกล่าวถึงสถานที่สักการะของศาสนาอื่นๆ ที่ไม่ใช่พุทธหรือคริสต์ ก็อาจจะใช้คำว่า “Temples” ทับศัพท์ไปเลย ตัวอย่างการใช้งาน หากคุณกำลังวางแผนเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น คุณอาจจะพูดว่า “ฉันอยากไปเที่ยวชม Temples ที่เกียวโตหลายๆ แห่ง” หรือเมื่อพูดถึงประวัติศาสตร์ของอินเดีย ก็อาจจะกล่าวถึง…

  • "Unknown” แปลว่า

    คำว่า “Unknown” เป็นคำภาษาอังกฤษที่แปลตรงตัวว่า “ไม่ทราบ” หรือ “ไม่เป็นที่รู้จัก” ใช้เพื่อบ่งบอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน ไม่สามารถระบุตัวตนได้ หรือยังไม่มีใครรู้จัก ในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Unknown” ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อมีสายโทรศัพท์เข้ามาแต่เบอร์โทรศัพท์ไม่แสดงชื่อ หรือเมื่อเรากำลังค้นหาข้อมูลบางอย่างแต่กลับไม่พบผลลัพธ์ที่ต้องการ หรือแม้กระทั่งในระบบคอมพิวเตอร์ที่อาจแสดงสถานะของไฟล์หรือผู้ใช้ว่าเป็น “Unknown” หากข้อมูลไม่สมบูรณ์หรือไม่สามารถระบุได้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Unknown” หมายถึง สภาพที่ไม่รู้ ไม่ปรากฏ ไม่ชัดเจน หรือไม่มีข้อมูล เป็นการบ่งบอกถึงความไม่แน่นอนหรือไม่สามารถระบุเจาะจงได้ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างที่ 1: เมื่อมีคนโทรศัพท์เข้ามา แต่หน้าจอแสดงว่า “Unknown Caller” หมายถึง เบอร์โทรศัพท์ดังกล่าวไม่แสดงชื่อผู้โทร หรือเป็นเบอร์ที่ไม่รู้จัก ตัวอย่างที่ 2: ในการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต หากผลการค้นหาขึ้นว่า “No results found for ‘your search query’” หรือบางครั้งอาจเห็นข้อความที่คล้ายกับ “Unknown error occurred” แสดงว่าระบบไม่สามารถหาข้อมูลที่ตรงกับที่คุณต้องการได้ หรือเกิดข้อผิดพลาดที่ไม่สามารถระบุสาเหตุได้ชัดเจน…

  • "Guardians” แปลว่า

    คำว่า “Guardians” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง ผู้พิทักษ์ ผู้คุ้มครอง หรือผู้ปกป้อง ซึ่งอาจจะเป็นบุคคล สิ่งของ หรือแนวคิดก็ได้ โดยมีความหมายโดยรวมถึงการทำหน้าที่คอยดูแล ปกป้องไม่ให้เกิดอันตราย หรือรักษาไว้ซึ่งสิ่งสำคัญ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “Guardians” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น ในภาพยนตร์ เราอาจจะเห็นกลุ่มฮีโร่ที่เรียกตัวเองว่า “Guardians of the Galaxy” ซึ่งหมายถึงกลุ่มผู้พิทักษ์จักรวาล หรือในกรณีที่เกี่ยวกับเด็ก อาจหมายถึงผู้ปกครองตามกฎหมายที่ทำหน้าที่ดูแลคุ้มครองเด็ก หรือแม้กระทั่งในเรื่องของความปลอดภัย อาจหมายถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่คอยปกป้องสถานที่ต่างๆ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Guardians” มาจากคำกริยา “guard” ที่แปลว่า เฝ้า ยาม หรือป้องกัน เมื่อเติม “-ian” เข้าไป จะกลายเป็นคำนามที่หมายถึงผู้ที่ทำหน้าที่นั้นๆ ดังนั้น “Guardians” จึงหมายถึง ผู้ที่ทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองโดยตรง ตัวอย่างการใช้งาน เราอาจจะพบเห็นการใช้คำนี้ในประโยค เช่น “The parents are the legal guardians…

  • "Atlas” แปลว่า

    คำว่า “Atlas” (แอตลาส) โดยทั่วไปแล้วหมายถึงแผนที่ที่รวบรวมไว้เป็นเล่ม หรือหนังสือที่บรรจุแผนที่ต่างๆ ไว้มากมาย โดยมักจะครอบคลุมพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่กว้างขวาง เช่น ทวีปทั้งทวีป หรือแม้กระทั่งทั้งโลก ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะคุ้นเคยกับการใช้ Atlas ในรูปแบบของหนังสือแผนที่ที่ใช้ในการศึกษา ค้นหาเส้นทาง หรือทำความเข้าใจลักษณะทางภูมิศาสตร์ของสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการเดินทาง การเรียนวิชาภูมิศาสตร์ หรือแม้แต่การดูสารคดีเกี่ยวกับสถานที่ต่างๆ ก็อาจมีการอ้างอิงถึงข้อมูลจาก Atlas ได้เช่นกัน นอกจากนี้ คำว่า Atlas ยังอาจหมายถึงโครงสร้างหรือสิ่งที่รองรับบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญ คล้ายกับเทพนิยายกรีกที่ Atlas ต้องแบกโลกไว้บนบ่า ความหมายและการใช้งาน Atlas คือ หนังสือที่รวบรวมแผนที่ต่างๆ ไว้ด้วยกัน มักใช้เพื่อแสดงข้อมูลทางภูมิศาสตร์ เช่น แผนที่แสดงประเทศ เมือง แม่น้ำ ภูเขา หรือเส้นทางการคมนาคม นอกจากนี้ยังสามารถหมายถึงโครงสร้างหรือส่วนรองรับหลักของบางสิ่งบางอย่าง ตัวอย่าง นักเรียนใช้ Atlas เพื่อหาตำแหน่งของประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรป แผนกต้อนรับมี Atlas เล่มใหญ่ตั้งไว้ที่เคาน์เตอร์เผื่อลูกค้าต้องการสอบถามเส้นทาง หัวใจมีส่วนที่เรียกว่า Atlas ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังส่วนคอชิ้นแรกที่รองรับกะโหลกศีรษะ บริบท /…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *