"Other” แปลว่า
คำว่า “Other” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “อื่น ๆ” หรือ “อย่างอื่น” ใช้เพื่อกล่าวถึงสิ่งที่ไม่ใช่สิ่งที่ถูกกล่าวถึงไปแล้ว หรือสิ่งที่ไม่ใช่กลุ่มหลักที่เรากำลังพิจารณาอยู่ เป็นคำที่ใช้ค่อนข้างกว้างและสามารถนำไปใช้ได้ในหลายสถานการณ์
ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นคำว่า “Other” บ่อยครั้ง เช่น เวลาเลือกซื้อสินค้าแล้วมีตัวเลือก “Other” ให้เรากรอกข้อมูลเพิ่มเติม หรือเวลาที่พนักงานถามว่า “มีอะไรจะสั่งเพิ่มอีกไหมครับ/คะ” แล้วเราอาจจะตอบว่า “ไม่มีครับ/ค่ะ นอกจากนี้ก็ไม่มีอย่างอื่นแล้ว” หรือในแบบฟอร์มต่าง ๆ ที่ให้เราเลือกเพศ เชื้อชาติ หรือสถานะ แล้วมีช่องให้เลือก “Other” เพื่อระบุข้อมูลที่ไม่ตรงกับตัวเลือกที่มีให้
ความหมายและการใช้งาน
คำว่า “Other” ใช้เพื่ออ้างถึงสิ่งที่ไม่เหมือนหรือไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ถูกกล่าวถึงไปแล้ว หรือสิ่งอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากกลุ่มที่ระบุไว้ โดยมีความหมายได้หลากหลายตามบริบท เช่น “อื่น ๆ”, “อื่น”, “อีก”, “นอกเหนือจากนี้”
ตัวอย่างการใช้งาน
- “Do you have any other questions?” (คุณมีคำถามอื่น ๆ อีกไหม?)
- “She likes apples and other fruits.” (เธอชอบแอปเปิ้ลและผลไม้อื่น ๆ)
- “Please select ‘Other’ if your occupation is not listed.” (กรุณาเลือก ‘Other’ หากอาชีพของคุณไม่อยู่ในรายการ)
บริบทที่ใช้บ่อย
คำว่า “Other” มักถูกใช้ในบริบทของการให้ตัวเลือก การสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือการระบุสิ่งที่ไม่เข้าข่ายกับหมวดหมู่ที่มีอยู่แล้ว เช่น ในแบบฟอร์มการสมัคร แบบสำรวจ หรือในการสนทนาทั่วไป
“Other” ใช้กับอะไรได้บ้าง?
“Other” สามารถใช้กับคำนามได้ทั้งเอกพจน์และพหูพจน์ เช่น “another book” (หนังสือเล่มอื่น) หรือ “other books” (หนังสือเล่มอื่น ๆ) หรือใช้เดี่ยว ๆ เพื่อหมายถึงสิ่งอื่น ๆ โดยรวม
“Other” กับ “Another” ต่างกันอย่างไร?
“Another” มักใช้กับคำนามเอกพจน์ที่นับได้ และมีความหมายว่า “อีกอันหนึ่ง” หรือ “อีกคนหนึ่ง” ในขณะที่ “Other” สามารถใช้กับคำนามพหูพจน์ หรือใช้เพื่ออ้างถึงสิ่งอื่น ๆ โดยรวม หรือสิ่งที่ไม่เหมือนกับสิ่งที่กล่าวถึงไปแล้ว